โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนอดีตไปเป็นแม่ลูกสองที่สามีหมดรัก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 15 ต.ค. 2566 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2566 เวลา 13.23 น. • ทิวไผ่
เมื่อโชคชะตาให้หมอศัลกรรมสาวสวยในปี2023ต้องมาอยู่ในร่างของแม่ลูกสองที่น่าสงสารในยุค70ที่สามีหมดรัก หึจะหมดรักก็หมดไปถ้าสวยเมื่อไหร่ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาเพราะผู้ชายรอจีบคิวยาวไปถึงดาวเสาร์เลยคร่า

ข้อมูลเบื้องต้น

สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักอีกทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังเปรี้ยงป้าง บานหน้าต่างที่ใกล้จะผุพังก็พัดตีกันสั่นไหวราวกับว่ามันจะหลุดออกมาให้ได้ ละอองฝนที่เย็นฉ่ำพัดผ่านผิวเนื้อจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ขนตางอนยาวสั่นไหวราวกับหางนกยูงก่อนดวงตากลมโตจะค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น

เธอกลอกตาไปมาราวกับกำลังสำรวจภายในห้องคิ้วโก่งดังคันศรขมวดขึ้นด้วยความแปลกใจ

“ที่นี่ที่ไหนกัน” เธอพูดพร้อมกับลุกพรวดขึ้นนั่งแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ ขึ้นมา

“ฮือ ฮือ พี่ลี่หมิงเราจะทำยังไงกันดีหม่าม้า ฮือ ฮือหม่าม้าของพวกเราคงตายแล้วแน่เลย ปาป๊าใจร้ายปาป๊าฆ่าหม่าม้า ฮือ ฮือ ฮือต่อไปนี้ใครกันจะปกป้องดูแลพวกเรากันล่ะ”

หญิงสาวหันไปจ้องมองยังเสียงร้องไห้นั่น เธอจ้องมองดูเด็กชายหญิงตัวเล็กๆ ทั้งสองที่นั่งกอดกันร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง

“พี่ลี่หมิงดูนั่น หม่าม้า หม่าม้าของพวกเรายังไม่ตาย หม่าม้า หม่าม้าฟื้นแล้ว” เสียงของเด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความดีใจ

เด็กทั้งสองต่างโผลเข้ามากอดเธอไว้แน่น

“หม่าม้า ในที่สุดหม่าม้าก็ไม่ตายในที่สุดหม่าม้าก็ไม่ได้ทิ้งพวกเราไป”

เธอมองดูเด็กๆ ด้วยความฉงนแต่อีกความรู้สึกก็นึกผูกพันแปลก เธอผละเด็กๆ ออกก่อนจะยิ้มให้

“เดี๋ยวก่อนนะพวกเธอเรียกฉันว่าหม่าม้างั้นเหรอจ๊ะ”
พวกเขาต่างพยักหน้าให้เธอพร้อมๆ กัน

เธอนั่งนึกอยู่ครู่

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันจำได้ว่าฉันเกิดอุบัติเหตุรถพุ่งตกคูน้ำแล้วทำไมจู่ๆ ฉันก็มาฟื้นในที่นี่ได้แล้วที่นี่ก็ดูแปลกๆ ไม่เหมือนที่ๆ ฉันอยู่ซักนิด” เธอบนพึมพำคนเดียว

“หม่าม้า หม่าม้าเป็นอะไรไปคะ” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เธอมองหน้าเด็กทั้งสองด้วยความแปลกใจ

หม่าม้างั้นเหรอ ฉันยังไม่เคยมีลูกซักหน่อยทำไมเด็กสองคนนี้มาเรียกฉันว่าหม่าม้าล่ะหรือว่า

เธอเหลือบไปมองดูกระจกเก่าๆ บานหนึ่งที่อยู่ข้างฝาผนังก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงในทันที

ครั้นเมื่อเธอเห็นเงาของหญิงสาวที่สะท้อนออกมาจากกระจกเธอก็ตกใจเป็นอย่างมากแม้จะมีใบหน้าที่คล้ายเธออยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนทั้งหมด

“นี่ไม่ใช่ฉันนี่ ทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างนี้ได้” เธอพูดพร้อมกับจับใบหน้านั่นด้วยความตกใจก่อนจะเหลือบไปเห็นปฏิทินที่อยู่ข้างฝาผนัง ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าปีนี้คือปี1977

“หม่าม้า หม่าม้าเป็นอะไรไปครับ” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เธอหันมามองหน้าเด็กชายก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขา มือของเธอค่อยๆ จับไปที่หัวไหล่ของเด็กชาย

“เจ้าหนูหม่าม้าของเธอ หม่าม้าของเธออยู่ที่ไหนกัน”

เขามองหน้าของเธออย่างไร้เดียงสาก่อนจะชี้ไปที่ใบหน้าของเธอ

“หม่าม้าก็อยู่ตรงนี้ยังไงล่ะครับ”

เธอขมวดคิ้วแน่น

“หรือว่าฉันตายแล้วแต่ทำไมวิญญาณของฉันถึงได้ย้อนมาอยู่ในร่างของหญิงสาวยุค70กันล่ะนี่อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ก็ดูจะมีใบหน้าคล้ายฉันอยู่บ้างหรือเป็นเพราะโชคชะตาที่เกิดมามีใบหน้าคล้ายกันฉันถึงได้มาอยู่ในร่างนี้ โอ๊ยมันเรื่องบ้าอะไรกันยังกับในละคร” เธอพูดพึมพำเบาๆอย่างไม่อยากเชื่อ

“หม่าม้าขา หม่าม้า ฮือ ฮือ หม่าม้า ลี่อิงนึกว่าหม่าม้าจะทิ้งพวกเราไปแล้ว” เด็กหญิงตัวน้อยในวัย3ขวบโผลเข้ามากอดซุกที่ตัวเธอราวกับลูกแมวน้อย

มือน้อยๆ ของเด็กชายยกขึ้นมาอังที่หน้าผากของเธอ

“อาการของหม่าม้ายังไม่ดีขึ้นงั้นเหรอครับงั้นลี่หมิงจะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้หม่าม้านะครับ” เด็กชายที่น่าจะอายุประมาณ5ขวบเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง

เธอมองดูเด็กหญิงและเด็กชายด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเอื้อมไปจับมือของเด็กชายเอาไว้

“ไม่ต้องหรอกจ๊ะ ฉัน เอ่อ หม่าม้าไม่ได้เป็นอะไรว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับหม่าม้ากันล่ะ”

เด็กชายหลุบหน้าลงด้วยใบหน้าเศร้า

“ลี่หมิงมีอะไรงั้นเหรอจ๊ะบอกหม่าม้ามาสิจ๊ะเกิดอะไรขึ้น”

“ปาป๊าผลักหม่าม้าตกน้ำค่ะลี่อิงเห็นกับตา” เด็กหญิงตัวน้อยพูดโพลงขึ้นด้วยใบหน้าตื่นตา

“ว่ายังไงนะ”

“ครับหม่าม้าลี่หมิงกับลี่อิงเห็นกับตาว่าปาป๊าผลักหม่าม้าตกลงไปในน้ำจริงๆ แล้วปาป๊าก็หนีไปโชคดีที่ลี่หมิงกับลี่อิงเห็นเข้าจึงไปขอให้คนแถวนั้นมาช่วยหม่าม้าไว้ทัน”

เธอขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย

“แล้วปาป๊าตอนนี้อยู่ที่ไหน”

มือเล็กของเด็กชายชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลนัก

ทำไมพ่อของเด็กสองคนถึงต้องการฆ่าภรรยาตัวเองด้วยนะ

แนะนำตัวละคร

จางเลี่ยงซู : หมอศัลกรรมสาวสวยในปี2023 และ หญิงสาวที่ทำงานตรากตรำเลี้ยงลูกดูแลสามีจนสภาพทรุดโทรมไร้ซึ่งความสวยงามในปี1977 แม้ทั้งสองจะอยู่ในคนละยุคแต่มีชื่อแซ่เหมือนกันราวกับสวรรค์กำหนด

โจวลี่หมิง : เด็กชายตัวน้อยวัย 5 ขวบที่มีความเฉลียวฉลาดเหมือนผู้ใหญ่

โจวลี่อิง : เด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบ น่ารักขี้อ้อนฉลาดเป็นกรดช่างพูดช่างจา

หมอเติ้งหวังจิ้ง

ลู่ป๋อเหวิน

โจวอู๋ท่ง

ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ เรื่องนี้จะเป็นแนวอบอุ่นหัวใจ อ่านสบายๆไม่เครียด

บุกบ้านสามีไปทวงใบหย่า

“หม่าม้าขา ลี่อิงรักหม่าม้านะคะ หม่าม้าอย่าจากลี่อิงไปไหนอีกนะ”เธอกอดเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้กระซิกอยู่ในอ้อมแขนของเธอเอาไว้

“ลี่หมิงพาหม่าม้าไปหาปาป๊าของลี่หมิงได้ไหมจ๊ะ”

“หม่าม้า หม่าม้าจะไปทำไมคะปาป๊าใจร้ายมาก ปาป๊าทำร้ายหม่าม้า ปาป๊าไม่รักพวกเราแล้วหม่าม้าอย่าไปเลยนะคะ ลี่อิงไม่อยากให้หม่าม้าถูกทำร้าย”

เธอมองดูเด็หญิงตัวน้อยที่ร้องไห้อ้อนวอนเธอ

ทำไมผู้ชายคนนั้นต้องทำร้ายภรรยาตัวเองกันล่ะ แล้วกล้าปล่อยลูกเมียให้อยู่ในบ้านเก่าๆโทรมๆแบบนี้ได้ยังไงกัน

“ลี่อิงจ๊ะหนูไม่ต้องกลัวไม่มีใครทำร้ายหม่าม้าได้และหม่าม้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลี่หมิงกับลี่อิงด้วยเช่นกัน”

“หม่าม้าแต่ลี่หมิงก็ไม่อยากให้หม่าม้าไป ปาป๊าใจร้ายมากนะครับ”
“ใจร้ายยังไงก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกและภรรยาต้องอยู่ในสภาพแบบนี้หม่าม้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอะไรหม่าม้า มาเถอะจ๊ะไม่ต้องกลัว”เธออุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาไว้ข้างตัวส่วนอีกมือก็เอื้อมไปจับเด็กชายเอาไว้

สายฝนที่เคยกระหน่ำลงมาอย่างหนักค่อยๆซาลงจนเหลือเป็นเพียงละอองเบาๆ

สามแม่ลูกต่างมุ่งหน้าไปที่บ้านหลังสีขาวที่อยู่ห่างกันไม่มากนัก เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน

หากจะว่าไปบ้านหลังนี้ก็ดูใหญ่โตน่าจะเป็นคนมีฐานะดีไม่ใช่น้อยแต่ทำไมถึงได้ปล่อยลูกกับภรรยาให้อยู่บ้านเก่าๆได้นะ

มือเล็กค่อยๆเอื้อมขึ้นไปเคาะประตูบ้าน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก……………………

ไม่นานนักก็มีหญิงสาวคนหนึ่งหากดูไม่ผิดน่าจะเป็นสาวใช้ของที่นี่

“คุณนาย คุณนายมาที่นี่ทำไมกันคะ”เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

“ฉันมาพบพ่อของเด็กทั้งสองยังไงล่ะ เขาอยู่ไหนไปตามเค้ามาพบฉัน”

“เอ่อคุณโจวอู๋ท่งคงจะไม่สะดวกมาพบคุณนายหรอกค่ะคุณนายกลับไปเถอะนะคะ”

“ชื่อโจวอู๋ท่งงั้นเหรอ หึ”เธอพูดพร้อมกับแสยะยิ้มเบาๆ

“ไปตามเขามาเดี่ยวนี้หากเธอไม่ไปตามเขามาฉันจะเข้าไปตามเขาเอง”

“เฮ้ย เสียงเอะอะ อะไรกันวะ”ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาแต่ท่าทางดูน่ารังเกียจเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวน่าจะวัยไล่เรี่ยกับเธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพง

“เอ่อ ดิฉันไล่คุณนายกลับแล้วแต่คุณนายไม่ยอมค่ะ”

ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าเธออย่างประหลาดใจ

“จางเลี่ยงซู นี่เธอยังไม่”

เธอยกยิ้มเบาๆให้กับคนตรงหน้าราวกับอยากหัวเราะให้กับใบหน้าที่ดูผิดหวังของเขา

“ยังไม่ตายงั้นเหรอ หึถ้าฉันตายแล้วใครจะดูแลลูกๆกันล่ะเพราะคนเป็นพ่อก็เอาแต่กกผู้หญิงอยู่ตรงนี้”เธอพูดขึ้นก่อนปรายหางตาจะเหลือบไปมองหญิงสาวที่เกาะแขนเขาไม่ปล่อย

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันคะ”

เขารีบหันไปยิ้มหน้าเจื่อนให้กับหญิงสาว

“เธอเป็นภรรยาเก่าผมน่ะ ผมกำลังจะหย่ากับเธอ”

“อู๋ท่งคุณอย่าบอกนะว่านังขอทานกับเจ้าเด็กสกปรกสองคนนี้เป็นภรรยากับลูกของคุณ”เธอถามเขาอย่างไม่พอใจ

จางเลี่ยงซูค่อยๆวางลูกสาวลงก่อนจะกอดอกแน่นพร้อมกับจ้องมองหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่พอใจ

“หล่อนเรียกใครว่านังขอทานห๊า”

“ยังจะกล้ามาถามอีกก็เรียกพวกแกสามแม่ลูกนะสิ”

หน๋อยไม่โดนฝ่ามือหมอเลี่ยงซูซักครั้งมันคงจะไม่เลิกปากดีสินะ

มือเล็กง้างขึ้นพร้อมจะตบหญิงสาวคนนั้น

“หยุดนะเลี่ยงซูถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัว”ชายหนุ่มชี้หน้าเธอราวกับข่มขู่

เธอหันไปจ้องหน้าพร้อมกับแสยะยิ้มเยาะเบาๆให้กับเขา

เพี๊ยะ!ฝ่ามือเล็กๆขอเธอเปลี่ยนทิศไปหาโจวอู๋ท่งในทันที

“เจ็บตัวงั้นเหรอก็ลองดูสิถ้ากล้าแตะต้องตัวฉันกับลูกๆล่ะก็ฉันจะตะโกนให้ชาวบ้านรู้กันให้ทั่วเลยว่าไอ้คนบ้านนี้ทิ้งลูกทิ้งเมียให้ลำบากแต่ตัวเองกลับไปเอาอีตัวมากกมากอด”

“นี่มันจะมากไปแล้วนะเลี่ยงซู”

“มากงั้นเหรอแล้วทีตอนคิดจะฆ่าฉันล่ะคนอย่างคุณมันเลวยิ่งกว่าหมาซะอีกคิดจะฆ่าเมียแล้วยังทอดทิ้งลูกหึฉันไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิตใจต่ำกว่าสุนัขหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้”

“นี่นังสารเลวกล้าดียังไงมาด่าว่าฉันเป็นหมาอยากตายงั้นเหรอ”มือใหญ่ง้างขึ้นมาจะตบเธอ

มือเล็กรีบจับที่ขอมือของเขาพร้อมกับบิดมันอย่างแรง

“โอ๊ย!เจ็บๆๆๆๆ”

“หึ คิดจะตบฉันเหรอฝันไปเถอะ แม่จะหักแขนทิ้งซะดีไหมรู้จักหมอจางศัลยแพทย์สายดำเทควันโดน้อยไปซะแล้ว”

“ปล่อยคนรักฉันนะนังบ้า”

เธอเหลือบขึ้นไปจ้องมองหน้าของหญิงสาวคนนั้นอย่างหงุดหงิด

“หุบปากซะนังแมวขโมยปลาเน่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวเหมือนไอ้คนสารเลวนี่”

“เลี่ยงซูปล่อยฉันนะเธอบ้าไปแล้วเหรอ”
“ใช่ฉันบ้า ฉันจะปล่อยแน่ถ้าคุณเซ็นใบหย่าพร้อมยกทรัพย์สินให้ฉันกับลูกครึ่งหนึ่ง”

“จะบ้าเหรออยากหย่าก็อย่าไปสิแต่ทรัพย์สินใครจะยอมโง่แบ่งให้”
“ไม่แบ่งใช่มั๊ยได้งั้นก็เตรียมเป็นไอ้พิการได้เลย”เธอพูดพร้อมกับหักแขนเขาแรงขึ้น

“โอ๊ย เจ็บๆๆๆๆๆๆปล่อยๆๆฉันยอมแล้วฉันยอมแล้ว”

เธอยกยิ้มอย่างพอใจ

“ดีมาก เธอรีบไปเอากระดาษกับปากกามา”เธอหันไปสั่งสาวใช้

“ค่ะๆดิฉันจะไปเอามาให้เดี่ยวนี้ค่ะ”สาวใช้รีบทำตามคำสั่งของเธอในทันที

“หึคิดจะเล่นกับจางเลี่ยงซูงั้นเหรอ”เธอพูดขึ้นเบาๆอย่างสะใจ

ยอมเซ็นใบหย่าพร้อมแบ่งสมบัติ

ไม่นานนักสาวใช้ก็นำกระดาษกับปากกามาให้ตามคำสั่งของเธอ

“นี่ค่ะคุณนาย”สาวใช้รีบยื่นปากกากับกระดาษให้กับเธอ

จางเลี่ยงซูหยิบกระดาษกับปากกามากับสาวใช้

หากจำไม่ผิดกฏหมายของยุค70ถ้ามีการมอบสมบัติให้ใครเจ้าของสมบัติจะต้องเซ็นชื่อหรือประทับตรากำกับกระดาษแผ่นนั้นถึงจะมีผลสมบูรณ์

จางเลี่ยงซูเผยยิ้มเบาๆก่อนจะรีบร่างสัญญาหย่าร้างและกระดาษอีกแผ่นก็สัญญาแบ่งทรัพย์สมบัติครั้นเมื่อเธอเขียนเสร็จก็รีบยื่นให้กับเขาในทันที

“อ้าว รีบเซ็นซะ”

“อู๋ท่งอย่าเซ็นให้พวกมันนะคะ”หญิงสาวรีบห้ามไว้

เธอจ้องหน้าพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวอย่างนิ่งๆ

“โจวอู๋ท่งหากคุณไม่ยอมเซ็นก็บอกลาแขนซ้ายคุณได้เลย”เธอพูดก่อนจะหักแขนเขาแรงขึ้นอีก

“อ๊ากกกกก ยอมแล้วๆฉันยอมแล้ว”เพราะความเจ็บปวดไม่อาจทำให้เขาทนไหวอีกต่อไป

“ยอมแล้วก็เซ็นซะสิ”เธอตะคอกใส่เขาเสียงดัง

มือใหญ่รีบเซ็นหนังสือที่เธอร่างทั้งสองแผ่นในทันที

เมื่อเธอได้หนังสือหย่าและหนังสือแบ่งสมบัติเรียบร้อยเธอก็รีบปล่อยเขาในทันที

โจวอู๋ท่งรีบจับแขนของเขาไว้ด้วยความเจ็บปวด

“อู๋ท่งคุณเป็นยังไงบ้างค่ะ”หญิงสาวรีบเข้าไปประคองเขาเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง

จางเลี่ยงซูมองหน้าของชายหนุ่มก่อนจะยกยิ้มหวานให้กับเขา

“ขอบใจมากนะคะคุณโจวอู๋ท่งที่ยอมเซ็นใบหย่าให้กับฉัน อ้อเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะหาทนายมาคุยกับคุณเรื่องแบ่งสมบัติ”เธอพูดพร้อมกับหันไปหาเด็กๆทั้งสอง

“ไปกันเถอะเด็กๆเรากลับบ้านกัน”เธอค่อยๆพาเด็กๆเดินออกจากหน้าบ้านของโจวอู๋ท่ง

“หึ คนอย่างเธอต่อให้ได้สมบัติไปครึ่งหนึ่งก็ไม่มีปัญญาทำให้งอกเงยได้หรอก ผู้หญิงโง่ที่วันๆเอาแต่เลี้ยงลูกทำงานบ้านราวกับสาวใช้จนความสวยและเสน่ห์ไม่มีหลงเหลืออย่างเธอหย่ากับฉันไปก็ไม่มีใครแล เหอะ”

เธอหันกับมายิ้มเยาะราวกับอยากหัวเราะให้คำดูถูกนั่น

“หึ มาดูกันไหมล่ะว่าฉันกับคุณใครจะรวยกว่ากัน อ่อคุณไม่ต้องห่วงหรอกว่าฉันหย่าแล้วจะมีใครมาสนใจไหมเพราะฉันแต่งงานกับผู้ชายเฮงซวยอย่างคุณเลยมีสภาพเสื่อมโทรมแบบนี้แต่หลังจากการหย่าของเราแล้วฉันว่าฉันคงต้องกลับมาสวยเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะไม่ต้องห่วง ฉันจะสวยและดูดีกว่าผู้หญิงที่คุณกกอยู่แน่ถึงวันนั้นต่อให้คุณจะมาคุกเข่าขอคืนดีฉันก็คงจะไม่เอา”เธอพูดขึ้นก่อนจะพาลูกๆของเธอเดินจากไป

“เหอะ ฝันหวานอยู่รึไงสภาพอย่างเธอทำยังไงก็ไม่มีวันกลับมาสวยได้หนังหน้าทั้งเยินทั้งกร้านหึ ไปเลยรีบไสหัวไป”เสียงของชายหนุ่มพูดจาดูถูกไล่หลัง

“หึ คอยดูก็แล้วกันระดับฝีมือหมอศัลยกรรมอย่างจางเลี่ยงซูมีเหรอจะปล่อยให้ตัวเองโทรม จำคำพูดตัวเองไว้เถอะไอ้ผู้ชายปากหมา”เธอพูดขึ้นเบาๆอย่างไม่พอใจ

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

ครั้นเมื่อมาถึงบ้านจางเลี่ยงซูก็ค่อยๆพิจารณาดูบ้านหลังนี้ที่เธอฟื้นขึ้นมาก็พบมันแล้ว

บ้านทั้งเก่าและผุพังแบบนี้เด็กๆทั้งสองจะอยู่ได้ยังไงกันนะ

“หม่าม้าขา ดูโน่นสิคะเตียงนอนของลี่อิงเปียกหมดเลยหลังคารั่วอีกแล้ว”เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เตียงเล็กๆและเก่าเขอะของเธอด้วยใบหน้าเศร้า

จางเลี่ยงซูมองไปที่มือของเด็กหญิงชี้ เธอถึงกับส่ายหน้าออกมาเบาๆด้วยความเวทนา

ทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้ยอมใช้ชีวิตที่ลำบากแบบนี้ด้วยนะ แค่ลำพักตัวเองลำบากยังไม่พอแต่ให้ลูกๆมาลำบากด้วยนี่ไม่ไหวจริงๆส่วนไอ้สามีตัวดีนั่นก็นะทุเรสสิ้นดี

“หม่าม้า หม่าม้าขา หม่าม้าคิดอะไรอยู่คะ”เด็กหญิงถามขึ้นด้วยความสงสัยมือเล็กจับไปที่มือของจางเลี่ยงซูอย่างอ่อนโยน

จางเลี่ยงซูหันมายิ้มให้กับเด็กหญิงตัวน้อยก่อนจะค่อยๆย่อตัวลงมาหาเธอ มือเล็กจับไปที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของเด็กหญิงอย่างเอ็นดู

“เตียงของลี่อิงเปียกหมดแล้วงั้นคืนนี้ลี่อิงก็นอนกับหม่าม้าก็แล้วกันนะจ๊ะ”

เด็กหญิงยิ้มอย่างดีใจ

“เย้ๆคืนนี้ลี่อิงจะได้นอนกอดหม่าม้าซะที ดีจังที่เตียงของลี่อิงเปียก”

เธอยิ้มเล็กๆให้กับเด็กหญิงอย่างเอ็นดู

“นี่ลี่อิงดีใจหรือเสียใจกันแน่จ๊ะที่เตียงของหนูเปียก”

เด็กหญิงรีบโผเข้ากอดจางเลี่ยงซูอย่างน่ารัก

“ก็ทั้งดีใจและเสียใจค่ะ ก็ลี่อิงเสียใจที่เตียงนอนของลี่อิงเปียกแต่ก็ดีใจที่จะได้นอนกับหม่าม้ามากกว่าค่ะ”

โจวลี่หมิงรีบโผลเข้ามากอดจางเลี่ยงซูด้วยเช่นกัน

“ถ้าลี่อิงนอนกับหม่าม้าได้งั้นคืนนี้ลี่หมิงก็ขอนอนด้วยนะครับ นะครับหม่าม้า นะครับลี่หมิงก็อยากนอนกอดหม่าม้าเหมือนกัน”เด็กชายพูดเสียงออดอ้อน

เธอยิ้มให้กับเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดู

“ได้จ๊ะได้เตียงของหม่าม้าก็กว้างมากพอที่จะให้ทั้งลี่อิงและลี่หมิงนอนด้วยได้งั้นคืนนี้เรามานอนด้วยกันเถอะนะ”

“เย้ๆ คืนนี้เราจะได้นอนกอดหม่าม้าแล้วเย้ๆ”เด็กต่างร้องเต้นด้วยความดีใจ

เธอค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆบ้านเก่าๆหลังนี้

“ในเมื่อฉันเป็นเจ้าของร่างนี้แล้วเพราะฉะนั้นบ้านหลังนี้รวมทั้งเด็กๆก็คงต้องเป็นของฉันด้วยสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงจะให้เด็กๆมีชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป เจ้าของร่างเดิมจะเป็นคนยังไงฉันไม่สนแต่ในเมื่อหมอจางเลี่ยงซูได้มาอยู่ในร่างนี้แล้วความเป็นอยู่จะต้องดีต้องเริ่ด”เธอพูดขึ้นเบาๆก่อนจะหันไปมองดูเด็กๆทั้งสอง

“เอาล่ะเด็กๆรีบไปอาบน้ำกันก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวหม่าม้าจะไปทำอะไรให้กินจะได้รีบเข้านอนกันนี่มันก็เริ่มจะมืดแล้วหากนอนช้าเดี๋ยวใบหน้าโทรม”เธอบอกกับเด็กๆทั้งสอง

“ครับหม่าม้า/ค่ะหม่าม้า”เด็กๆทั้งสองรีบขานรับก่อนจะรีบพากันไปอาบน้ำแทบจะในทันที

เธอมองดูเด็กๆด้วยความเอ็นดูก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องครัว

ครั้นเมื่อเธอเดินเข้ามาสำรวจในห้องครัวก็ถึงกับส่ายหัวเบาๆอย่างเหนื่อยใจ

“นี่เขาเรียกห้องครัวจริงๆเหรอเนี่ยะทั้งห้องมีไข่แค่3ใบกับต้นหอมและผักกาดเหี่ยวๆเนี๊ยะนะให้ตายเถอะอยู่ไปได้ยังไงกัน”เธอหยิบไข่และผักขึ้นมาดูด้วยความปวดใจ

“เอาวะมีแค่นี้ก็กินแค่นี้ไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”เธอไม่รอช้าที่จะลงมือปรุงอาหารมื้ออร่อยให้กับเด็กๆถือว่าเป็นโชคดีที่สมัยเธอไปเรียนที่อเมริกาเธอชอบเข้าครัวทำอาหารจีนกินเองบ่อยๆเลยพอมีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่บ้าง

ไม่นานนักอาหารที่เธอปรุงขึ้นง่ายๆก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัว

“แกงจืดไข่น้ำถึงจะเป็นเมนูง่ายๆหน้าตาจืดชืดแต่ถ้าเด็กๆได้ลองชิมก็ร้องโอ้โหแน่ๆ”เธอพูดพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ

โอโห้แน่ๆ”เธอพูดพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...