โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก!! “โรคภัตตาคารจีน” ภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในผงชูรส

JS100 - Post&Share

อัพเดต 22 พ.ย. 2562 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 09.03 น. • JS100:จส.100
ทำความรู้จัก!! “โรคภัตตาคารจีน” ภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในผงชูรส

            เคยไหม? เวลาที่เราไปรับประทานอาหารตามร้าน หรือภัตตาคารบางแห่ง หลายๆ คนเมื่อกินเสร็จมักจะหิวน้ำมากเป็นพิเศษ หรือชาบริเวณปาก ลิ้น ฯลฯ สิ่งแรกที่นึกถึงคงหนีไม่พ้นผงชูรสเครื่องปรุงอาหารที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วการที่ร่างกายของเรารับผงชูรสมากเกินไปอาจทำให้เป็น “โรคภัตตาคารจีน” ได้ พูดแบบนี้คงสงสัยกันล่ะสิ ว่าโรคภัตตาคารจีนคืออะไร แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจึงขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคใกล้ตัวนี้เอง

            “ภัตตาคารจีน” โรคใกล้ตัวที่ควรรู้จัก
            โรคภัตตาคารจีน (Chinese restaurant syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากการแพ้ผงชูรสโดยหลังจากที่รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยผงชูรสมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการชาที่ปาก ลิ้น ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจ ไม่สะดวก ปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำขึ้นได้ในคนปกติ ส่วนใครที่แพ้มากๆ ก็จะเกิดอาการชาบริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว จนอาจเป็นอัมพาตตามแขนขาชนิดชั่วคราวได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเองภายในเวลา 2 ชั่วโมง รวมถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ แต่ทั้งนี้ผู้หญิงมีครรภ์ต้องระวังอย่างมากและไม่ควรกินผงชูรสเด็ดขาดเพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน หากได้กินผงชูรสเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสมองอีกด้วย

            อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ “ผงชูรสปลอม”
            ด้วยความที่ปัจจุบันคนไทยนิยมกินผงชูรสเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ผู้ผลิตบางคนใช้สารปลอมปนในผงชูรสเพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นสารที่มีทั้งวัตถุไม่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ได้แก่ เกลือ น้ำตาล แป้ง และวัตถุที่เป็นอันตราย ได้แก่ บอแรกซ์ ซึ่งเจ้าบอแรกซ์นี่แหละที่เป็นสารห้ามใช้ในอาหาร เพราะหากร่างกายได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ หรือถ้าได้รับในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งก็จะไปสะสมในร่างกาย เกิดอาการพิษแบบเรื้อรังทำให้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย สับสน ระบบย่อยอาหารถูกรบกวน ผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ยังมีสารอีกชนิดที่นิยมใส่ปะปนในผงชูรส คือ โซเดียมเมตาฟอสเฟต ซึ่งปกติจะใช้เป็นน้ำยาล้างหม้อน้ำรถยนต์ที่เมื่อกินเข้าไปจะออกฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรง

            แล้วเรามีวิธีตรวจสอบผงชูรสปลอมหรือไม่?
            แน่นอนว่าเราสามารถตรวจสอบผงชูรสปลอมได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ ให้นำผงชูรสครึ่งช้อนชาใส่ลงในช้อนโลหะแล้วเผาจนไหม้ ซึ่งจะเกิดความแตกต่าง ได้แก่

            ผงชูรสแท้ : สารนั้นจะไหม้ไฟเป็นถ่านสีดำที่ช้อน

           ผงชูรสที่มีส่วนผสมของบอแร็กซ์หรือโซเดียมเมตาฟอสเฟตผสมอยู่ : จะพบว่ามีทั้งส่วนที่ไหม้เป็นสีดำ และส่วนที่เหลือค้างเป็นสีขาวที่ช้อน

             สำหรับผงชูรสนั้นไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ประกอบอาหารเลยก็เพื่อสุขภาพร่างกายของเราเอง แต่หากต้องนำมาใช้จริงๆ ควรเพิ่มความพิถีพิถันในการเลือกซื้อ โดยสังเกตที่หีบห่อหรือกระป๋องบรรจุ ขอบผนึกต้องไม่มีรอยตำหนิ ฉลากพิมพ์ต้องเป็นตัวหนังสือภาษาไทยชัดเจน ไม่เลอะเลือนและต้องระบุชื่ออาหารแสดงคำว่า "ผงชูรส” รวมถึงมีเครื่องหมาย อย. ระบุชื่อ ที่ตั้งของผู้ผลิต เดือนปีที่ผลิต และน้ำหนักสุทธิอย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัย

 

Cr. กรมอนามัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...