หาคำตอบทำไม "ค่าไฟแพง"
ช่วงนี้หลายบ้านอาจต้องประหลาดใจเมื่อดูบิลค่าไฟ พร้อมกับมีคำถามคาใจว่าทำไม "ค่าไฟแพง" เพราะเข้าใจว่ามีมาตรการลดค่าไฟช่วงนี้ แต่ค่าไฟไม่เห็นถูกลงกลับแพงขึ้นผิดปกติ ลองมาดูว่าเกิดจากอะไร และมีวิธีการคิดค่าไฟอย่างไร
ทำไมค่าไฟแพง
1. การไฟฟ้า คิดเงินแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้มาก ยิ่งต้องจ่ายมาก
2. ตัวแปรของค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น คือ หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงนี้คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน หรือ Work From Home ทำงานที่บ้านกัน ประกอบกับอากาศร้อนมากจึงทำให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นกว่าปกติ
8 อาชีพเด่น งานไหนสามารถทำที่บ้านได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้ค่าไฟแพง
บ้านที่มีปัญหาเรื่องค่าไฟแพงส่วนมาก จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าดังนี้
1. เครื่องปรับอากาศ และคอมเพลสเซอร์
2. เครื่องฟอกอากาศ
3. พัดลมไอน้ำ
4. ตู้เย็น
หมายเหตุ: สาเหตุที่ทำให้ตู้เย็นกินไฟ มาจากเปิดบ่อย หรือเก็บของมาก แม้จะเป็นตู้เย็นประหยัดไฟ แต่ต้องแช่เครื่องดื่มไม่เกิน 5 ขวดเท่านั้น จึงจะได้จ่ายราคาต่อปีตามโฆษณา
คิดค่าไฟ จากการใช้ไฟฟ้าปกติ
การคิดค่าไฟ
สรุปแล้วการไฟฟ้าไม่ได้มีการปรับอะไรที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น แต่คือการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบ้านมีผลโดยตรงกับค่าไฟฟ้า โดยปกติการไฟฟ้าจะคิดค่าไฟ ดังนี้
- ใช้ไปหน่วยที่ 0-150 หน่วย จ่ายราคาหน่วยละ 3.2484 บาท
- ใช้ไปหน่วยที่ 151-400 หน่วย จ่ายราคาหน่วยละ 4.2218 บาท
- ใช้ไปหน่วยที่ 400 ขึ้นไป จ่ายราคาหน่วยนะ 4.4217 บาท
ยกตัวอย่างการคิดค่าไฟ
ตัวอย่างที่ 1
ใช้ไฟฟ้าไป 200 หน่วย จะคิดค่าไฟ ดังนี้
150 หน่วยแรก × 3.2484 = 487.26 บาท
50 หน่วยที่เหลือ × 4.2218 = 211.09 บาท
รวมเป็นเงิน = 698.35 บาท
ตัวอย่างที่ 2
ใช้ไฟฟ้าไป 400 หน่วย จะคิดค่าไฟ ดังนี้
150 หน่วยแรก × 3.2484 = 487.26 บาท
250 หน่วยที่เหลือ × 4.2218 = 1,055.45 บาท
รวมเป็นเงิน = 1,542.41 บาท
ตัวอย่างที่ 3
ใช้ไฟฟ้าไป 600 หน่วย จะคิดค่าไฟ ดังนี้
150 หน่วยแรก × 3.2484 = 487.26 บาท
250 หน่วยถัดมา × 4.2218 = 1,055.45 บาท
200 หน่วยที่เหลือ × 4.4217 = 884.34 บาท
รวมเป็นเงิน = 2,427.05 บาท
ตัวอย่างที่ 4
ใช้ไฟฟ้าไป 1,000 หน่วย จะคิดค่าไฟ ดังนี้
150 หน่วยแรก × 3.2484 = 487.26 บาท
250 หน่วยถัดมา × 4.2218 = 1,055.45 บาท
600 หน่วยที่เหลือ × 4.4217 = 2,653.02 บาท
รวมเป็นเงิน = 4,195.73 บาท
หมายเหตุ: ค่าไฟจากตัวอย่างข้างต้นทั้งหมด ราคายังไม่รวม vat 7 %, ค่าบริการ, หักส่วนลดค่า Ft
หากค่าไฟแพงผิดปกติ แจ้งการไฟฟ้าได้
มาตรการรัฐเกี่ยวกับค่าไฟ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงนี้ ทางภาครัฐได้ออกมาตรการลดค่าใช้ไฟฟ้าถึง 3 มาตรการ ดังนี้
1. ลดค่าไฟฟ้าลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 รวม 3 เดือน
2. คงอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2563 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย ต่อไปอีก 4 เดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ทำความเข้าใจค่า Ft คืออะไร เกี่ยวกับค่าไฟอย่างไร
3. มาตรการค่าไฟฟ้าฟรี สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ (ประเภทที่ 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง และประเภทที่ 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) จาก 50 หน่วยต่อเดือน เป็น 90 หน่วยต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน 2563)
4. ขยายระยะเวลาการชำระค่าไฟฟ้า ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ (ประเภทที่ 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง และประเภทที่ 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิล สำหรับใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563
นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมจะประชุมหาแนวทางมาตรการเรื่องค่าไฟฟ้า เพิ่มเติมจากที่ได้มีหลายมาตรการออกไปแล้วซึ่งต้องติดตามกันต่อไป
การตรวจรับบ้านในส่วนระบบไฟฟ้า เรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ
อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าค่าไฟเพิ่มขึ้นผิดปกติอาจเกิดจากปัญหาไฟรั่วหรืออื่น ๆ สามารถแจ้งการไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบในเรื่องค่าไฟแพง โดยสามารถยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง www.mea.or.th และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค www.pea.co.th ซึ่งจะลงไปตรวจสอบให้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าห่วงป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรก่อนบ้านวอดวาย
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากเพจ โธ่ ชีวิตพนักงานไฟฟ้า
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า