โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Killers of the Flower Moon: อภิมหาโศกนาฏกรรมสันดานมนุษย์ ที่ควรค่าแก่การดูในโรงหนัง

BT Beartai

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2566 เวลา 17.30 น.
[รีวิว] Killers of the Flower Moon: อภิมหาโศกนาฏกรรมสันดานมนุษย์ ที่ควรค่าแก่การดูในโรงหนัง

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1317567.mp3?cb=1697596555.mp3

สนับสนุนโดย Major Cineplex
สนับสนุนโดย Major Cineplex

ปี 2019 หลังจากผลงานหนังมาเฟียรุ่นใหญ่สุดลือลั่น ‘The Irishman’ (2019) ผลงานออริจินัลจากทุนสร้างของ Netflix ที่รับประกันคุณภาพด้วยการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ 10 สาขา มาปีนี้ มาร์ติน สกอร์เซซี (Matin Scorsese) ผู้กำกับชั้นครูวัยหลัก 8 กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวโศกนาฏกรรมความขัดแย้ง ระหว่างชนพื้นเมืองอินเดียนแดง กับคนขาวจอมละโมบ ที่สะท้อนสันดานความโลภและการทุจริตบนผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ใน ‘Killers of the Flower Moon’

ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นผลงานลำดับที่ 26 ของสกอร์เซซี กับความยาวกว่า 3 ชั่วโมง 26 นาที ใช้ทุนสร้างสูงถึง 200 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของ Paramount Pictures ที่รับหน้าที่จัดจำหน่ายฉายโรงทั่วโลก รวมทั้งในระบบ IMAX และ Apple Studios ที่ก็แน่นอนว่าพอเข้าโรงแล้วก็จะกลายมาเป็น Original Content บนแพลตฟอร์ม Apple TV+ ต่อไป

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

นอกจากนี้ ยังเป็นการการกลับมาร่วมงานของ 2 นักแสดงคู่บุญ 2 รุ่น ที่เคยร่วมงานกับสกอร์เซซีมาแล้วด้วยนะครับ ทั้ง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) ที่เคยร่วมงานกับสกอร์เซซีมาแล้ว 6 ครั้ง ผลงานล่าสุดก็คือ ‘The Wolf of Wall Street’ (2013) และนักแสดงคู่บุญรุ่นใหญ่ โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert de Niro) ที่ร่วมงานกับสกอร์เซซีมาแล้วนับสิบเรื่อง ตั้งแต่ Taxi Driver (1976), Goodfellas (1990) และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้ ลิลลี แกลดสโตน (Lily Gladstone) นักแสดงสาวเชื้อสายอเมริกันพื้นเมืองแท้ ๆ มาร่วมประชันฝีมือด้วย

หนังอาชญากรรมแนวตะวันตกเรื่องแรกของปู่มาร์ตี้เรื่องนี้ ได้ อีริก รอธ (Eric Roth) จาก ‘Forrest Gump’ (1994) มารับหน้าที่ดัดแปลงบทจากหนังสือ Non-Fiction ขายดีที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง ‘Killers of the Flower Moon: The Osage Murders and the Birth of the FBI’ ของ เดวิด แกรน (David Grann) ที่ออกตีพิมพ์ในปี 2017 โดยเรื่องราวของหนังเริ่มต้นจากช่วงปี 1920 หลังจากที่ชนพื้นเมืองชาวโอเสจ (Osage) ได้ค้นพบบ่อน้ำมันใต้ดินจำนวนมหาศาล บนพื้นที่รัฐโอคลาโฮมา จนทำให้ชาวโอเสจกลายเป็นชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และแน่นอนว่าเต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าไปครอบงำ

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

ด้วยเหตุนี้ จึงนำไปสู่การเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องเศรษฐีชาวโอเสจอย่างปริศนาที่เกิดขึ้นหลาย 10 คดี แต่แน่นอนว่าคดีย่อมไม่คืบในบ้านป่าเมืองเถื่อน ในขณะเดียวกันที่ เออร์เนสต์ เบิร์กฮาร์ต (ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ – Leonardo DiCaprio) อดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เดินทางกลับมาช่วยงาน วิลเลียม เฮล (โรเบิร์ต เดอ นีโร – Robert de Niro) คุณลุงผู้กว้างขวางนับหน้าถือตาของเขา เออร์เนสต์ได้พบรักกับ มอลลี ไคล (ลิลลี แกลดสโตน – Lily Gladstone) สาวชาวพื้นเมืองตระกูลมั่งมีด้วยจุดประสงค์บางอย่าง จนกระทั่งเมื่อคดีฆาตกรรมเริ่มซับซ้อน หน่วยงานส่วนกลางจาก วอชิงตัน ดีซี จึงได้ส่ง ทอม ไวต์ (เจสซี พลีมอนส์ – Jesse Plemons) และเจ้าหน้าที่ FBI เพื่อไขคดีปริศนาฆาตกรรมดังกล่าว

ดูเป็นพล็อตง่าย ๆ คล้ายจะติดน้ำเน่านิด ๆ แบบนี้ แต่ต้องบอกเลยว่า นี่คือสามชั่วโมงครึ่งที่เต็มไปด้วยความเขย่าขวัญและเดือดดาลตามแบบฉบับสกอร์เซซีในแบบที่คุ้นเคยแบบไม่มีขาดตกบกพร่องครับ แน่นอนแหละว่าประเด็นความขัดแย้งของชนพื้นเมืองกับผู้รุกราน อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกภาพยนตร์ แต่คงไม่บ่อยครั้งนักที่ตอนเปิดหนังเราจะค่อย ๆ เห็นความตลกร้ายขันขื่น ที่ได้เห็นชนพื้นเมืองกลายเป็นชนชั้นฐานันดร เป็น Elle แต่งตัวหรูหรา ในขณะที่คนขาวกลายเป็นชนชั้นแรงงาน เป็นคนงานในบ่อน้ำมัน เป็นนายธนาคาร เป็นคนรับจ้างถ่ายภาพ หรือแม้แต่เป็นสารถีขับรถ สวนทางกับความเป็นชาวพื้นเมืองแบบที่เราเคยเข้าใจกันมา

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกกลาย ๆ ว่า ปู่มาร์ตี้ไม่ได้ต้องการเล่าหนังเรื่องนี้เพื่อสั่งสอนความดีความชั่ว ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่หนังที่เชิดชูคนขาว ไม่ได้เชิดชูชนพื้นเมือง ไม่แม้แต่จะเชิดชูการสืบสวนของตำรวจ และไม่ได้พยายามตัดสินว่าฝั่งไหนดีหรือชั่ว หรือพยายามจะลงลึกหรือโฟกัสผ่านมุมมองการทำงานของ FBI อย่างที่หนังสไตล์มือถือสาก ปากถือศีลพึงกระทำ แต่เป็นหนังที่เฝ้ามองการกระทำของทุกด้านและค่อย ๆ ชำแหละให้เห็นสันดานความชั่วร้ายของมนุษย์ผู้ละโมบ แหกแผลความเน่าในของมนุษย์อันฟอนเฟะที่พร้อมจะทำทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ เอาออกมาโชว์แบบจะ ๆ ให้เห็นจนเล่นเอาคนดูรู้สึกสะอิดสะเอียนการกระทำของคนเป็น ๆ ซะยิ่งกว่าภาพศพคนตายในหนังเสียอีก

ตัวหนังสามารถใช้ความเป็น Cinematic ในการเล่าเรื่องโครงสร้างง่าย ๆ ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในตำราประวัติศาสตร์ ที่มีความเป็น True Crime ที่เข้มข้นและสมจริงทุกกระเบียด ในขณะเดียวกัน ครึ่งแรก ตัวหนังค่อย ๆ นวดเราด้วยเนื้อเรื่องดราม่าอาชญากรรมเข้มข้น ผสานจังหวะตลกร้ายจังหวะนรก ส่วนองก์สุดท้ายก็เปลี่ยนไปดำเนินเรื่องตามสไตล์ Courtroom Drama ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ให้ออกมาน่าติดตามและเข้มข้นสุด ๆ แถมตอนท้ายยังมีซีนกิมมิก ที่ปู่แกเหมือนตั้งใจจะทำเพื่อบอกว่า ‘ทำหนังให้เด็กมันดู’ ก็จะหน้าตาประมาณนี้แหละนะจ๊ะหลาน ๆ คือถ้าเนื้อเรื่องมันเข้มข้น และเล่าอย่างทรงพลังมากพอ ต่อให้เล่าด้วยวิธีการพิศดารแค่ไหนก็น่าดึงดูด

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

ตลอด 3 ชั่วโมง 26 นาทีที่หลายคนอาจแหยง ๆ รวมทั้งการเล่าเรื่องด้วย Pace แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ช้าไม่เร่ง มีจังหวะเงียบและจังหวะเขย่าขวัญ แต่ด้วยความ Cinematic ในแบบปู่มาร์ตี้ ไล่ตั้งแต่การเล่าเรื่อง งานสร้างสุดสมจริง งานด้านภาพที่เปี่ยมอารมณ์และความหมายที่ช่วยขับเน้น ช็อตลองเทกที่เรียบง่ายแต่หวือหวา งานเสียงสุดอลังการ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาได้ได้เถรตรง ทรงพลัง รุนแรง ตามสไตล์หนังสกอร์เซซี

หนังเรื่องนี้ก็ยังสามารถจับประเด็นดราม่าเข้มข้นมาขยี้เน้น ๆ เล่าเรื่องด้วยทักษะการเล่าเรื่องชั้นครู และการแสดงขั้นเทพ ผสมกลายเป็นเรื่องราวป่าเถื่อนเดือดปรอทแตกที่เล่าแบบนิ่ง ๆ แต่ใจสั่น ดูเพลินแต่รู้สึกสะอิดสะเอียน เรียบง่ายแต่เขย่าขวัญตลอดทั้งเรื่อง ความบันเทิงโบ๊ะบ๊ะอาจสู้ ‘The Wolf of Wall Street’ ไม่ได้ และพาร์ตคอร์ตรูมอาจชวนให้มีอาการเพลีย ๆ บ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่าไม่มีพาร์ตไหนชวนให้รู้สึกเบื่อหน่ายและอยากละสายตาจากจอเลยแม้แต่น้อย

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

ส่วนในแง่ของการแสดงก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ทรงพลัง โดยเฉพาะ 3 นักแสดงแกนหลักของเรื่องที่เรียกได้ว่ามีดีกันคนละแบบ และมาประกบเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้ง ดิแคพรีโอที่สวมบทบาทจนหมดเค้าความเป็นนักแสดงเจ้าเสน่ห์ เหลือเพียงแค่ชายหนุ่มคนขาวสันหลังหวะที่มีมิติซับซ้อน เอาอยู่ตลอด 3 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนเดอ นีโร แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้เน้นความเป็นหนังมาเฟีย แต่บทบาทของเขาก็เปี่ยมมิติในความเป็นกึ่ง ๆ มาเฟียผู้กว้างขวาง ผู้สร้างบารมีด้วยภาพลักษณ์น้ำดี และความพยายามเป็นพ่อใหญ่ของชาวโอเสจได้อย่างน่าชื่นชมและน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก

ส่วนแกลดสโตน ก็สามารถรับบทเป็นหญิงสาวผู้อยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้งและความสกปรกโสมมได้แบบเล่นน้อยแต่ได้มาก เป็นตัวละครตัวรับผลการกระทำที่มีบทบาทสำคัญ สวยสง่าแต่เต็มไปด้วยความทุกข์ตรมข้างใน จนชวนให้คิดว่าบทบาทนี้น่าจะส่งเธอไปถึงรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมได้ในสักเวทีอย่างไม่ยากเย็น

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

ใครที่เคยขุ่นเคืองปู่มาร์ตี้ตอนที่แกออกมาฉะหนังบางแนวว่าไม่ใช่หนังนั้นก็อาจจะได้แค่พยักหน้าหงึก ๆ เพราะดูเหมือนว่าปู่มาร์ตี้จะใช้หนังคาวบอยเรื่องแรกในชีวิตของแกเรื่องนี้เป็นตัวบอกว่า ทำหนังให้เด็กมันดู นั้นมันเป็นอย่างไร เพราะหนังเรื่องนี้คือคำตอบของคำว่าภาพยนตร์จริง ๆ เป็นหนังที่ใช้ 206 นาทีถ่ายทอดเรื่องราวมหากาพย์ฆาตกรรมที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่รู้จะหาที่ติได้ตรงไหนจริง ๆ เป็นหนังที่สะท้อนสันดานความชั่วร้ายของมนุษย์ออกมาได้ทรงพลัง

ควบคู่กับเนื้อเรื่องที่เข้มข้น การแสดงที่ดึงดูดใจ แต่ดูไม่ยาก และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของภาพยนตร์จริง ๆ จนน่าจะมีสิทธิ์เข้าชิง Best Picture ได้ไม่ยากเลย แม้จุดหมายปลายทางของหนังเรื่องนี้จะไปอยู่ในสตรีมมิง แต่ผู้เขียนก็ขอเชียร์เต็มแรงให้ไปดูในโรงนะครับ เพราะงานด้านภาพมันเหมาะกับการดูในโรงจริง ๆ ดูก็รู้ว่าปู่มาร์ตี้แกตั้งใจให้คนไปดูในโรง ส่วนที่เหลือก็ต้องมาลุ้นกันว่าหนังเรื่องนี้จะไปไกลถึงรางวัลออสการ์สาขาไหน

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023
Killers of the Flower Moon Courtesy of Apple TV+ © 2023

Killers of the Flower Moon | คิลเลอร์ส ออฟ เดอะ ฟลาวเวอร์ มูน คุณภาพด้านการแสดง 9.5 คุณภาพโปรดักชัน 9.5 คุณภาพของบทภาพยนตร์ 9.4 ความบันเทิง 9.3 ความคุ้มค่าเวลาในการรับชม 9.7 จุดเด่น งานสร้าง โปรดักชัน งานด้านภาพ เพลงประกอบ ทำออกมาได้คุ้มค่า 200 ล้านเหรียญ เหมาะแก่การไปดูในโรงหนัง การแสดงของดิแคพรีโอเต็มไปด้วยความซับซ้อน ถอดบารมีดาราเสียสิ้น ส่วนเดอ นีโร และแกลดสโตน ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ควรมีใครได้รางวัลการแสดงติดมือไปสักเวที การเล่าเรื่องทรงพลัง จังหวะค่อย ๆ ไปแต่ทรงพลังและเขย่าขวัญ ดูง่าย ชวนติดตามตลอด ถ่ายทอดเรื่องความขัดแย้งของชนพื้นเมืองได้ตลกร้ายและโหดเหี้ยม เล่าสะท้อนสันดานมนุษย์ได้อย่างถึงแก่น ฉากโหดรุนแรง แมน ๆ ตามสไตล์สกอร์เซซี มาครบ จุดสังเกต มีบางจังหวะของหนังที่ชวนให้เพลียบ้าง แต่ไม่มีจุดไหนน่าเบื่อเลย 9.5 Killers of the Flower Moon

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...