โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหาเดิม เวย์เดิม และจบแบบเดิม

Soccersuck

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 17.33 น. • Soccersuck

ผมไม่รู้ระหว่างคนอ่านหรือผมจะเบื่อขี้หน้ากันมากกว่ากันเมื่อเราต้องมาถกกันประเด็นเดิมๆที่ไม่มีอะไรใหม่หลัง ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอกับ นิวคาสเซิ่ล 1-1
ภาพซ้ำและสิ่งเดิมๆกลับมาฉายให้เราชมเหมือนช่วงต้นปีเป็นต้นมาทั้งๆที่เกมนี้ครึ่งแรกควรจบที่สกอร์ 4-5 ลูกด้วยซ้ำ
มันเป็นโอกาสที่ไม่ว่านักฟุตบอลระดับอาชีพทีมไหนต้องใส่สกอร์ไม่ใช่ให้มันค้างอยู่ที่ 1-0 แล้วทิ้งภาระให้คนอื่นในช่วงท้ายเกม
คือคู่ต่อสู้ที่เห็นสกอร์แบบนี้ก็งัดไม้ตาย “nothing to lose” อย่างที่ “สาลิกา” ทำในช่วงท้ายเกมคือบอมบ์โด่งเข้าเขตโทษ
ถามว่าโยนตอนนี้กับก่อนหน้านี้ต่างกันไหม?
ต่างกันตรงที่ “หงส์แดง” ดันไลน์สูงพอโยนไม่ล้ำหน้าก็ไปถึง อลิสซน แต่อย่างที่บอกครับเวลามันเหลือน้อยแข้งเจ้าถิ่นก็ต้องลงต่ำเพื่อรักษาสกอร์ตามธรรมชาติปกติเลย
แล้วลูกกลางอากาศของแนวรับ ลิเวอร์พูล ก็อ่อนแอโดนโหม่งแย่งได้มันก็ตกอยู่ในระยะอันตราย ไม่เขตโทษก็หน้าเขตโทษ
จริงๆแล้วเราไม่ควรมาพูดกันถึงเรื่องพวกนี้เลยหากแนวรุกปิดสกอร์จากโอกาสรวมทั้งเกม 22 หนแต่ได้มาแค่ลูกเดียว
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่ขึ้นปี 2021 ที่ “หงส์แดง” ทำได้แค่ 5 แต้มใน แอนฟิลด์ จากทั้งหมด 27 แต้ม
และเป็นการเสียประตูในบ้านมา 8 เกมติด นั่นหมายความว่าแนวรับมีโควต้าโดน 1 ประตูเสมอ การที่นำอยู่ 1-0 ความปลอดภัยมันไม่มีอยู่แล้ว
ด้วยความสัตย์จริงและเกียรติของลูกผู้ชาย ทันทีที่ผมเห็นโอกาสจะๆที่แข้งเร้ดแมชชีนช่วยกันเผาทิ้งแบบไม่เสียดายในครึ่งแรก
ไม่ว่าจะ โชต้า, ซาลาห์ หรือแม้กระทั่ง มาเน่ ได้ล่อเป้าแต่ล็อกไปให้ผู้รักษาประตูตระครุบหน้าตาเฉย
ผมก็เริ่มเผื่อใจไว้ก่อนราวๆ 40% ว่าเกมนี้มีสิทธิ์ “ไม่ชนะ” มันเป็นแบบนี้มาตลอด ผมเชื่อคู่แข่งมี “คู่มือ” how to ช่วง “เวลาบาป ”ยามที่ “หงส์แดง” ไร้คุณภาพในการปิดเกม
มันเกิดขึ้นในวันที่เสมอ เวสต์บรอม หรือ แพ้ เบิร์นลีย์ ทรงแบบนี้เลย
หลังเกมจบผมเลยดาว์นๆอยู่แค่ประมาณ 5-10 นาที ก่อนไปวิ่งเอาเหงื่อ 1 ชั่วโมงกลับมาแบบโล่งๆ
“เล่นแบบนี้ไม่สมควรไป แชมเปี้ยนส์ลีก” คำพูดสั้นๆแต่ได้ใจความของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่คงไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้แล้ว
ผมโคตรเห็นใจ JK ที่ยังอุตสาห์มีคนด่า วันนี้จัดตัว 4-2-3-1 เพื่อที่จะได้ 4 ตัวรุกลงพร้อมกัน แล้วมัน “คลิก” สร้างโอกาสเป็นสิบๆ ไม่ใช่โอกาสแบบ hlaf chance ง่อยๆด้วยนะ
ขนาด “สาลิกา” ทำบอลลั่นในกรอบเขตโทษยังจบสกอร์ไม่ได้ แล้วจะเอาปัญญาไปชนะใคร
ผมเห็นคนหัวร้อนด่าทั้งเปลี่ยนตัวผู้เล่น การถอด ติอาโก้, ให้ ฟีร์เมียโน่ อยู่ครบเกม, เอา ฟาบินโญ่ ไปเล่นหลัง บลาบลา
ครึ่งแรกเหนือกว่าเขาบานเบอะโอกาสเป็นสิบแต่ยิงได้ลูกเดียว มันจะมีเหตุผลอะไรอย่างอื่นที่ต้องโทษอีกเหรอครับ?
ในฐานะที่ผมเล่นกองหลัง ถ้าผมต้องอยู่ในทีมที่แนวรุกทิ้งโอกาสที่จะยิงลูก 2 ลูก 3 อย่างที่ “หงส์แดง” ทำผมบอกเลยโคตรเซ็ง
แนวรับทำหน้าที่ของตัวเองตลอดทั้งเกมรวมถึง อลิสซอน ช่วยชีวิตหลายครั้งหลายหน
แต่มันกดดันแค่ไหนเมื่อคุณต้องมาเจอฝั่งตรงข้ามที่บ้าคลั่งเพราะแนวรุกไปให้ความหวังพวกเขาจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย เล่นตำแหน่งกองหลังในยามกดดันมันเล่นยากนะว้อย
ซาลาห์ มีโอกาสเยอะก็จริงแต่บังมันก็ยิงได้เรื่อยๆ ทุกๆคนต้องแบ่งเบาภาระบ้างถึงจะถูก
ดิโอโก้ โชต้า วันนี้ก็เล่นแปลกๆ(คิดว่าไม่น่าฟิต) ส่วน มาเน่ เป็นคนที่มีโอกาสเยอะที่สุด แล้วบอลก็ไปเข้าทางแกในเขตโทษแทบทุกครั้งแต่บทสรุปก็เหมือนเดิม
ชั่วโมงนี้ถ้าจะมีใครอาการหนักกว่า มาเน่ ผมว่ามีแค่ “บอล เชิญยิ้ม” คนเดียวแหละครับ
สำหรับ “สาลิกา” การที่เล่นกับ ลิเวอร์พูล 2 นัดโดนล่อเป้ารวมแล้วนับไม่ถ้วนแต่ไม่แพ้เลยอาจพูกได้น่าจะมี buff พิเศษ ส่งผลทำให้ตอนนี้หนี ฟูแล่ม ไปแล้ว 9 แต้ม โอกาสรอดค่อนข้างสูง
และถือว่า อแล็ง แซงต์-แม็กซีแม็ง คัมแบ็คกลับมาช่วยทีมในช่วงหลังได้ถูกเวลา เป็นตัวพาทัวร์ที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมได้ลืมตาอ้าปากเวลาโดนกดแล้วรอสวน
ผมแอบชอบแข้งวัย 24 ปีมาตั้งแต่ซีซั่นก่อน ช่วงที่เปรี้ยงๆมาพร้อมกับ อดาม่า ตราโอเร่ แต่ปีก “สาลิกา” สไตล์ modern กว่า ยิงประตูหวังผลได้มากกว่าฝ่ายหลังที่ค่อนข้างโบโราณ (เปิดบอลเส้นหลัง)
ถ้าจะมีใครแทน มาเน่ ในซีซั่นหน้าผมว่า แซงต์-แม็กซีแม็ง เข้ากับระบบและไม่ต้องปรับตัวกับ พรีเมียร์ลีก ให้เสียเวลา
ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความใจสู้ของ “สาลิกา” ที่ชวนทะเลาะจนกระทั่งทดเจ็บ เรื่องเดียวที่ไม่ชอบก็น่าจะเป็นการตีโพยตีพายของ สตีฟ บรูซ ที่โวยวายลูกแฮนด์บอลของ คัลลัม วิลสัน ว่าเป็นกฏที่โคตรง่าว
แหม่…กฏตัวรุกถูกจับแฮนด์ในทุกกรณี ต่อให้คุณเอามือกุมหำแล้วพันเทปรอบตัวแล้วบอลมาโดนก็แฮนด์ เสมอก็พอแล้วจะเอาไรเยอะแยะ ฮา
ทิ้งท้ายที่พระเอกของงานคือ “หงส์แดง” 2 นัดได้ 2 แต้มและเสียประตูท้ายเกมทั้งหมดถือว่าทิ้งความได้เปรียบโดยไม่ต้องโทษใคร (อาจจะโทษ ซูเปอร์ลีก ก็ได้นะถ้าไม่รู้จะลงที่ใคร)
และอาจยืดสถิติไม่ชนะใครต่อไปเป็นนัดที่ 3 (ในช่วงโค้งสุดท้าย) เนื่องจากวีคหน้าต้องไปเยือน แมนฯยูไนเต็ด
ซึ่งว่ากันตามเนื้อผ้ามีโอกาสที่จะถูกทีมอื่นฉีกทิ้งไปอีก หลังจากจบเกม “แดงเดือด” ก็จะเหลือแค่ 4 เท่านั้นเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่ในฐานะผู้ตามในเกมที่น้อยลงเรื่อยๆมันเป็นภาระกิจที่มีโอกาสล้มเหลวสูงมาก
แต่ที่ทำให้มันยากขึ้นไปอีกก็คือความเลอะเทอะซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทีมตัวเองนี่แหละครับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...