โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'ชีวาศรม' รุกต่อยอด 'เวลเนส' เพิ่มช่องทาง รายได้ใหม่ บาลานซ์เสี่ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2563 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 08.30 น.

‘ชีวาศรม’ สบช่องวิกฤตโควิดต่อยอด ‘เวลเนส ทัวริซึ่ม’ ย้ำจุดแข็ง-สร้างโอกาสประเทศไทยในกลุ่มธุรกิจ “เมดิคอลฮับ” เผยเตรียมขยายฐาน-ลงทุนเพิ่มรับกลุ่มรีไทร์เมนต์-ซิลเวอร์แคร์-แอ็กทีฟเอจจิ้ง พร้อมเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ “อาหาร-ดีลิเวอรี่-ออนไลน์” หวังบาลานซ์ความเสี่ยง เชื่ออนาคตเทรนด์สุขภาพแบบองค์รวมทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นแน่นอน

นายกรด โรจนเสถียร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด ผู้บริหารรีสอร์ตเพื่อสุขภาพ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากจะทำให้ทั่วโลกรับรู้ถึงศักยภาพในด้านสาธารณสุขของไทยแล้ว ยังทำให้คนทั่วไปตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตัวเอง บริษัทในฐานะผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจึงเตรียมพร้อมในทุก ๆ ด้านเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ wellness tourism ที่มีแนวโน้มได้รับการตอบรับมากขึ้นตามลำดับ

หนุน Wellness Tourism

โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มุ่งเน้นในเรื่องการดูแลสุขภาพของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยฐานลูกค้าส่วนใหญ่ราว 90% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก แม้ในช่วงที่เกิดการะบาดของไวรัสโควิด นักท่องเที่ยวต่างชาติหยุดการเดินทาง บริษัทก็ยังคงให้บริการด้านสุขภาพให้กับลูกค้าที่อยู่ทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์ หรือที่เรียกว่า online wellness service ซึ่งเป็นบริการรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ wellness tourism ของไทย รวมถึงสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศให้มีความโดดเด่นในความเป็นเมดิคอลฮับ (medical hub) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

“ที่ผ่านมาชีวาศรมรีสอร์ตเรามีรายได้หลักจากให้บริการในรีสอร์ตเป็นหลัก แต่ในช่วงที่เราปิดให้บริการชั่วคราวในช่วงเดือนมีนาคม-กลางเดือนมิถุนายนนั้น ทำให้ได้เรียนรู้ว่าเราไม่ควรหวังรายได้จากช่องทางเดียวเหมือนกันที่ผ่านมา เราจึงได้พัฒนาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม อาทิ การให้บริการสุขภาพออนไลน์ หรือออนไลน์ เวลเนส เซอร์วิส, ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพในรูปแบบดีลิเวอรี่ ในพื้นที่หัวหิน เป็นต้น”

ต่อยอดธุรกิจ “เวลเนส”

นายกรดกล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการบาลานซ์ความเสี่ยงทางธุรกิจ บริษัทจึงวางแผนขยายฐานธุรกิจด้านสุขภาพและอาหารให้มีความหลากหลายขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ในระยะยาวประกอบด้วย 1.การให้บริการสุขภาพออนไลน์ หรือออนไลน์ เวลเนส เซอร์วิส ในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยเชื่อว่าช่องทางออนไลน์จะทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

2.อาหารเพื่อสุขภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสุขภาพและเชฟมิชลินสตาร์ เพื่อให้อาหารเพื่อสุขภาพมีรสชาติและหน้าที่ดีขึ้น ซึ่งนอกจากในพื้นที่หัวหินแล้ว บริษัทยังมีแผนขายไปยังพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงในกรุงเทพฯ ซึ่งในอนาคตบริษัทจะเพิ่มช่องทางการขายจากรูปแบบดีลิเวอรี่ไปสู่การวางจำหน่ายตามศูนย์การค้าทั่วไปด้วย โดยอาจจะมีพาร์ตเนอร์ในด้านธุรกิจอาหารเข้ามาเสริมเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น

และ 3.ขยายฐานธุรกิจการศึกษา (โรงเรียนชีวาศรม สุขุมวิท) โดยเปิดคอร์สการสอนออนไลน์ เสริมฐานเดิมที่เปิดสอนคอร์สบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมอยู่แล้ว

“วันนี้เราเห็นชัดเจนแล้วว่าเราต้องกระจายความเสี่ยง ไม่ควรยึดอยู่กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเหมือนเดิม ดังนั้นหลังจากที่เรากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราจะมีโปรดักต์และบริการใหม่ ๆ ออกมาสำหรับกลุ่มคนไทยอย่างต่อเนื่อง”

ขยายสู่กลุ่ม “รีไทร์เมนต์”

นายกรดกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วไปแล้วขณะนี้ บริษัทยังมีเห็นแนวโน้มที่ดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มรีไทร์เมนต์ หรือกลุ่มวัยเกษียณ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มซิลเวอร์แคร์และกลุ่มแอ็กทีฟเอจจิ้ง ซึ่งทุกกลุ่มล้วนให้ความสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพตัวเองทั้งสิ้น ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะออกแพ็กเกจมาดูแลกลุ่มดังกล่าวนี้ให้มากยิ่งขึ้นรวมถึงเตรียมการลงทุนสำหรับการพัฒนาพื้นที่อีกราว 1 ไร่ สำหรับพัฒนาโครงการเพื่อรองรับและหาผู้เชี่ยวชาญมาให้บริการกลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่นิยมเข้าพักระยะยาวเป็นหลัก

“เจตนารมณ์ในการเปิดให้บริการของชีวาศรมตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อนคือเรื่องสุขภาพ วันนี้คำว่าสุขภาพกินความหมายกว้างมาก ที่สำคัญทั่วโลกก็มีความเชี่ยวชาญและมีความโดดเด่นในด้านเมดิคอล แอนด์ เวลเนส อยู่ไม่กี่ประเทศ จึงมองว่าเวลานี้ประเทศไทยควรพลิกวิกฤตโควิดให้เป็นโอกาสที่ดีของประเทศ และเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะเร่งโปรโมตจุดขายในด้านเวลเนสให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น” นายกรดกล่าว

และว่า ชีวาศรมเชื่อว่าสุขภาพคือหัวใจของชีวิต และสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการดำเนินชีวิต และเรื่องสุขภาพจะเป็นที่นิยมต่อไปในอนาคต

หันโฟกัสกลุ่ม “คนไทย”

สำหรับทิศทางการทำการตลาดในช่วงที่ทุกประเทศยังปิดการเดินทางระหว่างประเทศนั้น นายกรดกล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศยังไม่เปิดน่านฟ้านี้ ตลาดสำคัญคือ คนไทย ซึ่งบริษัทก็หันมาทำการตลาดด้วยการออกแพ็กเกจมาสำหรับกลุ่มคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโฟกัส 3 เรื่องหลักคือ 1.เรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพที่เป็นพื้นฐาน 2.เรื่องของการสร้างภูมิต้านทาน ทำอย่างไรให้ร่างกายห่างไกลจากความเจ็บป่วย และ 3.การออกกำลังกายเพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรง

“หัวหินเป็นตลาดคนไทยเที่ยว เราจึงอยากให้นักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปพักผ่อนที่หัวหินได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้เข้าทดลองใช้บริการของชีวาศรม เราจึงเริ่มต้นด้วยการทำแพ็กเกจสั้น ๆ เช่น แพ็กเกจครึ่งวัน ไม่ต้องพักค้างคืนแพ็กเกจ 1 คืน 2 วัน รวมอาหาร 3 มื้อ หรือแพ็กเกจ 2 คืน 3 วัน รวมอาหารวันละ 3 มื้อ ซึ่งก็ได้รับการตอบที่ดีจากกลุ่มลูกค้าคนไทย” นายกรดกล่าว

ปรับใหญ่รอบ 25 ปี

นายกรดกล่าวเพิ่มเติมว่า ชีวาศรมเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกโดยสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จตลอด 25 ปี คือ การส่งมอบแบบองค์รวม และที่ผ่านมาได้ลงทุนไปกว่า 800 ล้านบาทสำหรับรีโนเวตรีสอร์ตใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าสู่เวลเนสมากยิ่งขึ้น และฉลองครบรอบ 25 ปีในปีนี้

โดยปัจจุบันชีวาศรมมีห้องพักทั้งหมดรวม 54 ห้อง แบ่งออกเป็นโซนห้องพักและห้องสวีต และโซนพาวิลเลี่ยน ซึ่งเป็นเรือนไทยแบบร่วมสมัย ล้อมรอบด้วยสวนร่มรื่น และทะเลสาบ มีห้องพัก 2 แบบคือ ไทยพาวิลเลี่ยน และไทยพาวิลเลี่ยน สวีต ส่วนของศูนย์สุขภาพนั้นมีทรีตเมนต์และกิจกรรมให้เลือกกว่า 200 รายการ ภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัด, แพทย์ทางเลือก โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้บริการอยู่กว่า 80 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...