โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จรัญ มะลูลีม : วิถีปฏิวัติอิสลามอิหร่านในความท้าทายใหม่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2562 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2562 เวลา 08.04 น.

40 ปีการปฏิวัติ
ตามแนวทางอิสลาม

ปี2019 อิหร่านเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปีของการปฏิวัติตามแนวทางอิสลาม (Islamic Revolution) ไปเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางการเผชิญการกดดันอย่างหนัก ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐ

สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน (Islamic Republic of Iran) ได้ชื่อว่าเป็นรัฐที่ปกครองด้วยแนวทางของศาสนา (Theocratic Regime) อันเป็นรัฐที่ได้รับสถาปนาขึ้นโดยการนำของอายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ อัล-มูซาวี อัล-โคมัยนี (Ayatullah Ruhullah Al-Musavi al-Khomerni) ในปี 1979 หลังจากประชาชนนับล้านได้ออกมารวมตัวกันในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ และร่วมกันออกมาใช้โวหารต่อต้านประเทศตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้นำของอิหร่านในปัจจุบันกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบมาจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐและพันธมิตรของสหรัฐและความตึงเครียดทางสังคม ที่ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าสู่อำนาจของทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐที่เพิ่มความเป็นปรปักษ์กับอิหร่านมากยิ่งขึ้น

 

ไม่ว่าสถานการณ์ในอิหร่านจะผันแปรหรือเผชิญกับความกดดันอย่างไรก็แล้วแต่ แต่อิหร่านก็ยังคงรักษาเสน่ห์แห่งการปฏิวัติตามแนวทางอิสลามเอาไว้ได้ยาวนานถึง 4 ทศวรรษ และระหว่างขวบปีเหล่านี้อิหร่านได้ผ่านสงคราม 8 ปี (1980-1988) กับอิรักมาแล้ว

แม้จะดูเหมือนว่าในภูมิภาคตะวันออกกลางอิหร่านเกือบจะถูกโดดเดี่ยวและเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ แต่ที่น่าสนใจคืออิหร่านได้เปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้มาเป็นโอกาสอย่างกรณีสงคราม 8 ปีกับอิรักได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในบางภาคส่วนของสังคม เศรษฐกิจและการเมือง

ตัวอย่างเช่น การลงทุนในด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพอนามัยมีผลไปในทางบวกอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในปี 2018 อิหร่านกลายเป็นสังคมที่มีคนรู้หนังสือถึงร้อยละ 93 และมากกว่าร้อยละ 60 ของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นสตรี การเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคนส่วนใหญ่ในสังคมได้รับการดูแลด้านการสาธารณสุขเป็นอย่างดี

แม้ว่าสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้จะมีความเข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ลงนามข้อตกลงกับหลายฝ่ายว่าด้วยนิวเคลียร์ในปี 2015 ทั้งนี้ ชนชั้นนำในรัฐบาลอิหร่านคาดหมายว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้อิหร่านเข้ามามีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกับโลกส่วนใหญ่มากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งความสัมพันธ์ทางการทูตที่เปลี่ยนไป

ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rouhani) ได้เพิ่มการลงทุนมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ แต่สภาวะคลี่คลาย (de”tente) ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐต้องมาจบลงเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ

ฝ่ายบริหารของสหรัฐได้ยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านและเริ่มการแซงก์ชั่นกับอิหร่านอีกครั้งหลังจากการแซงก์ชั่นดังกล่าวถูกยกเลิกไปในสมัยของโอบามา

นอกจากนี้ สหรัฐยังร่วมมือกับคู่ปรปักษ์ของอิหร่านในตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียเพื่อทำให้ซาอุดีอาระเบียมีอำนาจมากขึ้นในตะวันออกกลางและเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับอิหร่านที่เข้าไปมีบทบาทด้านการต่างประเทศอย่างสำคัญทั้งในอิรักและซีเรีย

ในเวลาเดียวกันอิสราเอลพันธมิตรคู่ใจของสหรัฐและปรปักษ์สำคัญของอิหร่านก็ถล่มที่มั่นของอิหร่านในซีเรียหลายครั้ง แต่อิหร่านก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้

การประท้วงอันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศแม้จะจบลงได้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเข้าไปทำให้การประท้วงยุติลง แต่ก็สร้างผลสะเทือนทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง

เกิดขบวนการที่เรียกกันว่า Green Movement ในปี 2009 ตามมาด้วยการประท้วงรัฐบาลในปี 2017 มีการท้าทายข้อกำหนดทางศาสนาโดยสตรีอิหร่าน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ประท้วงถึง 7,000 คน

การเข้าแทรกแซงจากประเทศภายนอกอย่างสหรัฐและพันธมิตรอาหรับบางประเทศไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอิหร่านมากนัก นโยบายที่เป็นปรปักษ์ของสหรัฐที่พยายามดึงพันธมิตรเข้าร่วมต้านอิหร่านทำให้อิหร่านต้องตั้งมั่นและยืนหยัดสู้ต่อไป หลังจาก 40 ปีแห่งการโค่นระบอบชาฮ์ (Shah) แห่งราชวงศ์ปาห์ลาวีของอิหร่านลงไป

ทั้งนี้ อิหร่านจะต้องให้ความสำคัญกับเสรีภาพของประชาชนตัวเองและความไม่ลงรอยกับประเทศภายนอกให้มากขึ้น

 

ในงานเฉลิมฉลอง 40 ปีของอิหร่านในปี 2019 อิหร่านพยายามให้ประชาชนระลึกถึงวันที่ตัวประกันของสหรัฐในอิหร่านถูกจับกุมและถูกปิดตาอยู่ในสถานทูตสหรัฐ โดยตัวประกันเหล่านี้ต้องถูกคุมขังอยู่นานถึง 444 วันในฐานะจารกรรม

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐที่เคยมีอิทธิพลครอบคลุมสังคมอิหร่านในสมัยของจิมมี่ คาร์เตอร์ เปลี่ยนแปลงไปอย่างยากที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้

40 ปีแห่งการปฏิวัติเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปี เมื่อมีการปฏิวัติช็อกโลกในปี 1979 รู้จักกันในนามการปฏิวัติตามแนวทางอิสลาม เป็นการโค่นล้มระบอบการปกครองของชาฮ์ ปาห์ลาวี ที่สืบทอดกันมายาวนาน 2,500 ปี จากชายชราผู้ทรงอิทธิพลซึ่งเรียกกันตามเกียรติที่ได้รับว่า ซัยยิด อายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ อัล-มูซาวี อัล-โคมัยนี ชายสูงวัยที่ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่านได้สำเร็จในปี 1979 ในวัยที่เขามีอายุ 79 ปีพอดี

เมื่อ 40 ปีก่อนที่ผ่านมาท้องถนนของอิหร่านล้วนเต็มไปด้วยผู้คนนับล้านที่มาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จในการปฏิวัติ อีกเดือนหนึ่งต่อมาภาพของตัวประกันสหรัฐที่ถูกจับเป็นตัวประกันในฐานะจารกรรมได้ถูกเผยแพร่ออกสู่สายตาผู้คนจำนวนมาก ซึ่งไม่ทำให้ประวัติศาสตร์ของอิหร่านเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนรูปภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล โดยเฉพาะการก้าวพ้นจากอิทธิพลของสหรัฐ

การเฉลิมฉลองการปฏิวัติตามแนวทางอิสลามมีขึ้นทุกปีในวันที่ 1 ของเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นวันที่อายะตุลลอฮ์ โคมัยนี เดินทางกลับจากฝรั่งเศสมายังกรุงเตหะรานเมืองหลวงของอิหร่าน หลังจากต้องลี้ภัยอยู่ในประเทศนี้ยาวนานถึง 14 ปีก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้นำการปฏิวัติตามแนวทางอิสลาม

ซึ่งนักคิดทางสังคมและการเมืองของฝรั่งเศสอย่างมิเชล ฟูโกล์ เรียกการปฏิวัตินี้ว่าเป็นการแตกออกของดวงวิญญาณใหม่

 

10 วันของการเฉลิมฉลองนี้รู้จักกันดีในชื่อสิบวันแห่งรุ่งอรุณ (Ten Days of Dawn) ซึ่งจะจบลงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันที่ชาฮ์ มุฮัมมัด เรซา (ริฏอ) ปาห์ลาวี (Shah Muhammad Reza Pahlavi) และรัฐบาลของเขาต้องล่มสลายไปหลังจากมีการปะทะกันเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่และนักต่อสู้ฝ่ายปฏิวัติท่ามกลางการประท้วงที่มีอยู่ทั่วประเทศ

จากส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองจะพบว่าตึกรามบ้านช่อง สถาบันและที่ทำงานต่างๆ จะประดับด้วยธงชาติที่ประกอบไปด้วยสีเขียว-ขาวและแดง ในขณะที่ตามท้องถนนจะเต็มไปด้วยดวงไฟที่ประดับประดาอยู่ทั่วไป

เพื่อระลึกถึงการกลับมาจากฝรั่งเศสของอายะตุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้ขับขี่รถอยู่ตามท้องถนนต่างก็เปิดไฟและบีบแตรการเฉลิมฉลองของพวกเขา ในขณะที่บนท้องฟ้าเฮลิคอปเตอร์ได้โปรยปรายดอกไม้ลงมาตลอดเส้นทาง 21 ไมล์ จากสนามบินไปยังสุสานเบฮิสตี ซาเราะฮ์ (Behesht-e-Zahra) ที่อยู่ทางใต้ของกรุงเตหะราน ซึ่งที่นี้อายะตุลลอฮ์โคมัยนีได้กล่าวสุนทรพจน์กับประชาชนเป็นครั้งแรก และที่นี่เป็นที่ที่เรือนร่างของบิดาแห่งการปฏิวัติตามแนวทางของอิหร่านได้ฝังร่างลงบนพื้นปฐพีของแผ่นดินแม่ของเขา

เจ้าหน้าที่ของอิหร่าน รวมทั้งผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ต่างก็มาเยือนหลุมฝังศพของอายะตุลลอฮ์-โคมัยนี เพื่อแสดงให้เห็นความเคารพต่ออิหม่ามโคมัยนีอย่างต่อเนื่องและตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...