โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดโพยลงทุนหุ้นบัตรเครดิต รับ ‘Easy E-Receipt’ ปลุกยอดใช้

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ม.ค. 2567 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight

เปิดโพยลงทุนหุ้นบัตรเครดิต รับ Easy E-Receipt ปลุกยอดใช้ Easy E-Receipt เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้นปี 2567 ประชาชนสามารถนำค่าซื้อสินค้า หรือบริการตั้งแต่ช่วง 1 ม.ค. -15 ก.พ.นี้ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท

Easy E-Receipt เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2567 ที่รัฐบาลให้ประชาชนสามารถนำค่าซื้อสินค้า หรือบริการตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม -15 กุมภาพันธ์ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท สำหรับร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้

แน่นอนว่านี่เป็นโครงการที่หวังผลกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ด้วยการกระตุ้นให้ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งทำให้หลายธุรกิจได้รับอานิสงส์นี้ไป อย่างไรก็ดี หนึ่งในธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์โดยตรง นั่นก็คือ “ธุรกิจบัตรเครดิต”

หุ้นบัตรเครดิต รับ Easy E-Receipt

มุมมองบทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย เปิดเผยว่า มี 2 หุ้นบัตรเครดิตในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีโอกาสได้รับผลบวกจากการบริโภคที่มีทิศทางดีขึ้น โดยประเมินว่าธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) จะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่กำไรคงไม่ได้เติบโตหวือหวานัก ได้แก่

หุ้นบัตรเครดิต

1. หุ้น KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักด้านบัตรเครดิต ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจร้านค้ารับบัตร การให้บริการรับชำระเงินแทน และธุรกิจสินเชื่อบุคคล ซึ่งครอบคลุมไปถึงสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

2. หุ้น AEONTS หรือ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเช่าซื้อ

ทั้งนี้ ประเมินว่ามาตรการ Easy E-Receipt จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และถือว่าตอบโจทย์ฐานลูกค้าที่มีบัตรเครดิต อย่างไรก็ตามในปีนี้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะจบลง สำหรับการผ่อนจ่ายชำระขั้นต่ำที่ขยับจาก 5% ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8% ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยกดดันที่ส่งผลให้เห็นปริมาณหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้นได้เช่นกัน

หุ้นบัตรเครดิต

สำหรับ KTC คาดว่าปี 2567 จะมีกำไรสุทธิ 7,800 ล้านบาท เติบโตปานกลางในระดับ 6.5% โดยสินเชื่อจะเติบโตได้ประมาณ 10% ขณะที่ยอด Spending คาดว่าจะเติบโต 15% สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 5%

ปัจจัยผลักดันการเติบโตของกำไรปกติของ KTC จะเป็นการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้นเป็น 5 - 6% จาก 3.9% ในปี 2566 และ Credit Cost ลดลงเล็กน้อยจาก 5.4% ในปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ AEONTS คาดว่าจะมีกำไรปีบัญชี 2567 (มี.ค.2566 - ก.พ.2567) อยู่ที่ 2,909 ล้านบาท ลดลง 24% จากปีก่อน (YOY) จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลง ส่วนปีบัญชี 2568 (มี.ค.2567-ก.พ.2568) คาดกำไรจะอยู่ที่ประมาณ 3,332 ล้านบาท จากยอด Spending ของบัตรจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ คาดว่า NPL ของ AEONTS จะยังคงอยู่ในระดับสูงประมาณ 8%

ดังนั้น จึงแนะนำซื้อ KTC ราคาเป้าหมาย 57.5 บาทต่อหุ้น เพราะมองว่ามาตรการจูงใจทางภาษีแก่นักช้อปจะเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นให้กับ KTC มี Spending ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2567 ได้ดี

และแนะนำถือ AEONTS ราคาเป้าหมายที่ 158 บาทต่อหุ้น เนื่องจากเชื่อว่าจะยังต้องเจอความท้าทายหลักต่อคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งเพิ่มการชำระเงินขั้นต่ำของบัตรเครดิตเป็น 8% และ 10% ในปี 2567 - 2568 และอาจเพิ่มการก่อตัวของ NPL ใหม่อีกครั้ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...