โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำสีม่วง คาดเป็นด่างทับทิม แพทย์ยันไม่อันตราย ใช้ระบุตัวตน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ย. 2563 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 07.47 น.
แฟ้มภาพ

น้ำสีม่วง คาดเป็นด่างทับทิม แพทย์ยันไม่อันตราย ใช้ระบุตัวตน

กรณีตำรวจควบคุมฝูงชน (ฝช.) ใช้แก๊สน้ำตา และฉีดน้ำผสมสีสลายการชุมนุมที่แยกเกียกกาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายนั้น

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผลกระทบจากการได้รับสารเคมีและแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมว่า โดยทั่วไปแล้วหลักการใช้สารเคมีสลายการชุมนุม คือ การทำให้ระคายเคืองเพื่อให้ยุติการชุมนุม แต่เนื่องจากตนไม่ได้รับข้อมูลของการรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บการชุมนุมแยกเกียกกายที่ผ่านมา จึงไม่ทราบว่าสารเคมี หรือแก๊สน้ำตาสลายชุมนุมในครั้งนี้เป็นชนิดใด

“ในอดีตของการสลายม็อบที่ผ่านมาคือ การใช้แก๊สน้ำตา โดยขว้างกระป๋องแก๊สเข้ากลุ่มคน เมื่อเกิดควันก็จะกระตุ้นให้ต่อมน้ำตาปล่อยน้ำตาออกมา และเกิดการระคายเคืองผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ หลังจากนั้นมีข้อเสนอว่าบางเหตุการณ์การใช้แก๊สน้ำตาอาจจะไม่จำเป็น ให้ใช้สีผสมน้ำฉีดพ่นเพื่อให้ม็อบสลายตัว” พญ.ฉันทนากล่าว

นอกจากนี้ พญ.ฉันทนากล่าวอีกว่า ในส่วนของแก๊สน้ำตานั้น มีการพัฒนารุ่นใหม่ที่ต่างจากเดิม คือ กระตุ้นต่อมน้ำตาแต่มีความรุนแรง หรือการทำให้เกิดอาการแสบร้อนระคายเคืองน้อยลงจากเดิม อย่างไรก็ตาม การสลายชุมนุมครั้งนี้ ตนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นแก๊สน้ำตาชนิดใด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงควรจะล้างบริเวณที่ถูกสารเคมีด้วยน้ำสะอาด พร้อมทั้งชำระร่างกายให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อป้องกันการได้รับสารเคมีเพิ่มเติม และไม่ให้เกิดการระคายเคืองต่อ โดยหากพ้นจาก 6 ชั่วโมงไปแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำการรักษาตามอาการ เช่น การใช้ขี้ผึ้ง หรือยาหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง

“หลักการผสมสีคือ การใช้สีเพื่อให้ติดร่างกายได้ดีประมาณ 3-5 วัน เพื่อระบุตัวตนของผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมได้ ซึ่งประเทศไทยมีประสบการณ์การใช้สีฉีดพ่นในม็อบช่วงปี 2556-2557 โดยสีที่ใช้ฉีดพ่นจะเป็นการผสมระหว่างน้ำ ด่างทับทิม และสารละลาย สีที่ได้จะเป็นสีม่วง ซึ่งมาจากสารที่ค่อนข้างจะปลอดภัย ไม่ทำให้ผิวหนังลอก เพียงแต่ติดผิวหนังนาน ส่วนความรุนแรงที่ได้รับจากแก๊สน้ำตานั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ หากได้รับมากหรือได้รับโดยตรงก็จะเกิดการระคายเคืองที่มากไปด้วย” พญ.ฉันทนากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สีที่ใช้ในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นสีฟ้านั้น เป็นสีจากสารเคมีใด พญ.ฉันทนากล่าวว่า ตนไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารเคมี และในการสลายชุมนุมครั้งนี้ก็ไม่ทราบเช่นกัน รายละเอียดอาจจะต้องถามไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้สลายการชุมนุม แต่ในความเห็นนั้น หากเป็นสีม่วง เข้าใจว่าน่าจะเป็นสารเดิมที่เคยใช้มาตั้งแต่อดีตก็คือ ด่างทับทิม

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...