'เบิ้ล ปทุมราช' สวนกลับ 'ก้อง ห้วยไร่' มีที่ให้ได้ฉายแสงเพราะใคร หลังถูกแฉเงินทิป
‘เบิ้ล ปทุมราช’ สวนกลับ ‘ก้อง ห้วยไร่’ มีที่ให้ได้ฉายแสงเพราะใคร หลังถูกแฉเงินทิป
เข้ากราบสักการะ พร้อมร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ บวงสรวงพ่อปู่ศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา งานนี้ นักร้องหนุ่ม เบิ้ล ปทุมราช จัดเต็มด้วยการ ร่ายเพลงพิณสุดไพเราะ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ลานบวงสรวง วัดป่า คลอง 11 จ. ปทุมธานี ก่อนจะเปิดใจว่า
เห็นว่าจะสร้างพญานาค?
“คือปั้นไว้แล้วครับ แต่คือวันที่ผมปั้นพญานาคองค์นี้ขึ้นมาเป็นวันที่ผมฝันแล้วส่งภาพที่เล่าให้พี่ชายสเก็ตภาพมาแล้วส่งปั้น แต่ว่าอันนี้เบิ้ลว่ามันเป็นความเชื่อเรื่องของคน เพราะผมเล่าไปอาจจะมีคนคอมเม้นต์นะว่า ผมจะต้องสาธุไหมเราต้องดักทางเขาไว้ก่อนว่ามันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล”
ความยิ่งใหญ่ที่เราสร้างไว้ที่บ้านมันขนาดไหน?
“จริงๆ รูปปั้นรูปปั้นน่าจะประมาณ 1 เมตร องค์ใหญ่เลยครับ ปั้นอยู่ตรงที่ผมนอนข้างล่าง แต่ท่านจะมองออกไปหน้าบ้าน ก็จะทำบ่อทำไฟ เวลาผมกลับไปก็จะมีการดีดพิณถวาย”
ความผูกพันกับพญานาคเกิดขึ้นจากอะไรตอนไหน ถึงได้คิดว่าอยากจะมีบูชาท่านไปไว้ที่บ้าน?
“ตอนบวชครับ แต่เป็นการบวช 7 วันที่ผมยังนุ่งจีวรไม่เป็นเลย แล้วผมก็ฝันเห็น แต่เราไม่รู้นะครับว่าองค์พญานาคสิ่งที่เราฝันกับสิ่งที่เราเห็นเราวาดเราสัมผัสได้ในวัดอาจจะไม่ได้เหมือน แต่เราก็อยากจะสักไว้ในตัวเรา ก็อยากจะสักรูปทรงที่ สวยสง่า”
เวลาท่านอยู่ที่ตัวเรารู้สึกอุ่นใจยังไง?
“ผมว่ามันอยู่ที่ความเชื่อครับต่อให้เราไม่ได้สักท่านเราก็รู้สึก แต่ที่สักผมมองเป็นสองทาง คือหนึ่งถ้าทางธรรม ผมก็อยากมีท่านไว้ในตัว แต่ถ้าเป็นทางของศิลปะก็อยากจะมีรูปทรงของของท่านเป็นศิลปะเอาไว้ในบอดี้ของตัวเอง
แล้วพญานาคที่สร้างไปถึงไหนแล้ว?
“เรียบร้อยแล้ว จริงๆเสร็จตั้งแต่ผมเบญจเพศเสร็จแล้ว การงานผมก็ดีขึ้นมากๆ (ที่สร้างเพราะเบญจเพศ?) ใช่ครับมีผลมีส่วนครับ อยากจะปั้นท่านหลังจากเบญจเพศเสร็จ เวลาเรากลับบ้านเราก็จะมีการบูชาเรื่องของธูปเทียนเครื่องถวายต่างๆเหมือนอย่างที่ทุกคนไหว้ วันพระก็จะมีการจัดพิธีถวายน้ำ”
เรื่องของการดีดพิณถวายเรามีความเชื่อยังไง?
“ถ้าในเรื่องของพิธีกรรมที่ถูกต้อง ผมอาจจะไม่ได้เก่งไม่ได้ไม่รู้ว่าต้องพูดยังไง แต่เราเป็นนักร้องแล้วเรามีเสียงเพลง เราเล่นดนตรีเป็นอีสานมีเสียงพิณ ผมจะชอบฟังยูทูบ เวลาที่คนรำถวายพญานาคก็จะมีการดีดพิณขึ้นมา แล้วเราดีดพิณเป็นเราก็ร้องถวายท่านสดๆแบบนี้เลย”
จริงๆ แล้วหลังจากมีท่านชีวิตในการแสดงดีขึ้นไหมหรือลงตัวแบบนี้มาตลอด?
“คือเวลาที่ผมไหว้ท่านหรือทุกๆสิ่ง ไม่ว่าจะพุทธศาสนา พ่อแม่ พญานาค รวมถึงสิ่งที่เราเคารพนับถือต่างๆ ผมไม่ได้ว่าด้วยการบนบานศาลกล่าว ผมไหว้เหมือนการที่ผมขอเอากำลังใจ มาชาร์ทพลังมาเอากำลังใจจากท่านให้เรารู้สึกดีในการทำงานมากกว่า”
แล้วมีคนไปขอด้วยไหม?
“ก็มีลุงป้าน้าอาไปไหว้”
ท่านให้โชคไหม?
“มีครับมีหลายงวดอยู่นะครับแต่ที่บ้านไม่ได้ซื้อกันเยอะ”
ถามถึงเรื่องที่แฟนมาเซอร์ไพรซ์อันนี้เราไม่รู้จริงๆ?
“ใช่ คือเขาได้รับตำแหน่ง การงานของเขาคือแอร์โฮสเตจ เขาก็ไม่ได้มีแพลนที่จะมาหาเรา ผมก็ทำใจไว้แล้วว่าจากที่เจอกันน้อยก็จะเจอกันน้อยมากไปอีก เพราะด้วยการที่อยู่คนละประเทศ งานก็คนละทาง เราไปคอนเสิร์ตทุกวัน น้องก็บินทุกวัน เราก็ไม่คิดว่าน้องจะมาเซอร์ไพรส์โดยการที่อยู่ดีๆก็โผล่มาเลยแล้ววันนั้นก็เป็นวันที่คุณแม่มาจากต่างจังหวัดด้วย แล้วอยู่ดีๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาจากหน้าประตู แต่ผู้จัดการจะรู้นะแต่ไม่บอกเรา”
เราเอะใจไหมว่าน้องเขาหายไปช่วงหนึ่ง?
“ด้วยเวลาที่เราคุยไลน์กันมันจะเหมาะเจาะ เพราะเหมือนเที่ยงคืนของที่นี่ เขาก็เพิ่งจะ 6 โมงเย็น ผมเลยไม่สามารถรู้ว่าเขาจะบินมาเวลาไหน”
เขาหวงเราด้วยไหม ช่วงนี้ก็ถอดเสื้อบ่อย?
“คือไม่ครับเรื่องถอดเสื้อเรามีกลุ่มแฟนคลับหลายหลายที่ เราเล่นไอจี แฟนเพจเฟซบุ๊กเอง ทวิตเตอร์ก็จะมีกลุ่มของเราอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มมาจากช่างแต่งหน้า จากนักข่าว พอเราไม่ลงเขาก็มาแคปขอเราจากไลฟ์สดไปลงอยู่แล้ว ก็เลยอ่ะเราลงให้ดูไปเลย”
คือแสดงว่าแต่ละแพลตฟอร์มลงแตกต่างกัน?
“ใช่ครับ”
แล้วแฟนหวงเราแค่ไหน?
“ไม่หวงครับ ถ้าเราไม่อ้วนก็พอแล้ว เขาไม่เคยทักผมว่าถอดทำไม แต่เขาจะทักผมว่าวันนี้เธอลงพุงนะ มีห่วงยางนะแต่ตอนนี้ช่วงนี้บอดี้มันโอเคผมก็ไปคลีนิคบ่อย เขาก็ดูแลเราเรื่องบอดี้ด้วยทั้งภายในภายนอก ก็เลยคืนกำไรตรงนี้ให้กับแฟนคลับทุกคน?
ดูแลเขายังไงบ้าง?
“ก็ดูแลพาไปเที่ยว เท่าที่เราจะทำได้ เพราะว่าเราทำงานทุกวัน แต่เราก็อาจจะเปลี่ยนแผนงาน เราจะวางตาราง ก็จะพาเที่ยว ละก็ยืมเงินเขา 7-8 พัน ให้เขาเป็นคนจ่ายพร้อม เพราะเราพาเที่ยวแล้ว(เรื่องจริงเหรอ?) เรื่องจริงครับ เป็นไกด์ครับ คือเป็นแฟนที่ดี เป็นแฟนที่งกแต่ว่าให้ใจ”
พอนานๆ ทีมาเจอกันความรู้สึกยังไง?
“ถ้าพูดในความคิดถึงมันแน่นอน คนเรามันไม่ได้เจอกันนานก็คิดถึง แต่พอบางทีมันไม่ได้เจอเลยมันจะลืมหน้ากันนะครับผมก็ไปคลินิกบ่อยหน้าก็เปลี่ยนทุกปี ก็กลัวเขาจะลืมหน้าผม”
แล้วเขามาเซอร์ไพรส์แบบนี้เราก็ไม่ได้เตรียมตัวต้อนรับ?
“ก็ต้อนรับแต่อาจจะไม่ได้จัดพิธีบวงสรวงขนาดนั้น ก็ต้อนรับแบบพ่อแม่ทำกับข้าวให้”
พ่อแม่ว่ายังไงบ้างได้เจอว่าที่ลูกสะใภ้?
“โห ว่าที่ลูกสะใภ้เลยหรอ พอข่าวนี้ออกไปก็จะรีบไปหาเงินไปหมั้น(หัวเราะ) คือพ่อแม่ก็โอเคครับ เราไม่ได้มองหน้าที่การงานว่าหน้าที่การงานเขาดีหรือเหมาะสมกับเรา เราไม่ได้มองว่าเราเป็นดารานักร้องว่าจะเลือกคนที่มาเป็นแฟนจะต้องอยู่ตำแหน่งไหนยังไง ซึ่งน้องกับผมก็โตมาด้วยกันตั้งแต่น้อง 17 ตอนนั้นผมก็ 21 ปี ตอนนี้ก็ 4-5 ปีแล้ว ความรู้สึกมันอาจจะมีกระทบกับกันบ้างเหมือนลิ้นกับฟัน แต่สิ่งที่มันมีความสุขคือการคุยกันรู้เรื่อง แล้วเหมือนน้องเขาเป็นคนใจบุญ พอเราเป็นคนดีก็เลยลงเอยกันครับ”
ด้วยความที่มันไกลกัน มีปัญหาเรื่องความไว้ใจความเชื่อใจ?
“คือช่วงแรกๆน่าจะเป็นปัญหาหลักเลยครับ มาเจอกันมีความสุขอยู่ดี หนึ่งเดือนไปอีกแล้วอีกห้าหกเดือน คือบางทีเราเห็นคนอื่น พี่ก้องกับพี่เบล ไม่แปลกเลยที่ผมต้องไปเฝ้าเมียพี่ก้องทุกวัน เพราะผมคิดถึงแฟนตัวเอง (เห็นบอกเมียเขาก็เหมือนเมียเรา?) คือผมพูดเฉยๆผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น
แล้วอย่างนี้มันจะแก้ปัญหายังไงให้รู้สึกว่าตัวไกลแต่ใจใกล้กัน?
“คือยุคนี้มันเป็นยุคสมัยที่ทุกแพลตฟอร์มมันสามารถเห็นหน้ากันได้อยู่แล้วมันง่ายที่ว่าการสื่อสารมันดีขึ้น เพียงแต่การสัมผัสการอยู่ใกล้มันไม่ได้เพอร์เฟ็กต์”
จากที่เขาได้ติดตามการแสดงบนเวทีของเรา เขามีคอมเมนต์ยังไงบ้าง?
“ส่วนใหญ่เขาจะหัวเราะ แต่ไม่ได้มีดราม่าอะไรเลย เขาจะหัวเราะ แต่การไปเจอแฟนคลับผู้หญิงเยอะหรือการไปถ่ายละครกับผู้หญิงอันนี้ไม่ได้มีปัญหาเลย ส่วนใหญ่จะเป็นการหัวเราะว่าวันนี้ฉันไปถ่ายกับคนนี้คอนเทนท์เป็นอย่างนี้อ่ะ”
อย่างเรื่องระยะทางเราอาจจะชินกันแล้วแต่เรามีข้อตกลงไหมว่าหนึ่งเดือนต้องไปเจอกันกี่ครั้ง?
“ข้อตกลงผมว่ามันต้องตามจังหวะชีวิต พราะว่าถ้าเกิดเรากำหนดไว้อย่าง เช่น กุมภาพันธ์เราต้องเจอกันนะวาเลนไทน์ แล้วถ้าเกิดกุมภาพันธ์ผมมีงานเต็มเดือนล่ะ ผมก็ต้องอยากทำงานก่อน เพราะว่าเราอายุยังน้อย เรายังไม่สามารถวางบางอย่างเพื่อไปซัพพอร์ตบางอย่าง ผมจะบอกเขาเสมอว่าเราต้องให้เปอร์เซ็นต์ในการสร้างฐานตัวเองก่อนในช่วงที่เรากำลังเป็นวัยรุ่นที่เราสร้างเงินสร้างงานได้ เพื่อที่เราในอนาคตจะได้มีเงินวางแผนในเรื่องของชีวิตคู่ แล้วเราก็จะได้มีครอบครัวที่ดีได้เราต้องสร้างหลักสร้างฐานตอกเสาเข็มให้แข็งแรงก่อน ตอนนี้เป็นอายุที่พวกเราจะต้องโฟกัสกับงาน”
แสดงว่าเรื่องงานแต่งก็ไม่ได้มีเร็วๆนี้?
“ยังครับยังอีกไกล”
เรื่องเกาหลีพี่ก้องเขาโพสต์เชิดชูนักร้องรุ่นน้อง เรารู้สึกยังไงบ้าง?
“จริงๆมันก็เป็นเรื่องจริงครับ คือเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าคนไทยที่ไปอยู่ต่างแดนไม่ใช่แค่เกาหลี อาจจะเป็นยุโรปหรือในทวีปไหนก็ตามคนไทยที่เขาไปอยู่ที่นู่น เวลาที่นักร้องคนไทยไปร้องเพลงเขาจะรู้สึกว่าเขาได้เจอญาติพี่น้องของเขา เขาจะรู้สึกว่าเหมือนมีคนบ้านกูมาร้องเพลงให้ฟัง แล้วยิ่งเป็นนักร้องที่มีกระแสในตอนนี้ยิ่งมีความสุขอยากจะมาใกล้ ทุกคนจะรู้ว่าเบิ้ลก้องปัจจุบันแทบจะไม่ใช่นักร้องแล้ว แทบจะเป็นตลกสร้างคอนเทนท์แล้วก็ร้องเพลงนิดหน่อย คือวันนั้นผมก็จะบอกพี่ก้องว่าพี่ ผมจะขอขึ้นก่อนนะ จะร้องเพลงก่อน คือสคริปต์วงที่ไปอ่ะมันเป็นวงดนตรีเรา ถ้าเกิดพี่ก้องขึ้นเล่นก่อนมันจะไม่ละเอียดจะปูทางไม่ดีเพราะว่าพี่ก้องเขาชอบเล่น ผมเลยขอเป็นฐานแล้วพี่ค่อยขึ้นมา (เราจะเป็นสายจริงจังกว่า?) ใช่เป็นสายจริงจังกว่า ปรากฏว่าจังหวะที่ผมขึ้นไปเป็นจัง จังหวะที่คนเตรียมเงินให้ติ๊บพอดี ก็อาจจะคิดว่าเป็นก้องจะขึ้นมาพร้อมผม รอให้ติ๊บพร้อมกัน ปรากฏว่าก็ไม่ได้ขึ้น เราก็เลยโกยตรงนั้นไปคนเดียว(หัวเราะ) พอจังหวะที่ผมร้องเสร็จผมก็ลง ตอนที่ผมลงคนก็เริ่มเมาแล้วพอเมาเสร็จเงินที่จะให้ก้องก็หมด แล้วทุกคนรู้ใช่ไหมว่าคนจะชอบสงสัยว่าเบิ้ลหรือก้อง เพราะคนที่ไปเที่ยวนั้นอาจจะไม่ได้ซีเรียสว่าหน้าเหมือนเบิ้ลก้องเป็นยังไง แต่พอเมาปุ๊บเขาก็ขอเงินคืนหน่อยจะเอาไปจ่ายค่าแท็กซี่กลับ เขาก็ไปขอก้อง แต่เงินน่ะผมได้ไปแล้วตอนแรก แต่คนเมาไปขอเงินก้องกลับบ้าน เขาก็ขอซัก 10,000 เยน 5,000 เยน คือเราเก็บเงินแล้วตอนนั้น เราอยู่ข้างล่างแล้ว คือเราไม่สนแล้ว นั่นมันเป็นส่วนของเรา(เราไม่แชร์ใช่ไหม?) ไม่แชร์ครับ ความสามารถของใครของมันพี่”
พูดอย่างนี้เหมือนก้องมาเป็นแขกรับเชิญนะ?
“ก็ประมาณนั้นแหล่ะพี่ เหมือนผมมีฐานให้เขาไปโชว์มีที่ให้เขาได้ฉายแสง (คือเขาต้องขอบคุณ?) เขาอายุเยอะกว่าเขาไม่ต้องขอบคุณ แต่ก็ควรจะสำนึกและสำเหนียก ก็วันนั้นลูกค้าก็ขอพี่ก้องได้ 6 คน อีก 6 คนจะนอนแถวนั้นผมก็จำไม่ได้(หัวเราะ)”
คาดคิดไหมว่าพี่ก้องเขาอาจอาจจะเอาความในใจมาอัดคลิป?
“คาดคาดคิดอยู่แล้วครับมีอะไรที่คนแบบนี้จะทำไม่ได้บ้าง คือเขาโพสต์ทะลุดราม่าไปแล้ว ตอนนี้ขนาดโหนกระแสยังไม่กล้ายุ่งกับพวกผมเลย ตอนเนี่ยคือพี่ก้องทะลุดราม่าไปแล้ว (ถ้าเกิดต้องไปนั่งในโหนกระแสเอาไหม?) คือสงสารพี่หนุ่มครับแต่ผมคิดในใจว่าพี่หนุ่มคงไม่ถามเรื่องผมกับก้องหรอก คงจะลากยาวถึงเรื่องที่ผมเคยดราม่าก่อนหน้านี้ผมก็เลยไม่กล้าไป?
ไปเกาหลีประทับใจอะไรบ้าง?
“เกาหลีผมไปครั้งแรกที่ไปกับพี่ก้อง แต่ถ้าเป็นตัวเองไปก่อนหน้านี้ก็หลายครั้ง คือผมว่ามันรู้สึกดีเราไปตอนนี้เราโตขึ้น ในช่วงที่เรากับพี่ก้องเป็นปีของคอนเทนท์เป็นปีของความฮาในโซเชียลเป็นปีของการเอนเตอร์เทน เราไม่จำเป็นจะต้องไปประดิษฐ์ตัวเองว่าจะต้องทำโชว์ให้สนุก คือคนที่มาดูเขาอยากจะมา สนุกกับเรา เราแค่ทำตัวให้มีความสุขในตอนขึ้น คือผมกับพี่ก้องจะไม่มีสคริปว่าเอาอันเก่ามาเล่นเราจะมีสคริปหลักว่าเพลงไหนบ้าง ส่วนใหญ่ที่เล่น TikTok เล่นคอนเทนท์เรื่องตลกเฮฮามันจะสดเลย”
จริงๆเวลาที่เขาด่าเราเราโกรธไหม?
“ไม่เคยโกรธ มันเป็นเพราะอะไรที่เข้าใจกันอยู่แล้วครับ”
พอกระแสมันมาคู่กันแบบนี้เราได้ตั้งแผนไว้ว่าหลังจากปีนี้เราจะออกงานคู่กันตลอด?
“จริงๆมีแพลนที่จะทำเพลงคู่กันครับ หลังจากที่ผลงานเพลงช้าตัวเอง อันนี้ขออนุญาตฝากเพลงด้วยนะครับปลายกุมภาหรือต้นมีนาจะมีเพลงใหม่ ชื่อเพลงว่าพี่ชาย ซึ่งนางเอกก็น้องชาร์ลอตส่วนพี่ก้องก็จะมีอีกกลางปี”
แล้วงานคู่ติดต่อมาเยอะไหม?
“เยอะมากครับ เยอะจนบางทีไม่สามารถแบ่งคิวของละครใครได้ เพราะตอนนี้ผมทำทั้งรายการหลัก เป็นคอมเม้นต์เตตอร์ เป็นโค้ช แล้วก็เป็นผู้จัดละครด้วย มันเลยไม่สามารถทำให้เราแบบเอาคิวตรงนี้ไปคอนเสิร์ตได้เลยอันนี้ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน อยากจะทำทุกอย่างในปีนี้ ด้วยความที่เราเป็นเด็กตอนนั้นเราก็ฝันอยากจะเป็นนักร้อง แต่เราไม่รู้ว่าวันนึงนักร้องจะพาเรามาเจองานหลายๆทาง ก็เลยอยากจะทำทุกทางเลยครับ แต่งานมันก็คือเยอะมากครับ ถ้ารับจริงๆคิวน่าจะประมาณ 10- 15 คิวได้ แต่ว่าจังหวะมันไม่ได้ก็ต้องก็ต้องยอมรับ”
และเวลาคนจ้างก็คือเรตเบิ้ลก้องก็ของใครของมัน?
“ใช่ครับก็จะแยก (มาคู่กันมันก็เพิ่มขึ้น?) ใช่ครับ ผมว่าราคามันอยู่ที่คนที่จะจ้างเรามากกว่า มันเป็นสิทธิของเขาว่าถ้าเขาจ้าง ก็จะอาจจะไม่ได้ซีเรียสเรื่องราคา เพราะว่างานส่วนใหญ่ที่ไปมันจะไม่ใช่งานเก็บบัตรปิดวิก มันไม่ใช่จะต้องได้ทุนในการจ้างเบิ้ลกัอง มันเป็นการจ้างผมไปให้ความสนุกความสุข อาจจะเป็นครบรอบร้าน ฉลองร้านอะไรแบบเนี่ยครับ”