โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บลจ.ลูกแบงก์” ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง...เมื่อโมเดล ‘ธุรกิจแบงก์’ เริ่มเปลี่ยน !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 15.43 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ช่วง 4 เดือนแรก ทิศทางตลาดหุ้นไทยดูสดใสในท่ามกลาง ‘COVID-19 ระลอก 3’ ที่กลับมา “ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI)” อยู่ที่ 10.72%
ในขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยเองก็มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.83%
แต่ภาพรวมของกลุ่ม “บลจ.ลูกแบงก์” ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากถึง 78.69% กลับโตอืดเฉลี่ยเพียง 2.97% แพ้อุตสาหกรรมโดยรวม
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทกัน

“บลจ.ทิสโก้” แชมป์เติบโตสูงสุด 29.77%…ในขณะที่ “บลจ.ไทยพาณิชย์” 4 เดือนแรกไม่โต

“บลจ.ลูกแบงก์” ถือเป็นกลุ่มบลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดกองทุนรวมสูงสุดมายาวนานต่อเนื่องเคยมีสัดส่วนสูงถึงระดับ 90% แต่ปัจจุบันด้วยโมเดลธุรกิจของแบงก์แม่ที่ต่างไปจากเดิม บางบลจ.ก็ถูกขายออกเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ที่ไม่ใช่แบงก์
แต่ “บลจ.ลูกแบงก์” ก็ยังคงเป็นบลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจกองทุนรวมสูงสุดอยู่นั่นเอง ปัจจุบันมีอยู่ 8 บลจ. มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกัน 78.69% ลดลงจากสิ้นปี20 ที่ 79.35% เป็นผลจากเครือข่ายในการขายของแบงก์แม่เป็นสำคัญ
“ยอดขายของ ‘บลจ.ลูกแบงก์’ ส่วนใหญ่ก็แน่นอนมาจากแบงก์แม่ และตัวบลจ.เองในฐานะลูกเมื่อผลประกอบการออกมามีกำไรก็นำส่งกลับเป็น ‘เงินปันผล’กลับไปให้กับแบงก์แม่ด้วยเช่นกัน”

ในช่วง 4 เดือนแรก กลุ่ม “บลจ.ลูกแบงก์” มีสินทรัพย์สุทธิกองทุนรวมทั้งสิ้น 4.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.97% น้อยกว่าอุตสาหกรรมที่โต 3.83% โดยมีบลจ.ที่โตกว่าค่าเฉลี่ยและแพ้ค่าเฉลี่ยเท่ากันอย่างละ 4 บลจ. คิดเป็นครึ่ง-ครึ่ง
โดยบลจ.ลูกแบงก์ที่มีการเติบโตสูงสุดในช่วง 4 เดือนแรกปี21 นี้ ได้แก่“บลจ.ทิสโก้” มีสินทรัพย์สุทธิ 68,984.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.77% ในขณะที่ “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีการเติบโตน้อยสุดในกลุ่มมีสินทรัพย์สุทธิ 940,942.67 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -0.09%

“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 21.70%

สำหรับ “บลจ.ลูกแบงก์” ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดนั้น เรียงตามลำดับดังนี้
1.“บลจ.กสิกรไทย” มีส่วนแบ่ง 21.70%
2.“บลจ.ไทยพาณิชย์” ส่วนแบ่ง 17.99%
3.“บลจ.บัวหลวง” ส่วนแบ่ง 14.69%
3.“บลจ.กรุงไทย” ส่วนแบ่ง 12.84%
4.“บลจ.กรุงศรี” ส่วนแบ่ง 7.59%
5.“บลจ.ทิสโก้” ส่วนแบ่ง 1.32%
6.“บลจ.เกียรินาคินภัทร” ส่วนแบ่ง 1.40%
7.“บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ส่วนแบ่ง 1.17%
“ปัจจุบันโมเดลในการทำธุรกิจของแบงก์หลายแห่งก็เริ่มปรับเข้าสู่ ‘Open Architecture’ ที่มีการขายกองทุนให้หลากหลายบลจ. ไม่เฉพาะแต่ของบลจ.ลูกแบงก์เพียงอย่างเดียว เพราะในการขายกองทุนนั้นแบงก์เองก็จะได้ ‘ค่าธรรมเนียม’ ไม่ต่างกันกับการขายให้กับบลจ.ลูกแต่ประการใด (ขายให้บลจ.ไหนก็ได้ตังก์) และแบงก์หลายแห่งก็เลือกขายบลจ.ลูกออกไป ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วเช่นกัน ซึ่งแนวคิดนี้ในแบงก์บางแห่งก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่เลือกทำหากเกิดประโยชน์สูงสุดกับแบงก์จริงๆ”
นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราเห็น “บลจ.ลูกแบงก์” ได้พัฒนาช่องทางการขายอื่นๆ เพิ่มเติมนอกจากการขายตรงของตัวเอง (นอกเหนือจากสาขาแบงก์แม่) ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลแพลทฟอร์ม, Mobile App, การขายผ่านตัวแทนอิสระ ตลอดจนช่องทางการขายผ่าน Selling Agent ที่เป็นบล. หรือบลน.ก็ตาม เพราะการทำธุรกิจได้โดยยืนบนขาตัวเองได้นั้น น่าจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนที่สุดให้กับบลจ.กลุ่มนี้นั่นเอง หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...