โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Empty Nest Syndrome: 4 วิธีรับมือ ‘ภาวะเหงาซึม’ สำหรับคุณแม่ฟูลไทม์

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2565 เวลา 12.37 น. • Features

Empty Nest Syndrome คือ อาการของคุณพ่อคุณแม่ที่รู้สึกเหงา เศร้า และเสียใจ เมื่อลูกเติบโตขึ้นถึงวัยที่ต้องออกจากบ้านไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง มักพบมากในคุณแม่วัยกลางคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกเต็มเวลามานานอาการช่วงแรกของ Empty Nest Syndrome คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเศร้า เบื่อหน่าย และโดดเดี่ยว เพราะเคยมีวิถีชีวิตที่ยึดโยงกับลูกมานาน เช่น เคยต้องเตรียมอาหารเช้าให้ลูกทุกวัน ต้องคอยไปรับไปส่งทุกเช้าเย็น แต่เมื่อถึงวัยที่ลูกเติบโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ บทบาทหน้าที่ที่พ่อแม่เคยทำก็ลดน้อยลงไปด้วยหากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคุณพ่อคุณแม่ปรับตัวไม่ทัน จากภาวะเหงาซึม ก็จะกลายเป็นความเครียด วิตกกังวล และอาจเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ในยุคที่คุณแม่หลายคนผันตัวมาเป็นคุณแม่ฟูลไทม์และแม่บ้านเต็มตัวมากขึ้น เราอาจลืมเตรียมตัวเตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อลูกโตพอที่จะไม่ต้องมีคุณแม่คอยดูแลอย่างที่เคยเป็นมาก่อนM.O.M จึงรวบรวมแนวทางรับมือภาวะเหงาซึมที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ฟูลไทม์ในวันที่ลูกเติบโตมาฝากค่ะ1. เปลี่ยนเป้าหมายของชีวิต

ภาวะเหงาซึมมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีอายุ 40-50 ปี ที่เคยมีเป้าหมายและภาระหน้าที่เป็นการดูแลลูกและคนในครอบครัวให้ดีที่สุด แต่เมื่อลูกโตขึ้น ไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณแม่เหมือนก่อน ทำให้เป้าหมายของคุณแม่ฟูลไทม์ถูกลดทอนความสำคัญลงไปด้วยการรู้จักเปลี่ยนเป้าหมายของตัวเองในเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ไม่เชื่อคุณแม่ลองตั้งเป้าหมายที่เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น เช่น การออกกำลังกายดูแลสุขภาพ การพัฒนาตัวเอง หรือฝึกฝนทักษะใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความรู้สึกด้อยค่าหรือไม่มีเป้าหมายในชีวิตของคุณแม่ลงได้2. ติดต่อกับเพื่อนเก่า

ตลอดช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัว อาจทำให้ต้องห่างหายจากการมีสังคมของตัวเอง และการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่าไปบ้างแต่เมื่อลูกเติบโต ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณแม่จะได้กลับไปติดต่อเพื่อนเก่า สร้างสังคม ทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนความคิด และระบายความกังวลใจได้จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2560 พบว่า ผู้สูงอายุในประเทศไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 4 ชั่วโมงต่อวัน โดยแอปพลิเคชันที่ผู้สูงอายุนิยมใช้มากที่สุดคือ Line รองลงมาคือ Facebook และ YouTube ตามลำดับนั่นแสดงให้เห็นว่า การติดต่อสื่อสารและส่งข้อความหาเพื่อนเก่า จึงเป็นอีกวิธีคลายเครียดและช่วยให้คุณแม่ที่กำลังรู้สึกเหงาซึมรู้สึกดีขึ้นได้3. ทำงานอดิเรกที่ชอบ

เมื่อลูกโตพอที่จะดูแลตัวเอง สิ่งหนึ่งที่จะหายไปจากชีวิตคุณแม่ก็คือภาระหน้าที่ที่เกี่ยวกับลูกที่คุณแม่เคยรับผิดชอบมาตลอด เมื่องานลดลง คุณแม่ก็มีเวลาว่างมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่มีกิจกรรมอื่นมาทดแทน ก็จะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายได้การมีงานอดิเรกที่ตัวเองชอบจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถสร้างกลุ่มสังคมใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาทักษะของตนเอง และได้รู้จักความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่ของตัวเองอีกด้วย4. สร้างความสัมพันธ์กับคุณสามี

เมื่อลูกโตพอที่จะดูแลตัวเองและออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น นั่นคือช่วงเวลาทองที่คุณแม่จะได้กลับมาใช้เวลาและเอาใจใส่คุณสามีมากขึ้น จากรายงานผลสำรวจพบว่าร้อยละ 63 ของคุณแม่ที่อยู่ในภาวะ 'Empty Nest Syndrome' กล่าวว่า พวกเธอรู้สึกกลับมาสนิทสนมกับสามีมากขึ้นสุดท้าย อยากเป็นกำลังใจให้คุณแม่ที่กำลังเผชิญหรือเตรียมตัวที่จะเผชิญภาวะเหงาซึมเมื่อลูกเริ่มออกไปเติบโตนอกบ้าน ให้สามารถทำความเข้าใจและยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และชดเชยช่วงเวลาเหนื่อยล้าที่ยาวนานด้วยการกลับมาให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น แล้วคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นแม่ที่มีความสุขได้อีกครั้งค่ะอ้างอิงbangkokhospitalBetterUpnsobangkokhospitalcreativethailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...