โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

สัมภาษณ์พิเศษ ‘Dan Reynolds’ แห่งวง ‘Imagine Dragons’ ดนตรี แฟมิลี่แมน และการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

BT Beartai

อัพเดต 06 พ.ค. 2564 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 08.44 น.
สัมภาษณ์พิเศษ ‘Dan Reynolds’ แห่งวง ‘Imagine Dragons’ ดนตรี แฟมิลี่แมน และการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

หลังหายไปเป็นเวลาปีกว่าเพื่อหยุดพักในที่สุด ‘อิแมจินดรากอนส์’ (Imagine Dragons) วงดนตรีอเมริกันพอปร็อกจากลาสเวกัส ก็ได้กลับมาอีกครั้งพร้อม 2 ซิงเกิลล่าสุด “Follow You” และ “Cutthroat” ซึ่งเป็นการกลับมาที่ยังสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ ได้เช่นเคย

และเพื่อต้อนรับการกลับมาในครั้งนี้ แดน เรย์โนลส์ (Dan Reynolds) ฟรอนท์แมนของวงได้เปิดโอกาสให้สื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีโอกาสสัมภาษณ์และพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับเขาถึงเรื่องราวของ 2 เพลงใหม่ แรงบันดาลใจเบื้องหลังบทเพลง และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาหายไป

แดน เรย์โนลส์

เราอยากถามถึงซิงเกิลล่าสุดอย่าง “Cutthroat” ซึ่งฮาร์ดคอร์มากเลย อยากรู้ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของเพลงนี้

เพลง “Cutthroat” นั้นเป็นเหมือนกับการปลดปล่อยความเวทนาในตัวเองออกมา (exorcism of self-pity) มันไม่ได้เป็นการแสดงความโกรธไปที่ใครแต่ว่าเป็นการแสดงความโกรธต่อตัวเราเองนี่ล่ะครับ ไอเดียของเพลงนี้ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของผม และสุดท้ายมันก็คล้ายกับเป็นการปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจออกมาซึ่งนี่ล่ะครับคือแก่นของเพลงนี้

แล้วเพลง “Follow You” ล่ะมันเป็นเหมือนกับ ‘คำสัญญา’ หรือว่า ‘คำเตือน’ กันแน่

สำหรับเพลง “Follow You” ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นการเตือน จริง ๆ แล้วมันคือเพลงรักเลยล่ะ ซึ่งวงเราก็ไม่ค่อยได้เขียนเพลงรักออกมามากนัก แต่เพลงนี้นั้นมีที่มาจากความสัมพันธ์ของผมกับภรรยาที่คบหากันมา 7 ปีแล้วเราก็หย่าร้างกัน ที่ผ่านมาผมพยายามที่จะเป็นพ่อที่ดีเป็นสามีที่ดี แต่แล้วเราก็สูญเสียความรู้สึกแรกที่เราเคยรู้สึกเมื่อเราได้อยู่ด้วยกัน ในตอนที่ผมออกเดินทางเป็นเวลากว่า 7-8 เดือนในช่วงที่ออกทัวร์กับวง ตอนนั้นเราไม่ได้คุยกันเลยตลอด 7 เดือนนั้น หลังจากที่ผมกลับบ้านมาเราก็นั่งด้วยกันบนโต๊ะแล้วก็เซ็นใบหย่า แล้วจากนั้นเธอก็ส่งข้อความดี ๆ มาให้กับผมนั่นคือการคุยกันครั้งแรกในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันได้เปลี่ยนวิธีที่ผมมองทุก ๆ สิ่งไปเลย มันทำให้ผมคิดว่าทำไมเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงนี่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ หลังจากนั้นเราก็เริ่มนัดไปทานข้าวด้วยกันแล้วผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้ง แล้วเราก็มีเจ้าตัวน้อยอีกคนนึง ตอนนี้เขาอายุ 18 เดือนแล้วชื่อ ‘Valentine’ เพราะฉะนั้นเพลงนี้คือเพลงที่ผมแต่งขึ้นทันทีหลังจากที่เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แน่นอนมันเป็นเพลงที่เกี่ยวกับความรัก ความซื่อสัตย์จงรักภักดี และเรื่องราวของความงามในความสัมพันธ์ที่เดินทางมาเป็นระยะเวลานาน ผมเพียงแค่อยากจะบันทึกความรู้สึกในช่วงเวลานั้นเอาไว้ช่วงเวลาที่คุณได้รักใครสักคน

แดน และ ภรรยา ‘เอจา โวล์คแมน’ (Aja Volkman) ฟรอนท์แมนวงอินดี้ร็อก ‘Nico Vega’
แดนและครอบครัวที่น่ารัก

เราเห็นคุณมักจะโพสต์รูปภาพหรือคลิปวิดีโอกิจกรรมต่าง ๆ ที่คุณได้ทำกับเด็ก ๆ และภรรยาของคุณมันเป็นอะไรที่น่ารักมากเลย ครอบครัวของคุณมีส่วนในการแต่งเพลงของคุณไหม และคุณได้เอาเพลงที่แต่งให้พวกเขาฟังหรือเปล่า

แน่นอนครับ พวกเขามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเขียนเพลงของผมเลย ทุก ๆ ครั้งที่ผมเขียนเพลง ผมจะเล่นมันให้ภรรยาผมฟัง แล้วเราจะคุยกันว่าเราชอบอันไหนมากที่สุด แม้กระทั่งเพลงเดโมที่ผมเขียนไปร่วม 2-3 พันเพลงซึ่ง ผมเขียนอย่างไม่หยุดเลยตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ตอนนั้นผมไม่ได้เขียนเพลงให้ใครเลยนอกจากเขียนให้ตัวเอง สำหรับผมในตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเป็นการปลดปล่อยที่ดีมากแล้วผมก็แชร์มันให้กับครอบครัว อันนี้ก็คือวิธีที่ผมใช้ในการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อคนในครอบครัวคนที่ผมรักและร่วมแชร์บางอย่างที่สำคัญกับผม แล้วมันมีเพลงนึงด้วยแต่มันไม่ได้อยู่ในอัลบั้มของเรามันเป็นเพลงที่ผมแต่งแล้วให้ลูกสาวของผมร้อง

โห นั่นมันเยี่ยมมากเลยเราอยากให้คุณใส่ลงไปในอัลบั้มจัง แล้วคุณอยากให้ลูกสาวเป็นนักร้องด้วยรึเปล่า

ผมจะปล่อยให้เธอโตขึ้นและเราจะให้เธอตัดสินใจเองครับว่าเธออยากจะร้องเพลงหรือเปล่า แต่เธอเป็นคนที่รักดนตรีมากเลยนะ แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับเธอครับ

เพลงของคุณประสบความสำเร็จมาก ๆ มียอดการฟังเป็นหลาย ๆ  ล้านครั้ง แถมเราก็ได้ยินข่าวว่ามีเด็กน้อยอายุ 8 ขวบฟังเพลงของคุณทุก ๆ วันเลย เราอยากจะถามว่าคุณคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่าในตอนที่คุณเขียนเพลงขึ้นมา

อันนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ๆ เลยครับ ผมคิดอยู่ตลอดเลยว่ามีเด็ก ๆ ชอบเพลงของวงเรานะ และผมก็เห็นอยู่ตลอดว่ามักจะมีครอบครัวที่พากันมาทั้งครอบครัวเวลามาดูคอนเสิร์ตของเรา รวมไปถึงลูก ๆ ของผมเองก็ชอบรบเร้าให้ผมเล่นเพลงของวงให้ฟังตลอด พอพูดถึงเรื่องนี้ผมมีความคิดนึงนะ เครื่องดนตรีแรกที่ผมเล่นมาตั้งแต่เด็กเลยก็คือเปียโนซึ่งแม่ของผมเธอจะเป็นสายคลาสสิกอย่าง โมสาร์ท เบโธเฟน โชแปง อะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็จะต้องฝึกเล่นเพลงเหล่านี้ ผมก็เลยฝึกเล่นเพลงคลาสสิกมาเป็นเวลานานซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งนี้มันก็เข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกของผมเพราะฉะนั้นเวลาผมแต่งเพลงผมก็เลยแต่งเพลงที่มันมีเมโลดี้และการเลือกใช้เสียงขั้นคู่ที่มันมีความเป็นเพลงคลาสสิกอย่างในเพลง​ “Follow You” เมโลดี้มันก็จะเป็นแบบนี้ (แดนร้องให้ฟัง) “I will follow you way down wherever you may go / I’ll follow you way down to your deepest low / I’ll always be around wherever life takes you /You know I’ll follow you” เนี่ยครับซึ่งมันก็จะมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงแบบนี้ จะเป็นรูปแบบที่เป็นช่วงเสียงแบบของเพลงคลาสสิก ผมคิดว่าด้วยการเขียนเพลงแบบนี้ การใช้เมโลดี้แบบนี้ มันมีความเป็นสากลในทางใดทางหนึ่ง แน่นอนเด็กนั้นชอบเพลงคลาสสิกเสมอ ผมก็ไม่ได้เคยคิดเอาไว้ในหัวนะเวลาแต่งเพลงว่า​ “โอ้ฉันจะแต่งเพลงให้เด็กแปดขวบฟังนะ” อะไรแบบนั้น ซึ่งผมว่ามันเหลือเชื่อสุดยอดเลยนะ ที่ทุกคนสามารถรู้สึกกับมันได้

เราอยากจะรู้ว่าเราต้องรออัลบั้มใหม่ของคุณอีกนานไหมหรือว่ามันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้อัลบั้มใหม่ของเราบันทึกเสียงเสร็จแล้วกำลังอยู่ในขั้นตอนการมิกซ์เสียงอยู่ ฉะนั้นบอกเลยว่าอีกไม่นานแน่ครับ แต่ถ้าผมบอกว่ามันวางแผนเมื่อไหร่เพื่อนร่วมวงต้องฆ่าผมแน่ ๆ (หัวเราะ)

ช่วยเล่าการเรียบเรียงดนตรีในเพลง “Cutthroat” ให้เราฟังหน่อยได้ไหม

“Cutthroat”ถือว่าเป็นเพลงที่หนักที่สุดเพลงหนึ่งของเราเลย ถ้าคุณดูในโปสเตอร์ซิงเกิล “Follow You” กับ “Cutthroat” คุณจะเห็นว่ามันมีภาพลูกตาที่ปิดอยู่และเปิดอยู่ซึ่งอันนี้เป็นการบ่งบอกถึงการเป็น 2 พาร์ตของ 2 เพลงนี้ มันคล้าย ๆ กับเพลงหนึ่งคือด้าน A เพลงหนึ่งคือด้าน B ด้านหนึ่งก็คือการมองเข้ามาสู่ภายในส่วนอีกเพลงหนึ่งก็คือการเปิดตาแล้วมองออกไปข้างนอกสำรวจว่าโลกใบนี้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ด้านนี้ก็คือเพลง “Follow You”ที่เป็นเพลงของความรัก การมองออกไปจากตัวเอง ซึ่งมันก็เป็นเพลงที่มีมุมมองด้านบวก ส่วนในด้านที่เป็นรูปตาปิดก็คือด้านของเพลง “Cutthroat”ซึ่งด้านนี้มันค่อนข้างที่จะสับสนวุ่นวายหนักหน่วงมาก ผมจำได้ว่าตั้งแต่อายุประมาณ 13 ขวบ ผมก็เริ่มไปหานักจิตบำบัดจากอาการไบโพลาร์บ้าง อาการป่วยทางจิตอื่น ๆ บ้าง ดนตรีเป็นสิ่งที่ช่วยบำบัดปลดปล่อยสำหรับผม เพราะฉะนั้นเพลงในด้านดาร์กไซด์ก็คือสิ่งที่สะท้อนความสับสนวุ่นวายข้างในออกมาซึ่งผมก็รู้สึกว่ามันคงมีประโยชน์ที่ผมจะแชร์เรื่องราวเหล่านี้ให้กับผู้ฟัง มันเหมือนกับเป็นการปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างอยู่ข้างเพื่อยกเอาภาระอันหนักอึ้งที่ผมแบกเอาไว้ออกมา

เพลงของคุณมักจะไปปรากฏอยู่ในวิดีโอเกมประเภทกีฬา เราอยากจะรู้ว่ามันเป็นความตั้งใจของคุณหรือเปล่าหรือว่าจริง ๆ แล้วคุณก็เป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาด้วยเหมือนกัน

แน่นอนมันไม่ใช่เป้าหมายของผม ผมแค่ทำเพลงที่ผมรัก เป้าหมายของผมก็คือการทำเพลงที่ผมรักเพื่อแชร์ให้กับผู้คน แต่ผมก็ยินดีที่เพลงของผมเข้าไปอยู่ในวิดีโอเกม จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาอะไรมากขนาดนั้นนะครับ คนพอเวลาเห็นผมตัวสูงแล้วมักจะเข้าใจผิดตลอดเลยว่า “เฮ้ยไอ้นี่มันตัวสูงมันจะต้องเล่นกีฬาเก่งแน่เลย” ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยครับ (หัวเราะ) แต่ผมยินดีนะที่เพลงของเราสามารถเข้าถึงคนหมู่มาก ซึ่งมันก็ไม่ได้ขัดต่อสิ่งที่เรายึดถือใด ๆ เลย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเวลาที่ศิลปินมักจะไม่ค่อยโอเคเวลาที่เพลงของพวกเขาถูกเอาไปใช้ในสิ่งอื่น ผมคิดว่าความงามของศิลปะคือการเอาสื่อต่าง ๆ มาเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ซึ่งมันก็จะช่วยทำให้งานภาพของสื่อนั้นมันลุ่มลึกและส่งเสริมซึ่งกันและกันเพราะว่ามีเพลงใส่เข้าไปในนั้น ผมมีอะไรเจ๋ง ๆ จะบอกด้วยครับคือตอนนี้ผมกำลังทำเกมคอมพิวเตอร์อยู่ ผมก็เลยต้องศึกษาพวกการโค้ดดิ้งอะไรพวกนี้แล้วก็ทำงานกับทีมมาได้ 2-3 ปีละ คิดว่ามันน่าจะเสร็จเราราว ๆ ปีหน้าครับ

แล้วเวลาที่คุณทำเพลงใหม่ออกมาหรือทำอัลบั้มใหม่คุณคาดหวังหรือเปล่าว่าคุณจะต้องทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม เพลงใหม่นี้จะต้องดีกว่าเพลงเดิม อัลบั้มใหม่จะต้องดีขึ้นกว่าอัลบั้มเดิม

คุณรู้มั้ยผมน่ะเป็นยังงั้นเลย แน่นอนผมรู้สึกกดดันแน่ เวลาผมทำงานเพลงออกมาผมก็ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตมีคนฟังเพลงเป็นล้าน ๆ คนแต่ผมก็ไม่ได้วัดความสำเร็จของผมจากจุดนั้นนะ ผมจะวัดความสำเร็จของผมว่าผมได้ทำในสิ่งที่ผมรักหรือเปล่า มันเป็นสิ่งที่จริงแท้สิ่งที่ผมซื่อสัตย์กับตัวเองหรือเปล่า และผมได้แชร์มันกับคนที่ผมรักกับผู้คนต่าง ๆ ที่ผมสามารถส่งถึงทั่วโลก คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้ผมรู้สึกกดดันน้อยลงไปมากเลยเมื่อเทียบกับตอนที่ผมอายุ 12 ที่พยายามแต่งเพลงไปให้พ่อของผมฟัง ผมคาดหวังว่าพ่อของผมจะต้องชอบมัน ซึ่งตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรแล้ว ผมมีทุกอย่างที่ผมต้องการ ผมมีเวลาดูแลครอบครัว ผมสามารถดูแลครอบครัวได้และในขณะเดียวกันผมก็ได้ทำในสิ่งที่ผมรัก

มิวสิกวิดีโอเพลง “Follow You” มันยอดเยี่ยมมากเลย เราอยากถามว่ามันเป็นยังไงบ้างที่ทุกคนได้ทำอะไรฮา ๆ แบบนั้น

มันสนุกมากเลยครับ (หัวเราะ) เรารู้สึกสนุกกับเอ็มวีนี้มากที่สุดมากกว่าที่เคยทำมาเลย ใจจริงผมไม่ชอบทำเอ็มวีเลยเพราะเราต้องร้องเพลงซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำไปซ้ำมา โดยที่มันไม่ใช่การแสดงจริง ๆ แถมเรายังต้องเต้นเหมือนลิงไปเรื่อยเลย ผมเลยไม่ชอบการถ่ายทำเอ็มวีเลย แต่กับเอ็มวีนี้มันสนุกมากครับ ภรรยาผมกับผมเป็นคนผุดไอเดียนี้ขึ้นมาเหมือนเราตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วมันก็มีไอเดียขึ้นมาว่าถ้าสมมุติว่ามีคู่รักคู่หนึ่งมาดูโชว์ของ Imagine Dragons และภรรยาเป็นแฟนตัวยงส่วนสามีนั้นไม่ใช่เลย มันช่างเป็นไอเดียที่จีเนียสมาก และเราไม่ค่อยได้ดูทีวีนะแต่ว่าโชว์ที่ผมดูบ่อยมากคือ “It’s Always Sunny in Philadelphia” ซึ่งเราชอบมาก ๆ ผมเลยคิดว่าเราควรทำอะไรแบบนี้เราก็เลยเอาไอเดียมาผสมกัน มันสนุกมาก ๆ เลยครับ

ได้ฟังคุณเล่าถึงการทำเพลงหรือแม้กระทั่งการทำเกมดูเหมือนว่าคุณจะมีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเลย เราอยากจะรู้เคล็ดลับว่าคุณมีวิธีอะไรในการเก็บรักษาพลังนี้เอาไว้และคอยผลักดันให้คุณสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ออกมาได้ตลอด

ผมว่ามันคงเป็นเวลาที่คนเราทำอะไรในภาวะกดดันมั้งครับ (หัวเราะ) มันผลักดันผมเลยล่ะ จริง ๆ แล้วตั้งแต่ยังเด็กผมพบว่าไม่มีอะไรทำให้ผมรู้สึกดีได้เท่ากับการสร้างสรรค์อะไรสักอย่างออกมา หรือการเอาชิ้นส่วนทั้งหลายมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา เหมือนกับการต่อเลโก้อะไรอย่างนั้นบางสิ่งที่ทำให้คุณโฟกัสกับมันได้ บางสิ่งที่ทำให้ผมบอกออกมาได้ว่าผมกำลังรู้สึกอะไรอยู่ ผมไม่จำเป็นจะต้องเขียนเพลงไว้ 300 เพลงเพื่อทำอัลบั้มนอกเสียจากว่าคุณรักที่จะทำมัน ใครต้องการเพลงของ Imagine Dragons ถึง 300 เพลง ผมอยู่กับเดโมที่ผมทำขึ้นมาเป็นพัน ๆ เพลงก็เป็นเพราะว่าผมรักมันครับ จริง ๆ แล้วผมไม่มีความลับเลย เคล็ดลับนั้นมันก็แค่เป็นการปลดปล่อยสำหรับผมเท่านั้นเอง

ในช่วงปี 2019 ถึง 2020 ที่ผ่านมา เราไม่เคยได้ฟังเพลงจาก Imagine Dragons เลยเหมือนกับคุณได้ไปพักผ่อนได้พักจากช่วงที่เหมือนกับว่ามันไม่โฟลว์เท่าไหร่ เราอยากจะรู้ว่ามันมีความจำเป็นไหมสำหรับศิลปินที่จะต้องมีช่วงพักสำหรับพวกเขา

ครับสำหรับในแง่ของการสร้างสรรค์อะไรสักอย่า งผมบอกเลยว่ามันมีความสำคัญมากสำหรับการทำให้จิตใจนั้นปลอดโปร่งมีสุขภาพใจที่แข็งแรงอยู่ตลอด แน่นอนผมต้องการการพักอย่างแน่นอน ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อนผมจำไม่ได้ว่าเป็นงานอะไรตอนนั้นเรากำลังจะต้องไปแสดงต่อหน้าคนจำนวนมากแล้วก็มีวงดนตรีมากมายที่ไปเล่นในงานนั้นผมจำได้ว่าวันนั้นผมรู้สึกมึนตึงมาก ๆ แล้วก็มีความคิดขึ้นมาในหัวเลยว่า “ผมไม่อยากจะทำมันแล้วว่ะ” แต่พอมาคิดว่า “นี่มันโคตรจะเห็นแก่ตัวเลยมีเด็ก ๆ และผู้คนมากมายรอฟังเราอยู่นะ” ซึ่งตอนนั้นผมทำเพลงมาเป็นเวลา 10 ปีโดยไม่ได้หยุดพักเลยแล้วก็มีโชว์หลายร้อยโชว์ในแต่ละปีซึ่งมันรู้สึกเหนื่อยมาก ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมคือใคร ผมแทบเสียสติไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าผมเป็นใคร สูญเสียช่วงเวลาของตัวเอง สูญเสียครอบครัว สูญเสียสิ่งที่สำคัญในชีวิต ผมก็โทรหาผู้จัดการของผมบอกว่าโอเคมันจบแล้วผมอยากขอพักก่อนเพื่อที่จะได้ทบทวนแล้วกลับมาตามหาตัวเองอีกครั้ง และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามันก็เหมือนกับผมค่อย ๆ หยิบชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบเป็นตัวเองอีกครั้ง ได้กลับมารู้ว่าใครคือแดนอีกครั้ง

เราอยากรู้ว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงช่วยซัพพอร์ตคุณยังไงบ้างในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ พวกเขานั้นมหัศจรรย์มาก พวกเขาเป็นเหมือนพี่น้องของผมและคอยให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาอดทนกับผมมากและใจดีกับผมมาก ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันเหมือนคล้าย ๆ กับเป็นวงบำบัดสำหรับผม มีหลาย ๆ ครั้งที่เรามักจะมานั่งอยู่ในสตูดิโอนั่งล้อมวงแล้วก็แลกเปลี่ยนอะไรกันเหมือนอยู่ในวงบำบัดซึ่งมันช่วยผมได้มากเลยทีเดียว พวกเขาเป็นคนที่อดทนมาก ๆ ใจดีมาก ๆ ยอดเยี่ยมมาก ๆ ผมโชคดีมาก ๆ ครับที่ได้ร่วมวงกันกับพวกเขา

Imagine Dragons

ในสายตาของคนที่เป็นแฟนตัวยงของวง เพลงของ Imagine Dragons นั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่อัลบั้ม ‘Night Visions’ ที่มีอะไรที่ลุ่มลึก แต่พอวงเริ่มมีชื่อเสียงและโด่งดังก็เริ่มได้รับเสียงวิจารณ์ว่าวงไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่วงพอปร็อกทั่วไป คุณรับมือกับเสียงวิจารณ์เหล่านั้นยังไง

พอผมยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็มาอยู่ในจุดที่ผมไม่ใส่ใจมันเลยครับ เมื่อคุณมาถึงในจุดที่คุณค่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีคนได้ยินเพลงของคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ย่อมมีคนที่จะไม่ชอบเพลงของคุณมากขึ้นด้วยเหมือนกัน แนวทางของผมก็คือการทำอะไรให้หลากหลาย ซึ่งก็มีอยู่หลายวงที่เลือกที่จะทำในสิ่งที่พวกเขาถนัดแล้วก็ทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งผมก็เคยหวังว่าผมจะทำแบบนั้นได้นะซึ่งมันจะเป็นชีวิตที่ง่ายสำหรับผมมากเลยกับการทำอะไรที่ทำได้ดีอยู่แล้วซ้ำแล้วซ้ำอีกเขียนเพลงแบบเดิมซ้ำ ๆ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและไม่ทำให้ผมรู้สึกอยากเล่นบนเวทีเพราะฉะนั้นผมบอกได้เลยว่าอัลบั้มใหม่นี้จะต้องเป็นอัลบั้มที่มีความหลากหลายมากที่สุด แต่ในทุกครั้งที่ผมเขียนในทุก ๆ คำทุก ๆ เมโลดี้ผมเพียงแค่จะซื่อสัตย์กับทุกสิ่งที่ผมทำ ซื่อสัตย์กับทุกอย่างที่คุณทำในชีวิตและเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านั้น ผมรักวงนี้ ผมรักในทุกถ้อยคำที่ผมเขียนออกมา

คุณรู้สึกยังไงบ้างเวลามีวงดนตรีเอาเพลงของ Imagine Dragons ไปคัฟเวอร์ในสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น คัฟเวอร์เพลง “Radioactive” เป็นเฮฟวีเมทัลเลย

ผู้จัดการผมมักจะคุยกับผมเสมอเวลามีใครมาคัฟเวอร์เพลงของเรา แล้วถ้าเขาถูกใจเขาก็จะส่งมันมาให้ผมฟัง ฉะนั้นผมจะได้ดูมันตลอดเลยแล้วผมรักมันมากเลยครับ บางครั้งมันทำให้ผมนี่ร้องไห้ได้เลย การได้เห็นว่าดนตรีนั้นได้เดินทางข้ามวัฒนธรรมข้ามภาษามันสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมมาก ๆ เลย ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจในการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกใบนี้เล็กลงในวิถีทางที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของบางอย่าง ผมรักมันมากเลย

อยากรู้ว่าใครคือแรงบันดาลใจของคุณและวง  Imagine Dragons ในการทำเพลงในแบบที่คุณกำลังทำอยู่

อิทธิพลของผมหรอครับ อิทธิพลของผมก็มี Harry Nillson, Paul Simon, Cat Stevens , Billy Joel, The Beatles , Rolling stones, Tupac, Dre, Tina Turner ผมรักที่จะฟังอัลบั้ม ‘Graceland’ ของ Paul Simon มากกว่าอื่นใดในโลกใบนี้ ผมฟังมันเกือบจะทุกสัปดาห์ ผมรักในท่วงทำนองของมัน มันสวยงามมากและเนื้อเพลงของมันด้วยมันช่างตรงไปตรงมาแต่ก็มีความเป็นบทกวี ผมมักจะฟังเพลงของพวก singer-songwriter และก็เพลงฮิปฮอป และส่วนใหญ่ก็คือเพลงพอปยุค 90s แล้วก็มีกรันจ์ร็อกนิดหน่อย ถึงผมจะไม่ค่อยฟังเพลงร็อกเท่าไหร่แต่ผมก็ฟังกรันจ์ร็อกผมชอบ Nirvana และ Pearl Jam อย่างพวกเพลงคลาสสิกร็อกนั่นไม่ใช่แนวผมเลยนี่แหละครับคืออิทธิพลหลัก ๆ ของผม

อะไรคือแรงบันดาลใจในวิวัฒนาการในซาวด์ของวง Imagine Dragons ตั้งแต่แรกเริ่มจนมาถึง “Follow You”

เพลง “Follow You” ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘The Beach Boys’ ผมรักอัลบั้ม ‘Pet Sound’ มาก “Follow You” นั้นมีแรงบันดาลใจจาก The Beach Boys มาก หลัก ๆ เลยก็คือในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมมักจะทำเพลงในแบบที่ผมชอบในช่วงเวลานั้นแล้วมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ  ผมไม่สามารถเขียนเพลงแบบ “Radioactive” ได้แล้วในเวลานี้ มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมสนใจ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมมองหาในเวลานี้ สิ่งที่ผมปรารถนามากที่สุดในโลกใบนี้เลยก็คือการที่ผมได้ทำเพลงที่ส่งออกไปให้กับคนที่สามารถมีปฏิกิริยากลับมาจากสิ่งนั้น ไม่ว่าเขาจะเกลียดมันก็ตาม ผมไม่ได้ทำเพื่อหวังที่จะให้เขารัก อย่างเพลง “Cutthroat” มันเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความกังวลผมเขียนมันด้วยความกังวล ก็เป็นไปได้ที่จะมีคนเกลียดมัน และก็เป็นไปได้ที่มันจะเป็นเพลงที่คนรักมากที่สุดในเพลงของ Imagine Dragons ส่วน “Follow You” นั้นผมคิดว่ามันเป็นเพลงที่กลาง ๆ น่าจะเข้าถึงคนทุกกลุ่มที่สุดแล้วในเพลงของ Imagine Dragons ผมทำให้เหมือนกับมันเป็นของขวัญของภรรยา ที่ผมห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญและผูกโบแล้วก็ยื่นให้เธอแกะมันออกมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะชอบหรือจะรักในเพลงที่ผมเขียน ผมก็ได้รักในสิ่งที่ผมทำไปแล้ว

อะไรคือสิ่งที่คุณคาดหวังจากเพลงของ Imagine Dragons นับจากนี้

การคาดหวังก็คือไม่คาดหวัง ผมผ่านช่วงอะไรต่าง ๆ มามากมายในช่วงที่ผ่านมาทั้งการเหนื่อยล้า การหย่าร้างกับภรรยาและห่างไกลจากลูก ๆ จนผมได้พบกับการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและได้กลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปจากสิ่งทั้งหลายที่ผมได้พบมาแล้วผมก็คิดว่าดนตรีของผมมันจะสะท้อนสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเติบโตขึ้นแฟนเพลงเองก็เติบโตไปกับเราด้วยเหมือนกัน การทำในสิ่งที่เมื่อ 10 ปีที่แล้วเคยทำไปแล้วและมอบสิ่งเดิมให้กับแฟน ๆ มันเป็นอะไรที่ไม่แฟร์มาก ๆ ฉะนั้นสำหรับเพลงใหม่ ๆ เหล่านี้มันก็เหมือนกับการพาพวกเขาไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ที่แตกต่างออกไปครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

สัมภาษณ์พิเศษ ‘Dan Reynolds’ แห่งวง ‘Imagine Dragons’ ดนตรี แฟมิลี่แมน และการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
สัมภาษณ์พิเศษ ‘Dan Reynolds’ แห่งวง ‘Imagine Dragons’ ดนตรี แฟมิลี่แมน และการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...