โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าแผนค้าชายแดน Q2 พาณิชย์ดันยอด 1.4 ล้านล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2564 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 04.03 น.

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อไทยและเพื่อนบ้าน จนทำให้การเปิดจุดผ่านแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีแค่ 46 แห่ง จาก 97 แห่ง

แต่กลับพบว่าสถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในเดือนเมษายน 2564 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่งผลให้ยอดค้าชายแดน 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 526,220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.74% เป็นการส่งออก 314,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.16% และการนำเข้า 212,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.71% โดยไทยยังคงได้ดุลการค้าต่อเนื่องที่ 101,976 ล้านบาท

ตามนโยบาย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้ “ขับเคลื่อน” การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านและค้าผ่านแดน ไปยังตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ จีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 14 แผนงานหลักของกระทรวงพาณิชย์ปี 2564

โดยเน้นทำงานเชิงรุกจัดกิจกรรมในรูปแบบผสมผสาน (hybrid) ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เพื่อกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยและลดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ รวมถึงเร่งรัดการดำเนินการเปิดด่านเพื่อเสริมสร้างมูลค่าการค้าชายแดน

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำทีมหารือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน 24 หน่วยงาน พร้อมทั้งกำหนดเป้ามูลค่าการค้าชายแดน/การค้าผ่านแดนของไทยประจำปี 2564 ว่าจะขยายตัว 3-6% จากปี 2563 มีมูลค่า 1.32 ล้านล้านบาท เป็น 1.36-1.40 ล้านล้านบาท

โดยมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จากปัจจัยบวกที่สะท้อนจากทิศทางสถิติการค้าชายแดน ช่วง 4 เดือนแรกเติบโตก้าวกระโดดกว่า 26% โดยเฉพาะสินค้าผลไม้อย่างทุเรียน ลำไย มังคุด เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อนบ้านทั้งจีน เวียดนาม และสิงคโปร์

และช่วงไตรมาส 2 มีแนวโน้มที่จะเปิดด่านการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น อาทิ จุดผ่อนปรนการค้า บ้านแจมป๋อง จ.เชียงราย จุดผ่านแดนถาวร ท่าเทียบเรือนครพนม จ.นครพนม และจุดผ่านแดนถาวร บ้านปากแซง จ.อุบลราชธานี เป็นต้น และที่สำคัญกร

เตรียมแผนเร่งรัดจัดมหกรรมการค้าชายแดนทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ หวังเป็นช่องทางกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ กรมได้เตรียมแผนบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดน 8 ครั้งใน 8 จังหวัด คือ เชียงราย สงขลา สระแก้ว นครพนม จันทบุรี ยะลา แม่ฮ่องสอน และมุกดาหาร เพื่อให้มีงานแสดงและจัดจำหน่ายสินค้า การจับคู่ธุรกิจ การสัมมนาให้ความรู้ และการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางลด/แก้ไขปัญหาการค้าชายแดนต่าง ๆ และหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยลบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หากยังไม่คลี่คลายโดยเร็วกรมจะปรับเปลี่ยนแผนใหม่ โดยปรับการจัด 8 กิจกรรมดังกล่าวให้เป็นรูปแบบผสมผสาน (hybrid) ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ จัดการแสดงสินค้ารูปแบบ Virtual Trade Show จับคู่ธุรกิจออนไลน์หรือ Online Business Matching (OBM)

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และสถานการณ์การเมืองในเมียนมา ล่าสุดกรมได้ติดตามประเมินว่าขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับการส่งออกสินค้าไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยการค้าชายแดนไทย-เมียนมา 4 เดือนแรก 60,182 ล้านบาท ลดลง 0.002% เท่านั้น

โดยจากนี้จะมีการผลักดันให้เมียนมาเปิดจุดผ่านแดนช่วงโควิด-19 เพิ่มจาก 3 เป็น 11 แห่ง และเปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จ.ตาก พร้อมทั้งปรับเพิ่มมูลค่าการส่งสินค้าผ่านจุดผ่อนปรน ด่านพระเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี จาก 5 แสนบาท เป็น 2 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้ามากขึ้น

เช่นเดียวกัน “ตลาดมาเลเซีย” ซึ่งเป็นตลาดค้าชายแดนเบอร์ 1 ยังมีมูลค่าการค้า 107,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.87% โดยเฉพาะสินค้า “ถุงมือยาง” ช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 เติบโต 53.72% จาก 4,618.58 ล้านบาท เป็น 7,099.60 ล้านบาท

ซึ่งหลังจากนี้ต้องผลักดันการขนส่งผ่านด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ ด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา พร้อมทั้งผลักดันให้มาเลเซียเปิดเส้นทางขนส่ง ด่านเบงกาลันกูโบ และบูกิตบุหงา รวมถึงการเปิดจุดผ่านแดนขนส่งช่วงโควิด-19 เพิ่มจาก 5 เป็น 9 แห่งด้วย

ขณะที่ฝั่ง สปป.ลาวมีมูลค่าการค้า 71,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.49% ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่จากนี้จะมีการเปิดจุดผ่านแดนช่วงโควิด-19 เพิ่มจาก 11 เป็น 14 แห่ง ผลักดันการขยายเวลาเปิดด่านสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย ขยายเวลาเพิ่มขึ้น 2 ชั่วโมง ถึง 24.00 น. ผลักดันการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ จ.เลย และ อ.เมือง จ.บึงกาฬ, บ้านยักษ์คุ จ.อำนาจเจริญ และบ้านใหม่ชายแดน จ.น่าน พร้อมทั้งประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออก ณ ท่าแพขนานยนต์ บ้านนาหินโหง่น อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี

สุดท้ายด้านกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าการค้า 56,935 ล้านบาท ลดลง 4.50% จะผลักดันเปิดจุดผ่านแดนช่วงโควิด-19 จาก 5 เป็น 12 แห่ง เปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง จ.ตราด บ้านสวนส้ม และบ้านซับตารี จ.จันทบุรี ที่สำคัญต้องแก้ปัญหาการส่งออกสุกรซึ่งเป็นสินค้าสำคัญ เพื่อให้สามารถกระตุ้นยอดการค้าได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...