'พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา' ฝ่ามรสุม คืนฟอร์ม สู่ปีที่ 3 'ผู้นำสีกากี'
เปิดศักราชใหม่ปีจอ พ.ศ.2561 จับตาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป็นการเปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไข และ เงื่อนเวลา“ปฏิรูปตำรวจ” ที่หากนับระยะเวลาตามกำหนดในไทม์ไลน์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดเส้นตาย ประกอบกับความคืบหน้าล่าสุดที่บอร์ดปฏิรูปตำรวจแพลมดราฟ โฉมใหม่ด้านต่างๆขององค์กรสีกากี สู่สาธารณะ โดยหลักการแล้วก่อนเดือนเมษายน พ.ศ.2561 จะพบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโฉมใหม่ ในแบบฉบับกองทัพจัดแถว!!?
ตลอดปีขวบปีที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การควบคุมของ“พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป้อม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝ่ายการเมืองผู้กำกับดูแล เผชิญกับสถานการณ์สำคัญต่างๆมากมาย หลายคดีใหญ่ เหตุการณ์เขย่าความมั่นคง หลายปมเชิงบริหารที่ทั้งคนในและคนนอกองค์กรตั้งคำถาม ทว่าภายใต้การนำของบิ๊กป้อม ในอ้อมกอดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ภายใต้การนำทัพตำรวจของน้องรักบิ๊กป้อม คือ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)” สามารถนำทัพสีกากีฝ่าทุกเหตุการณ์สำคัญ ผ่านทุกคำถาม คำครหามาได้ตลอดทั้งปี
ปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 2 ที่ “บิ๊กแป๊ะ” ครองเก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” หลังได้รับความไว้วางใจจากบิ๊กป้อม และได้รับเลือก ให้เป็น ‘ผู้นำสีกากี’ กุมบังเหียนองค์กรตำรวจตั้งแต่ตุลาคม 2558
- 2 ปี ผบ.ตร.สายแข็ง
นับตั้งแต่เป็น ผบ.ตร. จนถึงวันนี้ ปีที่ 3 “เก้าอี้ผู้นำสีกากี” ของ “บิ๊กแป๊ะ” ถูกเขย่าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะมีหลักยึด ค้ำ คอนเนคชั่นอันทรงพลัง จนวันนี้ผู้นำตำรวจ ยังชื่อ“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ทุกครั้งไปที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยการเมือง หรือถึงฤดูแต่งตั้งโยกย้าย เก้าอี้ใหญ่ของบิ๊กแป๊ะมักสั่นไหว
เจ้าตัวประกาศกร้าวบ่อยครั้ง “ไม่หวั่นไหว ยอมรับและพร้อมไปเมื่อหมดเวลา” แต่ทว่ากำกับด้วยหมายเหตุ ตนเองทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่ได้ผิดหรือมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่เหมาะสมกับเก้าอี้นี้ ครั้งล่าสุดปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ในห้วงที่การแต่งตั้งนายพลวาระประจำปี 2560 ยังไม่สะเด็ดน้ำดี ข่าวลือสะพัดบิ๊กแป๊ะ ขาเก้าอี้หัก ต้องลุกไปสวมสูทติดบั้งนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในช่วงที่เก้าอี้ทางการเมืองก็ยังไม่ลงล็อก ข่าวลือสัญญิงสัญญาเก่าถูกกระพือจนความมั่นคงในสำนักปทุมวันสั่นคลอน แต่ข่าวลือก็แค่ลือ หลังมรสุมข่าวสารพัดกระหน่ำหนัก เวลานี้ฟ้าเปิดสดใส พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังรั้งเก้าอี้ ผบ.ตร.อย่างมั่นคงสมชื่อ ผบ.ตร.สายแข็ง ทว่ากว่าจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2563 ข่าวสะพัดเช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นอีกเป็นธรรมดา
- ปี 2560 ‘บิ๊กแป๊ะ’ คืนฟอร์ม เปิดตัวดรีมทีม
เส้นทางสีกากีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ดูจากโปรไฟล์ใบประวัติ จัดว่าครบเครื่อง ภูธร นครบาล อำนวยการ วิชาการ มือประสานงานพันทิศ ผ่านมาครบ
ชื่อชั้นนักสืบมือปราบ สร้างทีมหน่วยสืบและปฏิบัติการพิเศษจนเป็นที่เลื่องชื่อ แบรนด์จักรทิพย์ไม่ธรรมดา เป็นตำรวจระดับไฮเอนด์
เมื่อขึ้นเป็นผู้นำสีกากี จึงคล้ายแบกความคาดหวัง ผู้ใต้บังคับบัญชาหวังจะเห็นฟอร์มของผบ.ตร.ตามแบบฉบับบิ๊กแป๊ะที่เหล่าสีกากีรับรู้สัมผัสก่อนเป็นผบ.ตร. คือ นักบู๊ มือปราบ ทว่าช่วงปีแรกที่อยู่ในตำแหน่ง อาจเพราะยังไม่ชินกับตำแหน่งใหญ่บนยอดพีระมิด ฟอร์มจึงหลุดไปบ้าง
แต่ไม่ทำให้สีกากีผิดหวังนาน ห้วงปีที่ 2 ของบทบาทผู้นำ บิ๊กแป๊ะ คืนฟอร์ม พร้อมกับเปิดตัวดรีมทีมไปในตัว ที่ประกอบด้วยเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ (นรต.36) ทีมสืบสวน และรุ่นน้องสมัยอยู่นครบาล กองปราบ ที่ฝีมือเรียกได้ไม่อายว่านี่คือนักสืบ มือปราบ ระดับพระกาฬของจริงตัวจริง ในยุคนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากคดีใหญ่ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่บิ๊กแป๊ะคุมทีม สืบสวนเอง ทำงานลับๆกับชุดสืบสวนเพื่อน นรต.36 และรุ่นน้องทีมสืบสวนนครบาล เพียงไม่ถึง 1 เดือน ตามจับ นายวัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกร มือระเบิดได้ ต่อจิ๊กซอว์หลักฐานชัดมัดดิ้นไม่หลุด
ต่อมาเกิดเหตุฆาตกรรมยกครัวที่อ่าวลึก จ.กระบี่ บิ๊กแป๊ะ พักบทบาทผบ.ตร.สวมเสื้อกั๊ก รับบทหัวหน้าทีมสืบสวนอีกครั้งนำกลุ่มนักสืบดรีมทีมลงพื้นที่ เคลียร์ทุกประเด็น เพียง 1 สัปดาห์ จับกุมบังฟัตและพวก คลายปมสยองขวัญ ได้ใจคนกระบี่ไปครอง คนทั้งประเทศปรบมือชื่นชมในผลงานผบ.ตร.และทีมงาน เรียกเต็มปาก “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”
อีกคดีใหญ่ตามแกะรอยมานาน ผลงานดรีมทีมบิ๊กแป๊ะ ทลายขบวนการล้มบอลไทยลีก
- ปีที่ 3 จัดแถวแต่งตั้งสีกากีให้ถูกต้อง เป็นธรรม ความหวังรำไร ?!
ขวบปีที่ 2 บนเก้าอี้ “ผู้นำ”ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นปีที่เริ่มเข้าที่เข้าทาง ในมิติของผู้บริหาร หรือผู้นำองค์การ เห็นได้ชัดว่า ปีที่ 2 ในตำแหน่งผบ.ตร. บิ๊กแป๊ะมีอำนาจและบทบาทจัดทัพ สะท้อนผ่านการทำแต่งตั้งโยกย้าย วางตัวคน วางขุมกำลัง!
เทียบกับปีแรกที่เพิ่งได้สัมผัสเก้าอี้ผู้นำใหม่ๆ และมีอำนาจเขียนไว้ในกฎหมาย การแต่งตั้งตำรวจในตอนนั้น เกิดปัญหา และมากด้วยครหาที่หมิ่นเหม่
แต่ปีที่2 ของพล.ต.อ.จักรทิพย์ คล้ายว่า ‘บิ๊กแป๊ะ’ มีสิทธิวางตัวบุคคลในตำแหน่งสำคัญในวาระแต่งตั้ง 59 และ 60 มากขึ้นกว่าครั้งก่อน อาทิ ระดับผู้บัญชาการหน่วยหลักๆ ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ ที่เพื่อนร่วมรุ่น นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 รวมทั้งมือไม้ทำงาน คนสนิทของบิ๊กแป๊ะ มีโอกาสได้รับตำแหน่งสำคัญ ขับเคลื่อนงานสำคัญของตำรวจ ดูเหมาะสม แบบรู้คน รู้งานมากขึ้น ทว่าคำครหาก็ยังเกิดขึ้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนทางวินัย ?!
แม้ว่ากันตามหลักการ อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมดตามกฎหมายอยู่ในมือ ผบ.ตร. แต่ผลจากการแต่งตั้งวางกำลังพล ในช่วงปีแรกของการเป็น “ผู้นำ” ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง ชนิดหากหลักไม่ใหญ่พอคงล้มไปแล้ว อ่านผลงานการแต่งตั้งตำรวจในปีแรก วงการสีกากีชี้ว่าไม่น่าจะใช่ “ยี่ห้อจักรทิพย์” ?!
หรือเป็นห้วงปีที่ต้องรับแรงต้าน แรงเสียดสี เสียดทาน ที่ไม่ได้ก่อ?!
หากเปรียบเทียบการแต่งตั้งจัดทัพ เหมือนการปรุงอาหารในภัตตาคารเกรดมิชลิน เหล่าสีกากีที่รู้รสมือ “เซฟมีชื่อ” อย่างพล.ต.อ.จักรทิพย์ดี แค่เห็นหน้าตาอาหารบนโต๊ะก็รู้ นี่คือฝีมือ“กุ๊ก” นอกภัตตาคาร ทำอาหารเสียรส หมดราคา พอถึงปีที่ 2 อาหารรสเดิมคุ้นลิ้น กินถูกปาก เข้าทางสีกากีมากขึ้น เพราะเชฟมีชื่อได้โอกาสมีบทบาท กำชับรสชาติให้ถูกใจคนกินมากขึ้น แม้รสปะแล่มผิดกลิ่นอยู่บ้าง
การแต่งตั้งโยกย้าย เป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ ของวงการตำรวจไทย บทบาทผู้บริหาร ผู้นำทัพ การวางกำลัง ตั้งตำแหน่งขุนพล นายกอง นี่สำคัญ จัดทัพวางคนผิด สั่งการขับเคลื่อนไม่ได้ หน่วยมีแต่ถอยหลังกับย่้ำอยู่กับที่ ไม่ว่ายุคไหนปฏิเสธไม่ได้ นักการเมืองจริงนักการเมืองเทียม เมื่อมีอำนาจคุม สั่งการ น้อยนักหรือแทบไม่มีหรอกใครที่ไม่เข้าไปยุ่ง เรื่องแต่งตั้งตำรวจ ขึ้นอยู่กับโอกาสเปิดแค่ไหน ?!
ศักราช 2561 ปีที่ 3 ของเชฟมีชื่ออย่าง “พล.ต.อ.จักรทิพย์” หากไม่ปล่อยกุ๊กคนนอกเข้ามาเปลี่ยนสูตรให้อาหารชั้นดียี่ห้อตำรวจไทย เสียรส เสียราคา อาหารจานเลิศก็กลับมาอร่อยเลิศ โดยให้อำนาจการแต่งตั้งบริหารบุคคลแก่ผู้พึงมีตามกฎหมาย ตามกลไกบริหารบังคับบัญชาและควบคุมด้วยคุณธรรม ทำให้ได้เห็นในยุคผบ.ตร.ที่ชื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์
หากแต่งตั้งตำรวจด้วยระบบคุณธรรมโดยแท้แบบที่สีกากีคาดหวัง สร้างขวัญกำลังใจสีกากี สร้างระบบการเติบโต ก้าวหน้าในอาชีพอย่างมั่นคง ทำระบบดีให้เกิดขึ้น เริ่มที่การแต่งตั้ง เรื่องที่ผู้นำมีอำนาจทำได้เอง ไม่ต้องให้ใคร เมื่อตำรวจกำลังใจดีขึ้น ไม่ต้องพะว้าพะวงกับเรื่องนอกระบบ ประชาชนย่อมได้รับการดูแลบริการที่ดีขึ้น
ตั้งต้นปฏิรูปจากภายใน ก่อน ถูกปฏิรูปจากภายนอก จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ในปีที่ 3 ของ ผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา!!