โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงบันดาลใจของ "ไลน์" ความสุขเกิดจากทีมที่ไว้ใจกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 01.32 น.

LINE Thailand ถูกจัดอันดับให้เป็นที่ 2 ของบริษัทที่คนไทยอยากทำงานด้วยมากที่สุดในปี 2020 จากการจัดอันดับของ Workventure เว็บไซต์ค้นหางานที่มีผู้ใช้งานจากทั่วประเทศ

โดยทางเว็บไซต์ทําการสํารวจปัจจัยหลักในการเลือกงานของกลุ่มนักศึกษา และคนวัยทํางาน ในช่วงอายุระหว่าง 21-35 ปี จํานวน 10,000 คน รวบรวมข้อมูลจนได้ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่สนใจร่วมงานด้วยมากที่สุด

“ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ ประเทศไทย กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจอยากทำงานกับบริษัท โดยมองว่าปีนี้ LINE ไต่ขึ้นมาถึง 18 อันดับ ในการจัดอันดับของ Workventure จนกลายเป็นอันดับ 2 รองจากกูเกิล ประเทศไทยซึ่งยังเป็นอันดับ 1

สำหรับปัจจัยที่คนรุ่นใหม่เลือกสมัครงานปีล่าสุดมีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ ออกไปเล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมา เงินเดือน, สวัสดิการ, สถานที่ตั้ง และไลฟ์สไตล์ในที่ทํางาน (ความยืดหยุ่นของเวลาการทํางาน, สมดุลชีวิตการทํางาน) ถือเป็น 4 ปัจจัยอันดับแรกในการเลือกบริษัทเพื่อทํางาน แต่ในปี 2020 มีอีกปัจจัยสําคัญที่เกิดขึ้นคือความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท

“สำหรับไลน์ ประเทศไทย เราพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรเป็นรูปแบบเทคสตาร์ตอัพ เป็นองค์กรที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยี มีความยืดหยุ่น แต่มากไปกว่านั้นคือเรามุ่งเน้นสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเปิดกว้างในการยอมรับความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ LINE เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และรวดเร็ว”

“โดยกุญแจความสำเร็จคือการมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง และเป็นไปตามวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ Life on LINE (หรือ LINE สำหรับทุกไลฟ์สไตล์) ซึ่งหมายถึงการที่ LINE ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนโลกออนไลน์อีกต่อไป”

“แต่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนในโลกออฟไลน์อย่างเต็มตัว ดังนั้น พนักงานในองค์กรต้องดำเนินงานตามแนวทาง Life on LINE ให้ทัน ซึ่งผมคิดว่าการที่จะทำให้พนักงานพัฒนาต่อเนื่องคือ การที่พวกเขาได้ทำงานอย่างมีความสุข ตอนนี้ ไลน์ ประเทศไทย มีพนักงานประมาณ 350 คน มีความหลากหลายของเชื้อชาติ โดยส่วนใหญ่เป็น Generation Y อายุเฉลี่ย 29-30 ปี ดังนั้น วัฒนธรรมองค์กรที่จะทำให้คนรุ่นนี้ทำงานอย่างมีความสุข คือ วัฒนธรรมองค์กรแบบเปิดและไว้ใจกัน”

“ผมให้ความสำคัญกับการประชุม town hall เพื่อให้ผู้บริหารของบริษัทมาพบปะพนักงานเพื่อบอกเล่าแผนการทำงานขององค์กรให้พวกเขาฟังด้วยตัวเอง ซึ่งดีกว่าให้พวกเขาไปได้ยินจากคนอื่น ซึ่งจะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับพนักงานมากกว่า และแสดงให้เห็นว่าเราไว้ใจพวกเขา”

“ดังนั้น การที่เราเป็นเทคคอมปะนีที่มีความเป็นนานาชาติ แต่ก็มีความเป็นไทยด้วย จึงทำให้ไลน์ ประเทศไทย มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว มีความคล่องตัว แต่ก็ละเอียดอ่อน พนักงานและผู้บริหารอยู่กันเหมือนญาติพี่น้อง พนักงานสามารถเสนอไอเดียได้ทันที ทำงานที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของการนั่งในห้องประชุม หรือในห้องทำงานอย่างเดียว ทำให้งานขยับเร็วขึ้น”

“ดร.พิเชษฐ” บอกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการมีสภาพแวดล้อมทำงานที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ ทำให้เขาอยากตื่นมาทำงานทุกวัน เราจึงออกแบบสำนักงานให้สวยงาม สดใส มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

และตั้งแต่เปิดสำนักงาน LINE ประเทศไทย เราต้อนรับผู้สนใจมากมายที่เข้ามาเยี่ยมสำนักงานของเรา ในฐานะตัวอย่างของสำนักงานบริษัทเทคคอมปะนีที่มีความทันสมัย บรรยากาศเอื้อต่อการทำงาน ทั้งยังมีบริการต่าง ๆ ให้พนักงานผ่อนคลายจากการทำงาน อาทิ โซนบอร์ดเกม, โซนฟิตเนส, โซนรีแลกซ์ที่มีทั้งบริการนวด และที่สำหรับนอนพักผ่อน

“ทั้งยังมีกิจกรรมสังสรรค์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานเป็นประจำ รวมถึงการตกแต่งสำนักงานที่สนับสนุนให้เกิดแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และความชอบของพนักงาน ที่ไม่เพียงแค่สร้างที่ทำงานให้น่าอยู่ แต่ไลน์ ประเทศไทย ยังให้การดูแลพนักงานอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องความสุขในการทำงาน และการรักษาความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัว (work-life balance) ด้วยเทคโนโลยีและสวัสดิการของบริษัท”

“ตรงนี้พิสูจน์ได้จากช่วงเริ่มต้นของการระบาดโควิด-19 ในปี 2020 พนักงานของไลน์สามารถเลือกทำงานจากที่บ้านได้ทันที เพราะเรามีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนให้การทำงานยืดหยุ่นได้ทุกที่ ทุกเวลา”

“นอกจากนั้น บริษัทยังยกระดับการป้องกัน พร้อมมอบสวัสดิการด้านสุขภาพ และการรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานสูงสุด อาทิ อาหารกลางวันในกล่องแยกส่วนบุคคลสำหรับพนักงานทุกคน, ชีลด์ป้องกันในพื้นที่ส่วนกลาง, แพทย์ และจิตแพทย์สำหรับปรึกษาส่วนตัว, เครื่องมือในการสื่อสารเพื่ออัพเดตสถานการณ์ให้พนักงาน, แพ็กเกจป้องกันตัวที่รวมถึงหน้ากาก, เครื่องวัดอุณหภูมิ, แอลกอฮอล์เจล และที่สำคัญ พนักงานทุกคนจะได้รับความคุ้มครองจากประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโควิด-19 ด้วย”

“พูดง่าย ๆ เราให้ความอิสระ และความไว้ใจในการทำงานจากบ้านของพนักงาน ทั้งยังดูแลความสะดวกสบายให้พวกเขาด้วย ถึงขนาดให้พนักงานสามารถยืมเก้าอี้จากออฟฟิศไปใช้งานที่บ้านก่อนได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับความเครียดของพนักงาน เราจึงจัดกิจกรรมให้พนักงานแชร์เรื่องราว และภาพถ่ายกิจกรรมนอกเวลางาน เช่น การปลูกต้นไม้, เลี้ยงลูก, เลี้ยงสัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ จนทำให้พนักงานรู้สึกเครียดน้อยลง ทั้งยังมีแรงผลักดันในการทำงานมากขึ้น”

“ดร.พิเชษฐ” อธิบายต่อว่า ปัจจุบันเราพยายามเข้าหาคนทำงานที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เขามาเรียนรู้กับบริษัท ขณะเดียวกัน เราก็ได้เรียนรู้จากพวกเขาด้วย จึงทำโครงการ LINE Rookie ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกงานช่วยให้นักศึกษามาเรียนรู้ และเติบโตจากการทำงานจริงกับไลน์ ประเทศไทย รวมถึงยังได้รับประสบการณ์ที่มีค่าจากพนักงานของบริษัท หรือที่เรียกว่า LINERs

“พนักงานของเราที่มากประสบการณ์จากหลากหลายสายงานมีหน้าที่ให้คำปรึกษาคนฝึกงาน และสอนงานแบบตัวต่อตัว ตลอด 10 สัปดาห์ของโครงการ ผู้ฝึกงานจะได้รับโอกาสในการออกแบบ และนำเสนอโครงการที่แสดงออกถึงไอเดียใหม่ ๆ จากความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ใหม่ที่ได้รับ ซึ่งเราจัดมาแล้วทั้งหมด 2 ครั้ง แต่พอปี 2020 เราไม่สามารถจัดได้ เพราะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับปีนี้เราจะดูความเป็นไปได้ว่าจะจัดได้อีกหรือไม่”

“ปี 2020 ที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า LINE เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง คนไทยนิยมใช้ LINE ทั้งกับชีวิตส่วนตัว และการทำงาน ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นที่มักใช้ LINE สำหรับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวประจำวันเท่านั้น ผมมองว่าพฤติกรรมนี้ทำให้ตัวเลขการใช้งาน LINE Call, LINE Group Call และการใช้งาน LINE บนคอมพิวเตอร์สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ของปี”

“กระทั่งมีการล็อกดาวน์ จนนำมาซึ่งพฤติกรรมการทำงานที่บ้าน (work from home) จึงทำให้เราต้องพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น LINE Meeting ที่ช่วยอํานวยความสะดวกในการประชุมผ่าน LINE จนกลายเป็นที่นิยมในเวลาต่อมา เพราะมีจํานวนประชุมที่สร้างผ่าน LINE Meeting ในไทยมากถึง 22 ล้านครั้งภายใน 3 เดือนหลังเปิดให้บริการฟีเจอร์นี้นับเป็นยอดการใช้งานที่สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก”

“นอกจากนั้น LINE ยังกลายเป็นช่องทางสำคัญในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ให้กับคนไทย โดยมีการใช้งาน LINE Official Account เพิ่มขึ้นสูงกลายเป็น 4 ล้านบัญชี ในเดือน พ.ค. 2020 และมีจำนวนร้านค้าที่ใช้งานเครื่องมือ My Shop เพื่อเปิดร้านบน LINE Official Account เพิ่มขึ้นถึง 48% ต่อเดือน ส่งผลต่อจำนวนผู้ใช้งานนักช็อปที่เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ที่สร้างผ่านเครื่องมือ My Shop นี้รวมมากกว่า 9 ล้านคนภายในเวลาหนึ่งปี”

สำหรับการเติบโตของไลน์ ประเทศไทย “ดร.พิเชษฐ” บอกว่า มาจาก growth mindset ของพนักงาน และทักษะที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ของพวกเขา ถึงแม้จะเป็นช่วงที่เราทำงานจากบ้าน แต่เราก็เตรียมแพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางออนไลน์ให้พนักงานได้ใช้พัฒนาตัวเอง ที่สำคัญ พนักงานยังสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้ตลอด ถ้าต้องการคำแนะนำ

“ฉะนั้น ไลน์ ประเทศไทย ยังคงพัฒนาด้านทรัพยากรบุคคล และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง และยินดีที่จะเป็นตัวอย่างให้กับบริษัท และองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม และนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัท โดยจะมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่คนไทยอยากทำงานด้วยมากที่สุดอันดับ 1 ให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...