โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มสุโขทัย เลี้ยงปลาหมอเป็นอาชีพเสริม ปลาราคาดี ตลาดยังนิยมบริโภค

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 18 ธ.ค. 2563 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 06.42 น.

คุณธนวัตน์ คำเฟือง เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาหมออยู่ที่ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเขามองเห็นถึงในเรื่องราคาของปลาหมอว่าน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาชนิดอื่น จึงได้นำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเป็นงานที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

คุณธนวัตน์ เล่าให้ฟังว่า เลี้ยงปลาเพื่อเป็นอาชีพเสริมหลังว่างจากทำงานประจำ เพราะมองว่าถ้างานด้านนี้ดีก็จะหันมาทำเป็นอาชีพหลักในอนาคต ซึ่งก่อนที่จะลงมือเลี้ยงจึงได้ศึกษาและทดลองเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเปรียบเทียบระหว่างการเลี้ยงปลานิลกับปลาหมอ ว่าปลาชนิดไหนเลี้ยงแล้วจะให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน

“ช่วงนั้นทดลองเอาปลาหมอกับปลานิล มาทดลองเลี้ยงในกระชังก่อน ปรากฏว่าปลาหมอมันไม่โต แต่ปลานิลโตดีกว่า ซึ่งช่วงนั้นก็ทำกระชังเลี้ยงในบ่อดิน พอทดลองไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นความแตกต่างของปลา 2 ชนิดนี้ เห็นว่าปลาหมอเลี้ยงได้ดีในบ่อดิน ก็เลยตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอแทน เพราะเรื่องของราคาก็ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามาก ก็เลยตกลงปลงใจตั้งแต่นั้นมา” คุณธนวัตน์ เล่าถึงที่มา

คุณธนวัตน์ บอกว่า เมื่อเลี้ยงปลาหมอมาหลายรุ่นจนจับขายได้เรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าปลาชนิดนี้ให้ผลตอบแทนที่ดี ทำให้ปัจจุบันทำบ่อเลี้ยงจำนวน 5 บ่อ เลี้ยงแบบสลับกันเพื่อให้มีปลาจับขายได้ตลอดทั้งปี

ในขั้นตอนแรกของการเตรียมบ่อนั้น คุณธนวัตน์ บอกว่า นำปูนขาวมาโรยให้ทั่วบ่อดินขนาด 10 x 40 เมตร แล้วตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นใส่น้ำลงบ่อให้มีความสูง 1.50 เมตร รอปรับสภาพน้ำอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงนำลูกปลาหมอไซซ์ 2-3 เซนติเมตร มาปล่อยภายในบ่อ

“พอบ่อเราพร้อมแล้ว เอาลูกปลาหมอใส่เลี้ยงอยู่ที่ 8,000 ตัว ต่อบ่อ อาหารในช่วงแรกจะให้กินอาหารกบเม็ดเล็ก ที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนประมาณ 40 ให้กิน 2 มื้อ คือ เช้าและเย็น พอลูกปลาหมอในบ่อมีอายุได้ 15-20 วัน ก็จะเปลี่ยนสูตรอาหารเป็นอาหารปลาเบอร์ 1 ที่มีโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ปลากินอาหารสูตรนี้ไปประมาณ 3 เดือน พอครบแล้วก่อนที่จะจับขายอีก 1 เดือน จะเปลี่ยนอาหารเป็นเบอร์ 2 ที่มีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้กินไปจนถึงจับปลาขาย” คุณธนวัตน์ อธิบายการให้อาหาร

การดูแลปลาหมอในช่วง 1 เดือนแรก จะมีปลาหมอบางส่วนที่ตาย เนื่องจากอาจจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในบ่อไม่ได้ วิธีแก้คือนำเกลือมาสาดลงให้ทั่วบริเวณบ่อเมื่อเห็นปลาเกิดอาการนี้ขึ้น เมื่อปลาได้อายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป จะมีการเติมน้ำเข้าไปภายในบ่อ โดยดูว่าน้ำในบ่อมีสภาพอย่างไร เพราะถ้าสภาพน้ำไม่ดีปลาหมอจะเครียดกินอาหารได้น้อย

ด้านสัตว์ที่เป็นศัตรูกับปลาหมอ คุณธนวัตน์ บอกว่า จะเป็นพวกนกกระยาง งู กบ เพราะลูกปลาหมอตัวเล็กๆ ขนาดไซซ์ 2-3 เซนติเมตร กบสามารถกินได้ ทำให้จำนวนปลาหมอลดน้อยลง ส่วนวิธีการป้องกันนกจะใช้เชือกขึงด้านบนปากบ่อ

เวลาที่ใช้เลี้ยงปลาหมอทั้งหมดจนสามารถจับขายได้ จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน

เมื่อปลาหมอได้อายุและขนาดที่พร้อมขายแล้ว คุณธนวัตน์ บอกว่า ไซซ์ที่ได้จากการเลี้ยงจะมีไซซ์ที่แตกต่างกันไป ไซซ์ใหญ่สุดจะอยู่ที่ 3 ตัว ต่อกิโลกรัม ส่วนที่เล็กลงมาหน่อยก็อยู่ที่ 5-6 ตัว ต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงแรกที่เลี้ยงใหม่ๆ เขาบอกว่าเรื่องการตลาดยังไม่เก่งมากนัก แต่เมื่อผ่านการเลี้ยงมาหลายรุ่นจึงมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากขึ้น โดยสามารถต่อลองกับพ่อค้าคนกลางได้

“ช่วงที่ทำใหม่ๆ เราต้องโทร.หาพ่อค้าบ้าง เพื่อให้เขารู้ว่าเรามีปลาหมอที่เลี้ยงไว้ พอเขาเริ่มรู้จักกันมากขึ้น ก็จะบอกกันไปปากต่อปาก เริ่มมีพ่อค้าติดต่อมาขอซื้อเรื่อยๆ ช่วงที่ปลาจะได้ไซซ์จับขายได้ และอีกส่วนหนึ่งก็จับขายให้กับคนในหมู่บ้าน ที่เป็นแม่ค้ารายย่อย ครั้งละ 50-100 กิโลกรัม ซึ่งไม่ว่าใครมาซื้อก็ขายให้หมด บางทีก็เอาไปขายกับแฟนเองที่ตลาดนัด ราคาขายก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 80-120 บาท ราคาขึ้นลงได้ตามกลไกของตลาด แต่จะยืนพื้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท มีทั้งราคาขายปลีกขายส่ง” คุณธนวัตน์ เล่าถึงการทำตลาด

การเลี้ยงปลาหมอเพื่อให้ได้กำไร คุณธนวัตน์ ให้เทคนิคว่า ต้องหาแหล่งซื้ออาหารที่ราคาถูกและมีคุณภาพ อย่างน้อยราคาลดลงกระสอบละ 20-50 บาท ก็ถือว่าประหยัดต้นทุนไปได้มาก ถึงแม้จะลำบากและยุ่งยากสักหน่อยเวลาที่หาแห่งอาหาร

สำหรับคนที่อยากเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ คุณธนวัตน์ แนะนำว่า ต้องศึกษาถึงปลาชนิดที่จะเลี้ยงให้ละเอียด ซึ่งเขาเองก็ศึกษามามากกว่า 1 ปี จึงได้รับประสบการณ์จากปัญหาที่พบเจอ จนนำมาปรับปรุงแก้ไขเป็นครูให้กับเขา

“ถ้าคนที่ไม่เคยลองเลี้ยงปลาเลย จะเอากำไรให้ได้มากๆ เหมือนคนที่เขาเคยเลี้ยงที่ประสบผลสำเร็จมาก่อน มันก็เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ต้องดูให้เป็นเลยคือ หนึ่งต้องศึกษาเรื่องลูกปลา ต้องรู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะอาจจะโดนหลอกเอาสายพันธุ์ที่ไม่ดีมาขายให้ก็ได้ เกิดซื้อมาเลี้ยงดูอย่างดี แต่สายพันธุ์ไม่ดี ปลามันก็ไม่โต สองเรื่องของอาหารที่ให้ปลากิน ถ้าไม่ดีไม่มีคุณภาพ เลี้ยงเท่าไหร่ปลามันก็ไม่โต ซึ่งถ้ามองกันแล้ว 2 อย่างนี้ถือว่าสำคัญ ถ้าปลาดีอาหารดี รับรองว่าการเลี้ยงประสบผลสำเร็จแน่นอน ส่วนเรื่องอื่นๆ อุปสรรคที่เจอจะช่วยสอนเราให้มีประสบการณ์เอง”

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธนวัตน์ คำเฟือง ที่หมายเลขโทรศัพท์ (087) 202-6519

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...