ศูนย์เอราวัณแจง กรณีพลเมืองดีโทรศัพท์เพื่อช่วยคนรถชน แต่โทรฉุกเฉินกลับโยนหน่วยงานกันไปมา
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ระบุว่า ตนกับเพื่อนขับรถกลับมาจากมหาวิทยาลัยขึ้นโทลล์เวย์มาถึงหน้าเซียร์รังสิต เจอรถเก๋งชนไหล่ทางอยู่จึงจอดลงไปช่วย ซึ่งตอนแรกคนขับรถหมดสติ จึงได้โทรแจ้ง 1669 เมื่อโทรติด ก็ให้โทรไป 1646 แต่เมื่อโทรติดกลับบอกให้โทรไป 1543 เมื่อโทร 1543 ติด กลับบอกให้โทรไป 1233 เมื่อโทร 1233 ติด กลับบอกให้ตนดำเนินการไปเลย ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นกู้ชีพ แต่ในรถมีกระเป๋าพยาบาลฉุกเฉินอยู่ 1 ใบ จึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลจนคนเจ็บฟื้นขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เมื่อคนเจ็บฟื้นมา กลับจะมาหาเรื่องตนอีก โดยสภาพของคนเจ็บเหมือนคนเมายา และน่าจะเป็นตำรวจ โดยดูจากเสื้อจากบุคลิก รถก็ถูกถอดเบาะออกหมดเหลือแต่เบาะคนขับ แล้วถามตนกลับว่า “น้องจะเอาไง” ตนจึงพยายามชี้แจงบอกว่า จอดรถมาช่วย แล้วจะมาหาเรื่องได้อย่างไร ตนจึงได้กลับขึ้นรถ แต่ก็เห็นคนที่ชนเหมือนจะเข้าไปเอาอะไรที่รถ ตนและเพื่อนจึงรีบขับรถออกไป
ท้ายสุด ในโพสต์ระบุว่า ขอบคุณที่อ่าน และอยากระบายเฉยๆ ระบบการจัดการอุบัติเหตุของประเทศไทยแย่มากๆ ทุกเบอร์ที่โทรไปรอสายนานมาก สภาพคือตื่นนอนมารับแล้วช่วยอะไรไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางศูนย์เอราวัณ ได้ชี้แจงว่า ศูนย์เอราวัณได้ตรวจสอบจากไฟล์เสียงที่บันทึก และโทรคุยกับผู้แจ้งเหตุ และศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการของรพ.ปทุมธานีแล้ว ขอให้ข้อมูลดังนี้
1.พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในจังหวัดปทุมธานี เมื่อโทร 1669 จึงติดที่ศูนย์สั่งการจังหวัดปทุมธานี (แต่เรื่องจนท.ให้โทร 1646 ศูนย์เอราวัณเพราะเข้าใจว่าเป็นพื้นที่ กทม. ทางหน่วยงานของรพ.ปทุมธานีกำลังตรวจสอบกับจนท.ที่อยู่เวร)
2.เมื่อเกิดเหตุบนทางด่วน ตามหลักการจะแจ้งหน่วยงานกู้ภัยของทางด่วนเพื่อดำเนินการเบื้องต้น (เนื่องจากเป็นพื้นที่เฉพาะ) และจัดทีมสนับสนุนตามความรุนแรงของเหตุการณ์ (ศูนย์เอราวัณได้กำชับให้จนท.ถือเป็นหน้าที่ในการช่วยประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้ได้แจ้งจนท.ที่รับสายให้ทำตามนโยบายของศูนย์อย่างเคร่งครัด)
3.จากไฟล์เสียงที่บันทึก จนท.รับสายด้วยเสียงปกติ และเวลารอสายไม่นาน
4.จากที่ผู้ร้อง แสดงประวัติการโทร จะพบว่าเวลาที่โทรสายด่วนแต่ละครั้งห่างกัน 1 นาที (ซึ่งรวมเวลาที่มีการสนทนาในแต่ละสาย) ซึ่งก็ถือว่านานสำหรับเคสที่ฉุกเฉิน และอาจจะนานมากตามที่ผู้ร้องมีความรู้สึก
ทั้งนี้ศูนย์เอราวัณถือว่าการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาและสื่อสารให้ปชช.เข้าใจในระบบการแพทย์มากยิ่งขึ้น