โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วิริยะประกันภัย" มั่นใจรถเกิดเหตุช่วง "เคอร์ฟิว” เคลมได้ปกติ "กทม.-ปริมณฑล" รองรับเคลมผ่านจอมือถือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. 2563 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 12.03 น.

วิริยะประกันภัยประกาศความพร้อมในการให้บริการสินไหมทดแทน ภายหลังหลายจังหวัดใช้มาตรการเคอร์ฟิวส์ เผยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการแก่ลูกค้า มั่นใจได้ว่ารถทุกคันเคลมสินไหมได้ตามปกติ ทั้งความเสียหายของรถยนต์คันที่เอาประกันและความเสียหายต่อบุคคลภายนอก เฉพาะพื้นที่กทม.ปริฆณฑล มีเทคโนโลยีใหม่รองรับ “เคลมผ่านจอมือถือ” ส่วนต่างจังหวัดกำลังเร่งติดตั้งระบบ คาดครึ่งปีหลังเริ่มให้บริการ

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่หลายจังหวัดเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตามเวลาที่กำหนดไว้หรือที่เรียกกันว่ามีการประกาศเคอร์ฟิว บริษัทฯขอยืนยันว่าภาวะการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีผลใดๆต่อการให้บริการผู้เอาประกันภัย เพราะบริษัทฯได้มีมาตรการในการบริหารจัดการการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการบุคลากรภายในองค์กรให้รองรับต่อการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการอย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นธรรมที่สุด โดยเฉพาะกรณีการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขอให้ลูกค้าวิริยะประกันภัย เชื่อมั่นได้ว่า เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กรมธรรม์ประกันภัยจะยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติทั้งความเสียหายของรถยนต์คันที่เอาประกันและความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

“แม้ว่ารถยนต์ไปเกิดเหตุในช่วงที่ราชการห้ามออกนอกเคหสถาน แต่ความผิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืนประกาศภาวะฉุกเฉิน และในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เองก็ไม่ได้กำหนดเป็นขอยกเว้นไว้ว่าไม่คุ้มครอง บริษัทประกันภัยผู้รับประกันรถยนต์คันนั้นๆต้องให้ความคุ้มครองไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ในขณะเดียวกันการออกไปให้บริการของพนักงานเคลมยังทำได้เหมือนภาวะปรกติ ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการเคอร์ฟิวเพราะถือว่าออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในขณะเดียวกันแม้ว่าในอนาคตอันใกล้ ภาครัฐอาจยกระดับมาตรการป้องกันด้วยการประกาศเคอร์ฟิวทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พนักงานของวิริยะประกันภัยก็ยังสามารถให้บริการได้ โดยเฉพาะพนักงานเคลมสามารถ work from home ได้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันบริษัทฯ ได้ใช้ระบบวิริยะสมาร์ทเคลม( VSC) และระบบงาน V-Surveyor เข้าสู่ระบบงานสินไหมทดแทนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นระบบที่ผู้บริหาร ผู้ควบคุม พนักงานระดับปฎิบัติการณ์สามารถสั่งการ จ่ายงาน ติดตามงาน ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ว่าคนสั่งหรือผู้ปฎิบัติต้องอยู่ที่บ้าน”

นายสยม กล่าวต่อไปอีกว่า อย่างไรก็ตามเฉพาะในเขตพื้นที่กทม.และปริฆณฑล ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเคอร์ฟิวหรือในห้วงเวลาปรกติก็ตามที ผู้เอาประกันภัยยังสามารถเลือกใช้บริการ”เคลมรถยนต์ผ่านจอมือถือ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมบริการการตรวจสอบอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ ภายใต้ชื่อ “VClaim on VCall” หรือ “บริการเคลมนัดหมายผ่านวิดีโอคอล” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัย ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบสภาพรถยนต์ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถนัดหมายการเคลมในวันเวลา ซึ่งถือเอาตามความสะดวกของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก และยังสามารถรับบริการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพนักงานเคลมไปยังจุดนัดหมาย

สำหรับกระบวนการให้บริการ เคลมนัดหมายผ่านวิดีโอคอล เมื่อมีการนัดหมายเกิดขึ้นผ่านระบบสายด่วน 1557 และลูกค้าพร้อมที่จะวิดีโอคอล เจ้าหน้าที่จะส่ง SMS แจ้งยืนยันกับลูกค้าก่อน จากนั้นเมื่อลูกค้าตอบรับการบริการผ่านวิดีโอคอลแล้ว จึงจะดำเนินการพูดคุยต่อไป แต่หากลูกค้าปฏิเสธการทำวิดีโอคอล เพราะไม่สะดวก หรือ สัญญาณอินเตอร์เน็ตขัดข้อง หรือโทรศัพท์ไม่รองรับการใช้งาน ก็ยังสามารถเลือกใช้วิธีการนัดเคลมรูปแบบเดิมได้ ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลทั้งวิดีโอบันทึกการสนทนาหรือภาพที่มีการถูกถ่ายขณะสนทนาจะถูกจัดเก็บอย่างเหมาะสมและมีความปลอดภัย อีกทั้งระบบยังมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลได้

“ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มระบบบริการดังกล่าวมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ซี่งในปัจจุบันสามารถให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเขตพื้นที่กทม.และปริฆณฑล ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดคาดว่าน่าจะเริ่มใช้ได้ในครึ่งปีหลัง และต้องขอยืนยันอีกครั้งว่า บริษัทฯมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแจ้งความต้องการผ่านทางสายด่วน 1557 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”นายสยม กล่าว

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...