รอง อธิบดี กรมอุทยานฯ แถลงกรณีดำเนินคดี “เปรมชัย” และพวก
วันที่ 7 มีนาคม 2561 นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงถึงความคืบหน้ากรณีกรมอุทยานฯ เข้าควบคุมตัว นายเปรมชัย กรรณสูต ประธาน บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกอีก 3 คน ขณะลักลอบตั้งแคมป์พักแรมบริเวณริมห้วยประชิ หมู่ 4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด่านตะวันตก โดยยืนยันว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้เพิกเฉยในการดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย และพวกแต่อย่างใด โดยมีการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ซึ่ง พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามคดีการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก ซึ่งมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธาน และ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นที่ปรึกษา พร้อมคณะทำงาน ติดตามกรณีดังกล่าว
นอกจากนี้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าดำเนินการด้านนิติวิทยาศาสตร์กับ นายเปรมชัย และพวกโดยเร็ว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกันหมด เช่น การตรวจซากเนื้อเสือดำในหม้อซุป กระดูกท่อนขา จำนวน 2 ชิ้น ที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่า เป็นเนื้อเสือดำ ส่วนที่อ้างว่าเป็นเนื้อเก้ง ผลพิสูจน์พบว่า เป็นเนื้อหมูป่า ชิ้นเนื้อที่อ้างว่า เป็นเนื้อไก่ฟ้าหลังเทา พบว่าเป็นไก่ฟ้าหลังขาว
นายปิ่นสักก์ กล่าว ส่วน งาช้าง จำนวน 4 กิ่ง ผลการตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่า เป็นงาช้างแอฟริกา ขณะที่วัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ ได้แก่ มีดอีโต้ มีดทำครัว และมีดเหน็บ รวมจำนวน 6 เล่ม ทั้งนี้ มีดเหน็บ จำนวน 2 เล่ม พบ ดีเอ็นเอ ของเสือดำ ซึ่งเป็นเสือดำตัวดังกล่าว
ส่วนการสอบผล ดีเอ็นเอ งาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัย จำนวน 4 กิ่ง หรือ 2 คู่ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 นั้น ทางหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แจ้งผลมาแล้วว่า ทั้ง 4 กิ่งเป็นงาช้างจากแอฟริกา ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ซึ่งอาศัยตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และกฎหมายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ถือเป็นการครอบครองงาช้างที่ผิดกฎหมายชัดเจน
นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า (ชุดเหยี่ยวดง) กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อดำเนินคดีกับ นางคณิตดา กรรณสูต ภรรยานายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในความผิดฐานมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
“กรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าบกพร่องต่อหน้าที่ กรณีอนุญาตให้ นายเปรมชัย และคณะ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือไม่ ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทุกคนไม่มีความผิดและไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ตั้งแต่นางกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า จนถึงนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ที่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ ทั้งนี้ คณะของนายเปรมชัย เข้าไปในจุดที่ห้ามเข้า และเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการจับกุมตามระเบียบแล้ว จึงถือว่าไม่มีความบกพร่อง” รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว
นายปิ่นสักก์ กล่าวและว่า ส่วนกรณีการมอบไฟฉายให้เจ้าหน้าที่นั้น จากการตรวจสอบพบว่า นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นผู้มอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน 5 กระบอก ราคากระบอกละ 120 บาท ซึ่งก็เป็นการมอบให้ในฐานะรุ่นพี่ที่เคยเรียนมาด้วยกัน ไม่เกี่ยวข้องกับการติดสินบน
ขณะนี้ กรมอุทยานฯ กำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งการจำลองวิถีกระสุนการยิงเสือดำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเข้าประกอบสำนวนคดีหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ และหากมีหลักฐานเพิ่มเติม กรมอุทยานฯ พร้อมส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนทันที
สำหรับกระแสสังคมที่มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่หลายภาคส่วนเห็นความสำคัญกับสัตว์ป่า และเป็นการขับเคลื่อนของสังคมในการร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก ที่ใกล้สูญพันธุ์ คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่สังคมจับตามอง และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ทำงานควบคู่กับตำรวจ พร้อมมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย ได้
ส่วนกรณีที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกมาแถลงข่าว จะเคลื่อนไหวหากตำรวจไม่ดำเนินคดีกับนายเปรมชัย และพวก ในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่านั้น ตนเชื่อว่า คณะพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนคดี ซึ่งไม่สามารถก้าวล่วงการทำคดีของตำรวจได้” นายปิ่นสักก์ กล่าว