โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ต่างชาติคัมแบ๊ก! แห่ซื้อคอนโดหรูย่านดัง ‘พม่า-มะกัน’ คึก ’ซาอุ’ ลุยช้อปโรงแรมภูเก็ต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 13.54 น.

ต่างชาติคัมแบ๊ก! แห่ซื้อคอนโดหรูย่านดัง ‘พม่า-มะกัน’ คึก ’ซาอุ’ ลุยช้อปโรงแรมภูเก็ต

‘แคปปิตอลวัน’ เอเยนต์ใหญ่เมืองไทย เผยดีมานด์ต่างชาติคัมแบ๊ก ดันพอร์ตบริหารพุ่ง 5 หมื่นล้าน ฮ่องกง จีน อินเดีย มะกัน พม่านิยมซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 คอนโดใกล้รถไฟฟ้า พัทยาคึก นักลงทุนสิงคโปร์เริ่มแผ่ว จับตาซาอุฯช้อป รร.ภูเก็ต

นายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท เคลเลอร์ วิลเลี่ยม ไทยแลนด์ จำกัด บริษัทตัวแทนขายและที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตในการบริหารโครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม วิลล่า จำนวน 20 โครงการ มูลค่า 30,000-40,000 ล้านบาท โดยปี 2566 มีแผนบริหารโครงการในประเทศและขยายฐานลูกค้าต่างชาติให้มากขึ้น ตั้งเป้าจะมีมูลค่าการบริหารโครงการที่ 50,000 ล้านบาท ล่าสุดได้เซ็นสัญญาการบริหารคอนโดมิเนียม มูลค่า 4,000 ล้านบาทและอยู่ระหว่างเจรจา 4-5 โครงการ คาดมียอดขายได้ตามเป้า 10,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 300% เมื่อเทียบกับช่วงเกิดโควิด

“ในปีนี้ตลาดต่างประเทศจะเจาะลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 50% เป็นเป้าสูงกว่าช่วงเกิดโควิดที่มีรายรับจากตลาดต่างประเทศ 40% และลดลงช่วงที่เกิดโควิดมาอยู่ที่ 15% โดยกลยุทธ์ผลักดัน คือ การขยายสาขา ซึ่งใน 2 เดือนนี้จะเปิดสาขาเพิ่มประเทศฮ่องกงและทำตลาดที่ประเทศจีนมากขึ้น รวมถึงขยายฐานลูกค้าในประเทศอินเดีย และซาอุดีอาระเบียมากขึ้น” นายวิทย์กล่าว

นายวิทย์กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดลูกค้าต่างชาติเริ่มดีขึ้นก่อนโควิด ทั้งฮ่องกง จีน เมียนมา กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา ยังคงต้องการซื้อคอนโดมิเนียม ราคา 4-5 ล้านบาท และโซนสุขุมวิทเป็นทำเลต่างชาตินิยม หากลงลึกถึงเซ็กเมนต์ของต่างชาติพบว่าเมียนมาและจีนมองหาห้องชุดราคาแพง สอดรับกับสินค้าที่บริษัทบริหารโครงการอยู่ เช่น จีนมองหาเพนต์เฮ้าส์ 20-50 ล้านบาท ห้องชุด 100 ล้านบาท แต่ด้วยสภาพตลาดในประเทศของจีน คนชนชั้นกลางยังไม่สะดวกเดินทางออกนอกประเทศ มีเพียงกลุ่มคนจีนที่มีความร่ำรวยซึ่งเมื่อต้นปี 2566 เดินทางออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในสัดส่วนที่ยังไม่มาก

นายวิทย์กล่าวว่า ขณะที่ลูกค้าเมียนมามีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกับชาวจีนที่นิยมอยู่กันเป็นกลุ่ม เพราะชาวเมียนมามีความคุ้นเคยกับประเทศไทยมากกว่า และส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจต้องการมีบ้านหลังที่2 ในประเทศไทย จะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมระดับราคา 2-20 ล้านบาท ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า สถานทูต ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย เพราะมีการส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในประเทศไทย ส่วนชาวอินเดีย เป็นอีกกลุ่มที่เข้ามาค่อนข้างมาก หลังเปิดประเทศ และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อดี นิยมซื้อคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่เมืองพัทยาราคา 2-4 ล้านบาท

“ซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่น่าสนใจ เราได้เข้าไปเปิดตลาดมาได้ปีกว่า รองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขยายการลงทุน ทั้งแบบกองทุนและบุคคล เท่าที่ได้เจรจากับลูกค้า ส่วนใหญ่จะซื้อทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม ในหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เรามีดีลซื้อโรงแรม 3 แห่งที่ภูเก็ต มูลค่า 6,000 ล้านบาท คาดกลางปี 2566 จะปิดดีล 1 รายการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ส่วนอเมริกาเริ่มเข้ามามากขึ้น สนใจอสังหาฯที่ภูเก็ตและสมุย ราคา 70 ล้านบาท ขณะที่สิงคโปร์การซื้อเริ่มน้อยลง หลังอสังหาฯในสิงคโปร์ปรับตัวดีขึ้นหลังช่วงโควิด ทำให้นักลงทุนสิงคโปร์สนใจซื้ออสังหาฯในประเทศ” นายวิทย์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...