โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Queer Eye รายการเมคโอเวอร์ที่ดูแล้วต้องร้องชอบด้วยความตื้นตัน แต่ขณะเดียวกันก็ชวนตั้งคำถาม

The MATTER

อัพเดต 12 มี.ค. 2561 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2561 เวลา 14.51 น. • Rave

The original show is fighting for tolerance. Our fight is for acceptance.” - Tan France

Queer Eye คือรายการเรียลลิตี้โชว์แนวเมคโอเวอร์ 8 ตอนทาง Netflix ที่นำรายการ Queer Eye for the Straight Guy ที่เคยฉายทางทีวีในปี 2003 กลับมาทำใหม่ และได้ใจคนดูไปตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าฉาย

หลักการง่ายๆ Queer Eye จะให้คนทางบ้าน (โดยในซีซั่นแรกนี้จะเบสที่รัฐจอร์เจียเท่านั้น) เสนอชื่อเข้ามาว่าอยากให้รายการพา The Fab Five ไปเมคโอเวอร์ใคร ในเวอร์ชั่นใหม่มี Fab Five 5 คน คือ Bobby Berk ผู้เชี่ยวชาญด้านดีไซน์ อารมณ์มายโฮม บ้านและสวน Antoni Poroski ฝ่ายอาหาร ลักษณะงานคล้ายคุณชาคริต Jonathan Van Ness ผู้เชี่ยวชาญด้านกรูมมิ่ง ดูแลหนวดเคราและใบหน้าไปจนปลายผม 15 เซนฯ Tan France ดูเรื่องแฟชั่น และ Karamo Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมที่พูดออกมาก็แทบจะโคว้ตได้ทุกคำ และมีความไลฟ์โค้ชอยู่บ้าง

เวลา 45 นาที (บวกลบนิดหน่อย) ที่ในตอนแรกคิดในใจว่าจะดูจบไหมแต่กลับผ่านไปไวกว่าที่คิด เสียงหัวเราะและน้ำตา จะพาคุณปล่อยไหลไปรวดเดียวจบทั้ง 8 ตอน

เริ่มตั้งแต่เรื่องราวของชายวัย 57 ที่คิดว่าตัวเองน่าเกลียด หนุ่มนักพัฒนาแอพฯ ที่สร้างกำแพงไว้ในใจ เขารู้เรื่องราวของเพื่อนและเพื่อนร่วมงานมากมาย แต่กลับไม่มีใครรู้เรื่องเรื่องราวของเขานัก เรื่องราวของอดีตนากวิกโยธินหนุ่มคลั่งปาร์ตี้ที่มีคอสตูมเวียร์ดๆ และเอนเตอร์เทนคนชอบปาร์ตี้ได้มากมายแต่กลับไม่ค่อยได้เชื่อมความสัมพันธ์หรือออกไปไหนกับครอบครัว ไปจนเรื่องของชายหนุ่มผิวสีที่เสียใจเพราะไม่ได้ Coming out กับพ่อผู้จากไป พ่อผู้เป็นแบบอย่างในหลายๆ ด้าน เขาอยากบอกเรื่องนี้กับแม่เลี้ยงซึ่งเป็นคนสำคัญในชีวิตแต่ก็กลัวความสัมพันธ์จะแย่ลงจึงได้แต่ปกปิดเอาไว้ ทั้งที่อยากจะแต่งงานกับแฟนหนุ่ม และอยากให้เธอยังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

ยังไม่พอ The Fab Five  พาเราไปรีดีไซน์บ้านของชายคริสเตียนลูก 6 และพิธีแต่งงานที่ภรรยาของเธอไม่เคยได้รับ จากนั้นโดดไปที่เรื่องราวนักลงทุนหนุ่มที่อาศัยอยู่ในบ้านคุณยาย ตกแต่งภายในด้วยสไตล์ยุค 70s Fab Five ก็ช่วยให้เขาเจาะเอากาลเวลาที่ห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ออกมาเพื่อค้นหาสไตล์ที่แท้จริงของตน ไปจนเรื่องราวของ แสตนด์ อัพ คอมเมดี้ ผู้อาศัยอยู่กับพ่อและไม่มีความมั่นใจใดๆ ในตัวเอง และสุดท้าย พนักงานดับเพลิงผู้ต้องการให้พลิกโฉมสถานี และให้ Fab Five ช่วยเตรียมการงานการกุศลของสถานี ที่จะนำรายได้ไปสมทบทุนการฝึกซ้อม

สิ่งที่ทำให้ Queer Eye แตกต่างจากรายการเมคโอเวอร์ทั่วไป คือการพลิกโฉมผู้เข้าร่วมทั้งภายนอกและภายใน หรืออาจเรียกอย่างเขินๆ เพราะมันบังเอิญคล้ายๆ แท็กโฆษณาผลิตภัณฑ์ความงามว่า “เมคโอเวอร์จากภายในสู่ภายนอก”

ระยะเวลา 1 สัปดาห์ ที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงผู้ถูก nominate นั้น Fab Five ได้ปลดล็อกความรู้สึกที่ติดค้างภายในจิตใจของผู้ร่วมรายการ ในขณะเดียวกันก็ได้เยียวยาบาดแผลในจิตใจตนเช่นกัน

เช่นในบทสนทนาระหว่าง Karamo ฝ่ายวัฒนธรรม กับ Cory ตำรวจผู้เข้าร่วมรายการ ที่แสดงให้เห็นถึงความหวั่นวิตกของเขา หรือก็คือความหวั่นใจของคนดำต่อตำรวจ

Karamo : ตอน Henry (เพื่อตำรวจที่เสนอชื่อ Cory เข้าร่วมรายการ) เรียกเราจอดรถ ผมสติแตกในทันที ผมคิดว่าถ้าถูกดึงออกไปจากรถแบบนั้นมันต้องเกิดเรื่องแน่ๆ ลูกของผมไม่อยากทำใบขับขี่ เพราะเขากลัวว่าตำรวจจะเรียกให้เขาจอดรถและยิงเขา แน่นอนว่าประเด็นของผมคือ ไม่อยากให้เหมารวมว่าคนดำทั้งหมดคืออาชญากร เพราะบางครั้งพวกเราก็รู้สึกแบบนั้น

Cory : และตำรวจทุกคนก็ไม่อยากถูกเหมารวมว่าไม่ดีเหมือนกัน ผมก็ถูกตราหน้าว่าเป็นหนึ่งใน 10% ที่ปรากฏตามสื่อ ใช้กำลังเกินเหตุ และฆ่าคนผิวดำทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น เราเพิ่งมีเหตุที่กวินเนตต์เคาน์ตี้ มีตำรวจเตะเข้าที่หน้าชายคนหนึ่งหลังจากใส่กุญแจมือแล้ว และไม่มีอะไรที่ทำให้เรื่องนี้ถูกต้องได้

จบบทสนทนา Karamo โล่งใจและราวกับได้รับการเยียวยา หลังได้ยินคำยอมรับจากปากตำรวจ ว่าบางครั้งตำรวจเองก็ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และแน่นอน Karamo ไม่ได้บอกว่าบทสนทนาของตำรวจและเกย์คนหนึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ในสหรัฐอเมริกาได้ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ตระหนักรู้ว่าที่นี่ มีเรื่องนี้ที่เป็นปัญหาอยู่

นอกจากประเด็น Black Lifes Matter และเรื่องการ Come out ของชาว LGBT รายการนี้ยังพาเราไปสำรวจบางคอนเซ็ปต์อ่อนไหวที่เราอาจไม่ทันได้คิด

ใน EP แรก ระหว่างทางไปร้านขายฟูก Tom Jackson ถาม Bobby

Tom : คุณแต่งงานหรือยัง?

Bobby : ผมแต่งงานแล้ว เราอยู่กินกันมา 13 ปี กว่าจะแต่งได้ถูกกฎหมายก็ 5 ปีก่อนนี่เอง

Tom : คุณเป็นสามีหรือภรรยา?

Jonathan : นี่เป็นความเข้าใจผิด

Bobby : ใช่ มาอธิบายเรื่องนี้กัน That’s a little sexist ทอม

Tom : ผมต้องขอโทษด้วย

Jonathan : นิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ในฐานะเกย์ ผมเจอเรื่องนี้ตอนที่ผมมีชีวิตคู่ “Who wear the pants?” แม้แต่กับคู่รักชายหญิง ผมมองว่าเส้นแบ่งพวกนี้มันไม่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว และไม่ว่าบทบาทของคุณคืออะไร ไม่ว่าคุณเป็นดวงจันทร์หรือพระอาทิตย์ พระจันทร์จะมีพลังแบบผู้หญิงหน่อย พระอาทิตย์ก็จะแบบผู้ชายหน่อย ผมว่ามันเป็นข้อดีนะถ้าเรามีทั้งสองอย่าง

Bobby : We both wear the pants.

คำตอบของ Jonathan และ Bobby ทั้งทำเอาเราตบเข่าฉาดอยู่หน้าจอและรู้สึกหน้าชาไปพร้อมๆ กัน เพราะก็เคยถามเพื่อนเกย์แบบนี้อยู่บ้าง

เมื่อดูจบทั้ง 8 ตอน นอกจากจะเฝ้ารอซีซั่น 2 ให้มาไวๆ ในใจก็ชวนตั้งคำถามว่า การแต่งตัวในแบบที่เรารู้สึกสบายแต่ไม่ได้เป็นการแต่งกายในกระแสนั้นต้องเมคโอเวอร์ไหม การที่เราเป็นคนแบบหนึ่งในที่ทำงาน เป็นอีกแบบหนึ่งกับเพื่อน และเป็นคนละคนเมื่ออยู่บ้านคนเดียวนั้น เป็นเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลงเลยหรือ การมีบ้านเป็นหลุมหลบภัยและเป็นพื้นที่ส่วนตัวนั้นถือเป็นเรื่องผิดบาปหรือไม่ และต้องใช้เงินมากมายแค่ไหนในการจะเมคโอเวอร์ตัวเอง และรีโนเวทบ้านใหม่ให้เป็นอย่างฝัน

แต่ที่แน่ๆ ดูแล้วแม้จะไม่ได้อยากลุกขึ้นมาเปิดห้องชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ หรือเปลี่ยนจากคนที่ชอบแฮงก์เอาท์เฉพาะคนรู้จักไปมิงเกิลกับคนใหม่ๆ แต่อย่างน้อยๆ ดูแล้วก็อยากจะลุกขึ้นมาเก็บห้องที่รกไม่แพ้คนที่ถูกเสนอชื่อไปในแต่ละตอน (เขินอาย เอามือม้วนชายเสื้อ) และแต่งตัวเพื่อตัวเองอยู่บ้างเหมือนกัน

และแม้ Queer Eye จะเข้าถึงคนดูหมู่มากจนถึงขนาดมีวลีใหม่แทน 'Netflix and chill' ว่า 'Queer Eye and cry' และได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกมากมายจากหลายๆ สื่อ แต่ในขณะเดียวกันนักวิจารณ์บางกลุ่มก็บอกว่า Queer Eye นั้นไม่เควียร์เลย - และเลิกเสียทีกับการที่เอาเกย์มาเป็นภาพแทนของวัฒนธรรมเควียร์ทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...