โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การทูตไทยบนทางแพร่งยุค “น้าชาติ” บ้านพิษณุโลก...Thing out of the box

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ส.ค. 2562 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 04.55 น.

ประเทศไทยบน “ทางแพร่ง” ของความเปลี่ยนแปลงจาก “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” สู่ “ประชาธิปไตยเต็มใบ” จากรัฐบาล “อานันท์ ปันยารชุน” สู่ รัฐบาลน้าชาติ-พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” ช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” หลังสิ้นสุดยุค “สงครามเย็น”

ในวาระ 70 ปี แห่งการสถาปนา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ วาระ 20 ปี แห่งการก่อตั้ง โครงการปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ (MIR*) *

จัดเสวนาวิชาการ ย้อนพินิจ : บ้านพิษณุโลก การทูตไทย ณ ทางแพร่งแห่งความเปลี่ยนแปลง จากนโยบายทางการทูตเชิงแข็งกร้าว สู่ นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า”

@ Thing out of the box

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี-อดีต 7 ที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก “เล่านิทาน” กาลครั้งหนึ่งเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ถึงเหตุการณ์สำคัญ 3 ครั้งแห่ง “ปฐมบท” และความท้าทายของ “ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก”

เหตุการณ์ที่ 1 พล.อ.ชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรี-รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลังจากรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์-นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 8 ปี 5 เดือน ไม่มีโครงสร้างทางการเมือง-นักวิชาการในการกำหนดนโยบาย

“นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเพิ่งข้อมูลจากระบบราชการ ซึ่งผู้นำทางการเมืองรู้สึกไม่สะท้อนนโยบายที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน”

“จึงเป็นสาเหตุให้อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ลูกชายพล.อ.ชาติชาย เห็นว่าน่าจะมี Body องค์กรมารองรับนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อให้พล.อ.ชาติชายหาไอเดียใหม่ ๆ เพราะท่านเป็นคนคิดนอกกรอบ Thing out of the box

เรา (ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษฯ) ไม่ได้เป็นคนหาไอเดีย ท่านนายก ฯ ชาติชายเป็นผู้หาไอเดีย แล้วท่านก็โยนความคิดนอกกรอบมาใส่คณะที่ปรึกษา ฯ เพื่อไปหาทฤษฎี คณะที่ปรึกษา ฯ ไม่ได้เห็นด้วยกันทุกครั้ง เราทะเลาะกันจนบ้านพิษณุโลกแทบพังหลายเรื่อง

เหตุการณ์ที่ 2 สงครามเย็นกำลังจะยุติ

“พล.อ.ชาติชายเคยถูกเนรเทศไปเป็นทูตหลายประเทศจึงเห็นแล้วว่า นโยบายที่ผ่านมาถึงจะไม่ได้ผิดแต่ก็อาจจะไม่ได้ถูก การที่เราสนับสนุนเขมร 3 ฝ่าย เป็นต้น เพราะต้องกาเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศเพื่อให้เกิดความสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

เหตุการณ์ที่ 3 ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจและการค้า การตอบโต้ทางการค้า มติความสัมพันธ์กับสหรัฐ ฯ เป็นมติใหม่

เหตุผล 3 ข้อ ที่ใช้ “บ้านพิษณุโลก” เป็นที่ทำงานของ “คณะที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี” ข้อที่ 1 ไม่อยากให้มีที่ตั้งในมหาวิทยาลัย เพราะปัญหาที่ทำอาจไม่ตรงกับจุดยืนของมหาวิทยาลัย

ข้อที่ 2 ไม่อยากตั้งอยู่ในกระทรวง ทบวง กรม เพราะอาจมีความเห็นที่แตกต่างกับกระทรวง ทบวง กรม  และข้อที่ 3 ไม่อยากอยู่ในภาคเอกชน เพราะไม่อยากจะให้เห็นว่าเป็นตัวแทนของผลประโยชน์

“ศ.ดร.สุรเกียรติ์” พูดติดตลกถึงวีรกรรมในอดีตจนทำให้คนในยุคนั้นตั้งสมญานามว่า “บ้านพิษ” เพราะ “บางคนเรียกว่าบ้านพิษ เพราะพวกนี้พิษเยอะ”

จุดประสงค์ของการตั้งที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก คือ การรวบรวมความคิดเชิงวิชาการเพื่อประสานเครือข่ายภาคประชาสังคมและภาครัฐ เกิดเป็นไอเดียใหม่ขึ้นมาเพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีในด้านเศรษฐกิจ ต่างประเทศ ความมั่นคงที่เกี่ยวกับด้านต่างประเทศ ต้องการเชื่อมภาควิชาการกับภาคปฏิบัติ

“ไม่ทำเกี่ยวกับการทหารและกองทัพเลย”

“ศ.ดร.สุรเกียรติ์” เล่าถึงความสไตล์การทำงาน-วิธีคิดของ “พล.อ.ชาติชาย” ครั้งหนึ่ง “บนโต๊ะอาหาร” ว่า “ท่านไม่ใช่ให้เราไปบรีฟงานในห้องประชุมอย่างเป็นทางการ ท่านชอบให้เราทานข้าวด้วยกันและคุยกับท่านว่าเรามีความคิดอะไรบ้าง”

นโยบายการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เป็นทางออกของประเทศต่าง ๆ ที่มีระบอบการปกครองที่แตกต่างกันให้สามารถพูดคุยกันได้ เพราะท่านเห็นแล้วว่า สงครามเย็นกำลังจะจบ เป็นโอกาสที่จะได้มาคุยกัน การเจรจากับเขมร 4 ฝ่าย จนนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส เป็น Thing out of the boxของพล.อ.ชาติชาย

ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ “ท่านนายก ฯ ชาติชายบอกว่า พูดให้ดี ๆ แต่แตะไม่ถึง เป็นที่มาของการเชื่อมระหว่างทีมที่ปรึกษาบ้านพิษฯกับทำเนียบขาว ”

@ เศรษฐกิจยุค Gold business

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน-ที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า คุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ได้และควรเรียนรู้จากทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก 3 ข้อ ได้แก่ ข้อที่ 1 ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษ ฯ 7 คน 6 คนเป็น “คนนอก” เรียกว่า 222 หรือ “ตองสอง”

2 ศักดิ์ คือ พันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ และ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง

2 สุ คือ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สุขุมพันธุ์ บริพัตร เชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ

2 ชัย คือ ณรงค์ชัย อัครเศรณี และ ชวนชัย อัชนันท์ เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ

“ตั้งขึ้นมาเพื่อ Counter กับข้าราชการ สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ระบบข้าราชการใหญ่มาก พล.อ.ชาติชายจึงไม่อยากให้ข้าราชการเข้ามายุ่งมาก เอกชนกล้าหาญ ข้าราชการเจ้าระเบียบ จะ balance อย่างไร ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังทำไม่ได้”

ข้อที่ 2 ทำความรู้จัก พล.อ.ชาติชาย อดีตทูตที่ถูกแต่งตั้ง-ถูกเนรเทศ 14 ปี ตั้งแต่มีการปฏิวัติสมัยจอมพลสฤษดิ์ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย และอาร์เจนตินา ประเทศที่ไกลที่สุด-กลับบ้านยากที่สุด

“พล.อ.ชาติชาย คือ คนสำคัญที่ดีลกับจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนนโยบายสหรัฐ ฯ เพื่อล้อมจีน และน้าชาตินี่แหละที่ช่วยอาจารย์คึกฤทธิ์คืนดีกับจีนในปี 1976 เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ต้องบันทึกว่าน้าชาติมีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างความสัมพันธ์กับจีน”

“ท่านเป็นคนอินเตอร์ หล่อสุด ใส่สูทเนี๊ยบ คุยสนุก ทันสมัยที่สุด ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า น้าชาติหมาดนักซิ่ง เพราะชอบขี่บิ๊กไบก์”

ข้อที่ 3 ทางสามแพร่งของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ประเทศไทยอยู่ในจังหวะที่รุ่งเรื่องที่สุดเป็น “เสือตัวใหม่” ตัวที่ 5

“เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงมาก ระบบเศรษฐกิจเสรีกำลังมากแรง การค้าเสรี สงครามเย็นกำลังจะจบ น้าชาติเห็นสัญญาณการเปิดประตูการค้า เปิดสนามรบเป็นสนามการค้าในปี 1989”

“เปิดให้เอกชนมาลงทุน น้าชาติเรียกว่า Gold business มีการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการ จนนินทาว่าเป็น บุพเฟ่ต์คาบิเนต เกิดการปรับคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ดีเป็น Gold business เศรษฐกิจดีมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหา การถูกปฏิวัติครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเลย

@ คิดนอกกรอบ-ไม่ทำนอกกติกา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ – อดีต “เด็กบ้านพิษฯ” กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในยุคพล.อ.ชาติชาย ว่า เรื่องที่ 1 นโยบายต่างประเทศของพล.อ.ชาติไทย คือ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์-ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศมหาอำนาจ คือ จีนและสหรัฐ ฯ กับสหภาพโซเวียต

เรื่องที่ 2 ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นทั้ง “โอกาส” และ “ข้อจำกัด” โอกาสที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าประเทศ โอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชน

“ขณะเดียวกันการมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นต้องปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศ กติกาของแต่ละประเทศ”

“นโยบายต่างประเทศของพล.อ.ชาติชายไม่ใช่เป็นเพียงแค่ปรับตัวให้เข้าโลกและความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจและความเชื่อที่ชัดเจนของการต่างประเทศ”

“ทำให้คิดนอกกรอบ แต่ไม่ทำนอกกรอบกติกา กฎหมายระหว่างประเทศ”

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศครั้งสำคัญ ๆ ที่ พล.อ.ชาติชายโดย ทีมบ้านพิษณุโลกเข้าไปกู้วิกฤต เช่น การสร้างสะพานไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงการนำตัว สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซนจาก ประเทศที่สามในช่วงความขัดแย้งของเขมร 4 ฝ่าย และนโยบายการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

“นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้าทำให้ความตึงเครียดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงทันที”

“เป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การเจรจาที่กรุงปารีสว่าด้วยสันติภาพในกัมพูชา และนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพในกัมพูชา

“APAC คลอดในห้องรับแขกสถานทูตออสเตรเลีย”

“เวียดนามเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศที่ 10”

“เป็นครั้งแรกที่นโยบายต่างประเทศไทยไม่ได้มองประเทศเวียดนามภายใต้การปกครองของฮานอยเป็นคู่แข่ง ไมใช่ศัตรูถาวร แต่เป็นหุ้นส่วนที่เป็นไปได้”

“นโยบายอินโดจีนเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยริเริ่มสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับอินโดจีน-เวียดนาม ไม่ใช่การสร้างเครือข่ายเพื่อต่อต้านหรือสกัดกั้น”

@ แจงไม่ได้ทำแทน ก.ต่างประเทศ-ไม่แตะกองทัพ

“ไม่ได้พึ่งข้อมูลจากข้าราชการเพียงอย่างเดียว แต่อาศัยคนนอก เป็นครั้งแรกที่มีนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม มีทีมที่ปรึกษาที่อยู่วงนอก แต่สมัยพล.อ.ชาติชายอยู่วงใน”

เราไม่เคยคิดว่าทีมที่ปรึกษาบ้านพิษ ฯ จะทำแทนกระทรวงต่างประเทศ แต่เป็นการส่งเสริมในสิ่งที่ขาดไปเพื่อช่วยคิดว่าจะเดินหน้าไปได้อย่างไร พวกเรา (ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษฯ) ไม่มีอะไรต้องเสีย (หน้า)  และไม่ยุ่งกับกองทัพ

“บางทีเราก็ต้องการผู้นำที่คิดนอกกรอบ ขณะเดียวกันก็ไม่ผิดวิธีทางการทูต เป็นการทำนอกกรอบอย่างถูกต้อง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...