เกิดใหม่ไปเกาะขาทองคำในยุค 70
ข้อมูลเบื้องต้น
เยว่ซิน หญิงสาวที่มีชีวิตสงบสุข วันหนึ่งในขณะที่เธอนอนหลับอยู่บนเตียงสุดหรูภายในคอนโดกว้างของตัวเองอย่างสงบสุข ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่ามีผู้ชายกำลังปั่มปั๊มตัวเองอย่างเมามัน
ปรากฏว่าเธอตายแล้วมาเข้าร่างของสุ่ยเยว่ซินอีกคนในยุคจีน 70 เจ้าของร่างเองก็ชื่อเหมือนเธอ หน้าตายังคล้ายกับเธอในชีวิตก่อนมาก แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง
…ฉันอยากเปิดร้านเสื้อผ้า ออกแบบเสื้อผ้าสวยๆจังเลยค่ะ
……………………………
"ได้สิ"
…ฉันอยากเรียนต่อมหาลัยได้ไหมคะ
"ฉันไม่เคยห้าม"
…ฉันอยากช่วยคนไร้บ้านขอทานที่น่าสงสารเหล่านั้น
"ผมจะหางานให้พวกเขาทำ จะได้ไม่ต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออีก"
…ฉันอยากมีสวนผลไม้แล้วเก็บผลไม้กินเท่าไหร่ก็ได้
"เธออยากได้อะไรอีกบอกฉันมาครั้งเดียวเถอะ ฉันพร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง"
…พี่ใจดีจังเลย
"ฉันใจดีกับเธอแค่คนเดียว คนอื่นต่างบอกว่าฉันมันไม่ใช่คน"
ขาทองคำของเยว่ซินทั้งแสนดีและหล่อเหลา ถึงคนอื่นจะกลัวเขาแต่สำหรับเธอ
เขาก็แค่ผู้ชายที่เอา….ใจเก่ง….คนหนึ่งเท่านั้น
[ นิยายเรื่องนี้ไม่ได้อิงตามประวัติศาสตร์ใดๆ เหตุการณ์และการกระทำของตัวละครเป็นสิ่งที่นักเขียนปั้นแต่งขึ้นเท่านั้น โปรดอ่านเพื่อความสนุกและผ่อนคลาย]
นี่มันที่ไหนเนี่ย++
อึก! อื้อ! อะไรเนี่ย เกิดอะไรขึ้น อ่า! ทำไมรู้สึกแปลกๆ ไม่ใช่ว่าฉันนอนหลับอยู่หรอ
อ๊าส์!
ดวงตาสวยของเยว่ซินเปิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ความเสียวกระสันทำให้สติของเธอไม่อยู่กับตัว หลงมัวเมากับความวาบหวามที่อีกคนมอบให้ ร่างกายของหญิงสาวตอบรับสัมผัสเร่าร้อนของชายหนุ่ม ที่กำลังกระแทกกระทั้นเข้ามาในตัวเธออย่างดุดัน
แฮก! แฮก! ฮึ่ม! อ่า!
เสียงครางของเขายิ่งทำให้เยว่ซินลุ่มหลง เธอไม่ผลักเขาออกด้วยซ้ำ มือเล็กจิกแขนของอีกฝ่ายเพื่อระบายความเสียวที่เกิดขึ้น ปากบางขบกัดเพื่อกลั้นเสียงร้องน่าอาย
ชายหนุ่มขยับแก่นกายแข็งขืนของตนเข้าออกรูสวาทของหญิงสาวใต้ร่างด้วยความเร็วตามแรงอารมณ์ เขามองเห็นเธอกัดปากตัวเองจนบวมแดงเพื่อกลั้นเสียงครางก็รู้สึกไม่พอใจ
จึงจงใจกระแทกตัวตนแข็งขืนเข้าออกสุด จนหญิงสาวผวาเฮือก!ทนไม่ไหวเผลอร้องครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น
อ่ะ! อ๊า!
“บะ เบา หน่อย อะ! อื้อ!” มือบางดันหน้าท้องแข็งเกร็งของเขาเพื่อลดแรงกระแทก แต่มันไม่ได้ช่วยเบาแรงลงเลยสักนิด
“ฮึ เธอเองไม่ใช่หรอที่อยากได้ฉัน อึก! เธอต้องรับให้ได้แล้วครางหวานๆ ให้ฉันได้ยินซะ” ชายหนุ่มรับรู้ถึงความเสียวที่ตีตื้นขึ้นมา แก่นกายแข็งขยับเข้าออกเร็วขึ้น
อ๊าส์!
“ฉันไม่ อึก อร๊ายยย! ฮึก!” กายสาวกระตุกรัวเมื่อถึงจุดหมาย ดวงตาสวยปรือปรอยด้วยความเสียวกระสัน ร่างกายเบาหวิวไร้เรี่ยวแรง
ชายหนุ่มเองก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยหยาดน้ำรักของตนเข้าไปในตัวเธอทุกหยาดหยด
แฮก! แฮก!
สองร่างนอนกอดกันอยู่บนเตียงเล็กแคบ เสียงหอบหายใจดังแข่งกันท่ามกลางความมืดมิดที่มีไฟส่องสว่างแค่ริบหรี่
ด้วยความเหนื่อยอ่อนเยว่ซินจึงหลับไปในทันที สมองของเธอไม่ทันได้ประมวลผลอะไรทั้งนั้น ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองมันถูกต้องแล้วหรือ
ทางด้านชายหนุ่มก็พลอยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว ทั้งที่เขาไม่เคยนอนหลับกับหญิงสาวแปลกหน้าเลยสักครั้ง
อร๊ายยยย!
“ออกไปนะ ไอ้โรคจิต นี่แกเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ออกไป!” สองมือยกหมอนฟาดชายหนุ่มเต็มแรง
“นี่! หยุดได้แล้ว เป็นบ้าอะไรของเธอฮ่ะ ฉันเนี่ยนะโรคจิต นี่หยุดฟาดได้แล้ว”
“ไม่หยุด! แกไอ้โรคจิตฉันจะแจ้งตำรวจแน่ แก…”
อื้อ! ปึก! ปึก! อึก!
ด้วยความรำคาญเขาจึงจูบปิดปากเธอทันที ร่างสูงคร่อมร่างบอบบางของเธอ มือแกร่งรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไปกุมไว้เหนือหัว ก่อนจะบดจูบปากนุ่มนิ่มอยู่นานจนเห็นว่าเธอเงียบเขาจึงผละออก น้ำลายไหลเชื่อมเป็นสายใย ทำให้คนมองรู้สึกเขินอายสุดขีด
แก้มนวลเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ สายตาหลบเลี่ยงไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มที่เธอพึ่งได้สังเกตว่าเขาหล่อมาก เยว่ซินเอียงหน้าหลบ
มันเกิดอะไรขึ้น ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของเธอนี่นา แล้วชายหนุ่มหน้าหล่อที่ได้เธอเป็นใคร เธออยู่ที่ไหนเนี่ย!
“เงียบได้สักที ชอบให้จูบปิดปากหรือไง หื้ม” เสียงทุ้มชวนฟังดังขึ้นเหนือร่างของเธอ
“นายเป็นใคร แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหน” ทันทีที่เยว่ซินเอ่ยถามออกไป
อื้อ! อึก!
“เป็นอะไร!”
“เจ็บ ปวดหัว อ่า! อึก” เยว่ซินยกมือกุมศีรษะตัวเอง ภาพความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอ สร้างความเจ็บปวดจนเกือบทนไม่ไหว หางตาสวยมีหยาดน้ำตาเกาะอยู่ บ่งบอกว่าเธอกำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน
“นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า” มือแกร่งช้อนร่างบางที่มีผ้าห่มคลุมตัวขึ้น เตรียมจะออกจากห้องเพื่อพาเธอไปหาหมอ
“ไม่! ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว วางฉันลงก่อนได้ไหมคะ คุณจะพาฉันออกไปในสภาพนี้ไม่ได้” หลังจากที่เยว่ซินเข้าใจทุกอย่างแล้วก็รีบเอ่ยห้ามเขาทันที เธอรู้ว่าสภาพตัวเองตอนนี้ไม่น่ามองเลยสักนิด แล้วคนที่อยู่ข้างนอกอีก ถ้าออกไปแบบนี้มีหวังอับอายแน่ๆ
“หายแล้วหรอ แล้วเมื่อกี้เธอเป็นอะไรกันแน่” ชายหนุ่มวางเธอลงบนเตียงเหมือนเดิม แต่สายตาที่เจือความเป็นห่วงของเขา ยังคงจับจ้องมาที่เยว่ซินอย่างไม่ลดละ
“ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว” เยว่ซินมองสบตาชายหนุ่ม เธอมองสำรวจเขาตั้งแต่คิ้วเข้ม หน้าตาหล่อเหลา ไหล่กว้าง ผิวขาว หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม
น้ำลายของเธอไหลเมื่อเห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่ตรงตามความต้องการของธอทุกอย่าง แถมบทรักเร่าร้อนเมื่อคืนอีก เขาช่างดุดันจริงๆ
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ชายหนุ่มผละออกจากเธอ ก่อนที่จะลุกขึ้นแต่งตัว เพราะตอนนี้เขาใส่แค่ชั้นในสีขาวตัวบาง
เยว่ซินมองชายหนุ่มที่ใส่เสื้อผ้าต่อหน้าเธออย่างไม่รู้จักอับอาย เขาไม่กลัวว่าเธอจะหัวใจวายตายก่อนหรือยังไงกัน
“เอาไปซะ เงินนี่ถือว่าเป็นค่าตัวของเธอก็แล้วกัน” เขาไม่สนใจที่หญิงสาววางแผนจะจับเขา เพราะเห็นว่ามันเป็นครั้งแรกของเธอ เขาจะทำเป็นลืมในสิ่งที่เธอทำแล้วกัน
ปัง!
พูดจบเขาก็เดินออกไปจากห้องทันที
“เฮ้อ! อะไรกัน นี่เรื่องจริงหรอเนี่ย โอ๊ย! เจ็บจริงนี่นา” เยว่ซินหยิกแขนตัวเองอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไป
เธอชื่อเยว่ซิน หญิงสาวชาวไทยที่มีพ่อเป็นคนจีนแม่เป็นคนไทย ตอนนั้นเธอนอนหลับอยู่บนเตียงสุดหรูภายในคอนโดกว้างของตัวเองอยู่ดีๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอผู้ชายกำลังปั่มปั๊มตัวเองอย่างเมามัน
ปรากฏว่าเธอตายแล้วมาเข้าร่างของสุ่ยเยว่ซินอีกคนในยุคจีน 70 เจ้าของร่างเองก็ชื่อเหมือนเธอ หน้าตายังคล้ายกับเธอในชีวิตก่อนมาก แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง
เจ้าของร่าง เป็นหญิงสาวอายุ 18 ที่ถูกครอบครัวส่งมาเป็นเยาวชนหญิงในหมู่บ้านชนบท เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเธอเป็นนักเรียนที่ใกล้จะจบแล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหาความวุ่นวาย ทำให้คนมีความรู้หรือตำแหน่งหน้าที่โดนเพ่งเล็ง
หลายคนเลือกหลบหนีออกนอกประเทศ หลายคนไม่มีเงินมากขนาดนั้นเลือกที่จะส่งลูกหลานไปที่ชนบทตามคำสั่งของท่านผู้นำเพื่อเอาตัวรอด เยว่ซินหรือเจ้าของร่างคนก่อน เป็นลูกสาวที่พ่อแม่ไม่ค่อยให้ความสนใจ จึงเป็นคนที่ถูกถีบหัวส่งไปชนบท
พ่อแม่รักแต่น้องชาย เธอก็พอจะเข้าใจได้ เพราะสมัยนี้ลูกชายถือว่าสำคัญมาก พ่อแม่มากมายหวังพึ่งลูกชายเมื่อยามแก่ชราให้เลี้ยงตัวเอง ลูกสาวเมื่อแต่งงานออกไปแล้วก็ถือว่าเป็นของคนอื่น
เจ้าของร่างจึงได้เป็นคนที่ต้องไปเอาตัวรอดอยู่ในหมู่บ้านชนบทเพียงลำพังทั้งที่ยังเด็กอยู่ ต้องทำงานแลกแต้มคะแนนงาน ทำงานกลางแดดทั้งวันเพื่อแลกอาหารน้อยนิด หมู่บ้านที่เจ้าของร่างถูกส่งตัวไปนั้น มีเยาวชนคนอื่นทั้งชายหญิงถูกส่งตัวมาเหมือนกัน
แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ้าของร่างไม่ชอบหน้า เธอชื่อเว่ยหนิงเซียน หญิงสาวหน้าตาน่ารักอายุ 17 ปี เธอขยันและเรียบร้อย ชายหนุ่มหลายคนชอบเธอ รวมถึงชาวบ้านก็อยากได้เธอไปเป็นลูกสะใภ้
งานแต่ละอย่างที่หนิงเซียนได้ทำ ก็มักจะเป็นงานในร่ม อย่างเลาะเมล็ดข้าวโพด แต่คะแนนงานกลับได้เท่ากับเยว่ซินที่ทำงานกลางแดด หลายๆอย่างรวมกันเลยทำให้เจ้าของร่างอิจฉาตาร้อน
เยว่ซินแต่เดิมก็เป็นหญิงสาวขี้อิจฉา เธอถึงกับวางแผนให้โจรไปจับหนิงเซียนเพื่อไปขายหอนางโลม หรือหอเริงรมย์ที่หญิงสาวสวยงามขายเรือนร่างนั่นแหละ
แต่ในตอนที่โจรจับตัวหนิงเซียน เยว่ซินก็ไปแอบมองอยู่ไม่ไกล ด้วยโจรนั้นวางแผนจะจับไปทั้งสองคนอยู่แล้ว สุดท้ายเยว่ซินก็โดนจับมาด้วยอีกคน
เธอโดนจับมาส่งที่หอเริงรมย์ในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำงานวันแรกต้องดูแลแขก หนิงเซียนก็ไปตกนายทหารหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งที่บอกเข้ามาสืบความลับว่าใครเป็นเจ้าของหอเริงรมย์นี้เข้า
เยว่ซินเองก็หลงรักชายหนุ่มคนนั้นเหมือนกัน เธอพยายามทำทุกอย่างแต่ก็ไม่สามารถสู่หนิงเซียนได้ จึงวางวางแผนชั่วขึ้นมาอีกครั้ง
เยว่ซินในตอนนั้นทำตัวเป็นคนดีกับหนิงเซียน แต่ในใจอิจฉามาก เธอวางแผนให้หนิงเซียนเสียตัวให้กับชายอ้วนคนหนึ่งที่มาติดพันตัวเอง โดยหลอกวางยานอนหลับหนิงเซียนแล้วให้ชายอ้วนเข้าไปในห้อง
แต่ไม่รู้ผิดแผนยังไงเพราะตอนนั้นเยว่ซินเมามาก หนิงเซียนรอดไปได้ แต่ตัวเองกลับโดนซะเอง แต่ยังดีที่ไม่ใช่ชายอ้วนคนนั้น เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่เยว่ซินก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเหมือนกัน
เธอไม่รู้ว่าเจ้าของร่างคนเก่าทำไมถึงตาย แล้วตายทั้งที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มด้วยเนี่ยนะ เธอล่ะอยากจะบ้า เพราะความทรงจำมันยังขาดๆหายๆ เมื่อคืนเจ้าของร่างเองก็เมาด้วย
“เหม็นจริงๆ” กลิ่นเหล้าอ่อนๆ คละคลุ้งกับกลิ่นคาวน้ำรักที่เปื้อนผ้าปูที่นอน ทำให้เยว่ซินเบ้หน้า
“แล้วเธอจะได้กลับไปหาพ่อกับแม่หรือเปล่า ชีวิตที่สุขสบายของเธอ แล้วพ่อแม่จะเสียใจแค่ไหนเมื่อเห็นว่าลูกสาวที่แสนน่ารักตายจาก ฮื้อ! อยากกลับบ้าน ฮื้อ!”
เยว่ซินร้องไห้ออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอไม่สนใจเลยสักนิดว่าคนข้างนอกจะได้ยินเสียงร้องไห้ของตน เพราะตอนนี้เธอกำลังเสียใจมาก
ขาทองคำ
“ออกมาได้ก็ดีแล้ว ฉันรำคาญเสียงร้องไห้ของหล่อนจริงๆ” จิวซื่อ หญิงสาวอายุสามสิบปี เธอเป็นคนที่ดูแลผู้หญิงในหอเริงรมย์แห่งนี้ทั้งหมด
“ค่ะ” เยว่ซินตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ เธอมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าจะเห็นผ่านความทรงจำของเจ้าของร่างมาแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่เท่าเห็นด้วยตาตัวเองอยู่ดี
“มองหาอะไร กลับห้องของหล่อนไปได้แล้ว เย็นนี้จะต้องขึ้นประมูลอีก แต่งตัวสวยๆ เข้าไว้ล่ะ จะได้เลือกแขกได้” จิวซื่อแนะนำด้วยความหวังดี เพราะถ้าผู้หญิงสวยแบบเยว่ซินมีคนแย่งกันเยอะ เธอจะมีสิทธิ์เลือกคนที่จะซื้อตนเองได้
“ค่ะ”
พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือยังไงกัน จิวซื่อสะบัดหน้าแล้วเดินหนีไป
เยว่ซินพยายามค้นความทรงจำที่ตีกันอยู่ในหัวว่าห้องของเธอไปทางไหน พอรู้ก็รีบเดินไปทันที แต่ด้วยผ่านเรื่องเมื่อคืนมาแล้วมันเป็นครั้งแรกของเจ้าของร่างนี้ด้วย ทำให้เธอเจ็บแสบเวลาก้าวเดิน
เมื่อชีวิตที่แล้วเธอนั้นไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อะไรหรอก ยังไงก็เคยผ่านการมีแฟนมาตั้งมากมาย เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจมากกับการเสียตัว แต่การที่ต้องมานอนให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าตาน่าเกลียดตัวเหม็นเขียวเอาทุกวันไม่ซ้ำหน้า เธอก็รู้สึกว่ามันจะเกินรับได้
เธอคงต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ แล้วผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าขายเรือนร่างแล้วล่ะก็ ชาวบ้านรู้คงรุมประณามแน่ แค่คิดเธอก็ปวดหัวแล้ว
ระหว่างที่เยว่ซินค่อยๆ เดินกลับห้องด้วยความยากลำบากอยู่นั้น ก็มีชายแก่หนุ่มหล่อมากมายเมียงมองมาที่เธออยู่ตลอด เพราะเยว่ซินถือว่าขาวสวย หน้าตาของเธอชวนให้หลงใหล
“ให้ฉัน…อะไรว่ะ” ชายอ้วนคนหนึ่งกำลังจะแตะตัวเยว่ซิน แต่เขากลับลงไปกองอยู่ที่พื้นด้วยเท้าของชายอีกคนแทนซะงั้น
“นี่คนของกู มึง! อย่ามายุ่ง” จ้าวเฟยหลง ที่แอบมองเยว่ซินอยู่ก่อนแล้ว เห็นว่ามีคนจะเข้าไปยุ่งกับเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนมีไฟเผาในอก ขายาวยกขึ้นถีบออกไปอย่างไม่ทันได้คิดอะไร “หรือมึงอยาก….”
“คุณพอเถอะค่ะ อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ” เยว่ซินพยายามห้าม เพราะตอนนี้คนมากมายกำลังมองมาที่เธอ
“หึ เธอปกป้องมันงั้นหรอ เอ๊ะ หรือว่าชอบ งั้นสินะ เธอมันก็แค่ผู้หญิง…” เฟยหลงมองเยว่ซินด้วยสายตาดูถูก จนเธอทนไม่ไหวยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้าเขา แต่ด้วยความเร็วของชายหนุ่ม เขาจึงคว้าข้อมือบางไว้ทัน
“นี่ปล่อยมือฉันนะคะ คุณมันคนเลว คนนิสัยไม่ดี ฮึก! ฮื่อ! ฉะ ฉันไม่ได้อยากมาทำงานแบบนั้นสักหน่อย อึก! ฉันกลัวมากคุณรู้ไหม ฮื่อ!…” ทุกคนต่างมองมาที่เยว่ซินเมื่อเธอร้องไห้
เฟยหลงเริ่มคิดได้ว่าเขาพูดแรงเกินไป ตอนนี้ชายหนุ่มจึงรู้สึกผิดแต่ไม่รู้ว่าต้องขอโทษเธอยังไงดี
“ว๊ายยย!” เยว่ซินถูกอุ้มในท่าเจ้าสาวแล้วเดินฉับๆ ไปที่ห้องห้องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นห้องของเฟยหลง
เขาวางเธอลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ เยว่ซินยังคงสะอื้นเบาๆ แต่ไร้เสียงร้องไห้ เธอนั่งอยู่ปลายเตียงก้มหน้าเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างน่าสงสาร ทำให้เฟยหลงทำตัวไม่ถูก เพราะเขาไม่เคยต้องมาปลอบใจหรือขอโทษผู้หญิงคนไหนมาก่อน นอกจากแม่ของเขาเอง
“นี่หยุดร้องไห้ได้แล้วใช่ไหม”
“อึก! ค่ะ” เยว่ซินก้มหน้าชิดอกไม่ยอมเงยหน้ามองเขา เธอแอบยิ้มเล็กน้อยกับตัวเอง เรื่องที่เธอร้องไห้เมื่อกี้เป็นแค่การแสดงเท่านั้นแหละ เธออยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะใจแข็งแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็รู้ว่าเขาแพ้เธอสินะ ฮึ
เธอตัดสินใจแล้ว เธอจะทำให้ผู้ชายคนนี้ไถ่ตัวเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้
“เงยหน้าขึ้นมามองฉันสิ” เฟยหลงยื่นมือไปเชยคางของหญิงสาวให้มองหน้าเขา
เมื่อยามชายหนุ่มได้สบตากับดวงตาสวยหวานที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ใจของเขากระตุกวูบ เขายอมรับว่าเธอสวยจริงๆ
“คุณซื้อตัวฉันไปได้ไหมคะ ฉันโดนจับตัวมาขายที่นี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขายตัวนะคะ คุณเป็นคนแรกของฉันช่วยซื้อฉันออกไปจากนรกแห่งนี้ได้ไหมคะ ฉันขอร้อง ฉันกลัวที่ต้องทำแบบนั้นกับผู้ชายมากมาย อึก!”
เฟยหลงนึกภาพที่เธอต้องโดนผู้ชายคนอื่นย่ำยีแล้วก็รู้สึกโมโห ชายหนุ่มกัดฟันกรอด จนเกิดเสียง สันกรามนูนเด่น
“ฉันซื้อเธอแล้วฉันจะได้อะไรนอกจากเสียเงินมากมาย”
“ฉันทำอาหารได้ค่ะ ฉันช่วยคุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ ขอแค่คุณพาฉันออกไปจากที่นี่ได้ไหมคะ” เยว่ซินพยายามใช้สายที่น่าสงสารที่สุดเพื่ออ้อนให้เขาใจอ่อน
ว่าแต่เธอยังไม่รู้จักชื่อของเขาเลยนี่นา
“หึ ทุกอย่างเลยงั้นหรอ น่าสนใจจริงๆ”
“แล้วคุณชื่ออะไรหรอคะ ฉันสุ่ยเยว่ซินค่ะ” เสียงหวานยามเอ่ยออกมาชั่งพาให้ใจอ่อน
“จ้าวเฟยหลง จำชื่อฉันไว้ให้ดี แล้วกลับห้องของเธอไปซะ ส่วนเรื่องที่เธอขอ ฉันจะเก็บไปคิดดูแล้วกัน ในระหว่างนี้เธอห้ามไปบริการชายคนอื่นนอกจากฉันเป็นอันขาด” เฟยหลงพูดจบก็เดินออกจากห้องไป
“อะไรกันผู้ชายคนนี้ ครั้งแรกก็ทิ้งเงินแล้วจากไป มาตอนนี้ไม่ทิ้งเงินสักหยวนแล้วเดินจากไปอีก ปากแข็งจริงๆ เลย” เยว่ซินบ่นอุบอิบในใจแล้วเดินกลับห้องตัวเองไป เธออยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเขาเห็นเธอโดนประมูลจะเกิดอะไรขึ้น หึ
หลังจากที่กลับมาถึงห้อง เยว่ซินก็ไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนพัก ห้องนี้มีแค่ไม้กันเป็นห้องแคบๆ ห้องน้ำก็ต้องใช้รวมกันทั้งชายหญิง ด้วยความเหนื่อยเธอจึงหลับไปทันทีที่ล้มตัวลง
“เยว่ซิน เธอหายไปไหนมา เป็นอะไรหรือเปล่า” เว่ยหนิงเซียน คนที่เจ้าของร่างอิจฉาจนทำให้ตัวเองลำบาก
“อื้อ หนิงเซียนหรอ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกแค่เพลียๆ น่ะ” ท่าทางของเยว่ซินทำให้หนิงเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง เยว่ซินไม่เคยตอบกลับเธอดีขนาดนี้ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเจ้าของร่างคงตอบแค่สั้นๆ จะพูดดีกับหนิงเซียนก็ต่อเมื่อหวังผลเท่านั้น แต่ครั้งนี้หนิงเซียนรู้สึกแปลกไปจริงๆ
“ไม่เป็นอะไรจริงๆ หรอ แล้วเรื่องที่เธอต้องถูกขายเย็นนี้ล่ะ เดี๋ยวฉันไปขอร้องพี่หลี่จวิ้นขอให้เขาช่วยไถ่ตัวเธออีกคนดีไหม” หนิงเซียนเอ่ยออกมาทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่คิดมาก” เยว่ซินนั่งพิงหัวเตียงแล้วมองหน้าหนิงเซียน หน้าตาจะออกแนวน่ารักน่าทะนุถนอม เปราะบาง ผู้ชายเห็นแล้วก็คงอยากจะประคองไว้ในอุ้งมือแน่ๆ
แต่ทำไมเธอรู้สึกว่าหนิงเซียนคนนี้แปลกๆ นะ จะบอกว่าไม่รู้จริงๆ ที่เยว่ซินวางแผนทำร้ายตัวเองงั้นหรอ หรือว่ารู้แต่แค่แกล้งโง่ ทำตัวเป็นคนดีเท่านั้น แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ หนิงเซียนคงโดนหลี่จวิ้นซื้อตัวไปแล้วแน่ๆ ต่อไปคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ
“แต่ยังไงฉันก็จะพยายามหาทางช่วยเธอแน่ๆ ตอนนี้ฉันออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ฉันจะหาเงินมาซื้อตัวเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้ เธอไม่ต้องกลัวนะเยว่ซิน” หนิงเซียนกุมมือเยว่ซินแน่น
“อ้อ ขอบใจ แต่ไม่ต้องลำบากหรอกฉันหาทางเองได้ ยังไงเธอกลับไปเถอะหลี่จวิ้นคงรออยู่นานแล้ว” หนิงเซียนแกะมือออก เธอมองหนิงเซียนด้วยสายตาเฉยเมย
“งั้นเธอก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ” หนิงเซียนพูดจบก็ลุกเดินออกไป หลังจากที่เดินหันหลังให้เยว่ซิน สายตาที่เคยอ่อนหวานก็แปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดทันที
เยว่ซินนั่งอยู่บนเตียงสักพัก เธอจึงลุกไปอาบน้ำเพื่อแต่งตัวเตรียมขึ้นประมูล เสื้อผ้ามีคนเอามาแขวนไว้หน้าห้องของเธอ เป็นชุดที่แนบเนื้อโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งที่แสนเย้ายวน
เยว่ซินเป็นคนที่มีรูปร่างน่าหลงใหล ชวนน้ำลายหก สองก้อนข้างบนก็มีเยอะจนเกินตัว สะโพกผายกลมกลึง เอวคอดกิ่ว ผิวขาวนวลเนียน
หญิงสาวนั่งลงแล้วทางปากแดงระเรื่อ เธอไม่ได้แต่งหน้าเพราะยุคนี้เครื่องสำอางยังไม่หลากหลายแล้วก็แพงมากด้วย
แต่เธอแต่งแค่นี้ก็น่าหลงใหลมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีคนน้ำลายหกหรือคนโมโหมากขนาดไหน
หึ จ้าวเฟยหลง วันนี้นายไม่รอดแน่ ฉันจะจับนายให้อยู่หมัดเลย คนหล่ออย่างนายต้องเป็นของเยว่ซินคนนี้เท่านั้น ชีวิตใหม่นี้ฉันจะขอเกาะนายกินแล้วกันนะ ฮิฮิ
ไถ่ตัวเธอ
“นี่เธอเตรียมตัวแล้วหรือยัง” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถามเยว่ซิน
“เรียบร้อยหมดแล้ว”
“งั้นก็ตามมา ใกล้ถึงคิวเธอแล้ว”
เยว่ซินเดินตามหล่อนไปเรื่อยๆ เธอเริ่มได้ยินเสียงโห่ร้องเสียงซู้ดปากของผู้ชายหลายคนดังขึ้นเรื่อยๆ
สองขาที่เคยเดินตามฉับๆ กลายเป็นเดินช้าลง ถ้าเฟยหลงไม่ได้มาประมูลในคืนนี้ล่ะ ถ้าเขาไม่รู้ว่าเธอขึ้นประมูลล่ะ เอาไงดี
“นี่หล่อนจะหยุดทำไม รีบเดินสิ”
“เธอช่วยทำอะไรให้ฉันสักอย่างได้ไหม นี่เงินสิบหยวน” เยว่ซินตัดสินใจเอ่ยออกไป สิบหยวนเป็นเงินจำนวนมาก เงินเดือนของพนักงานโรงงานทั่วไปจะได้แค่ห้าสิบหยวนเท่านั้น
“ช่วยอะไร” หล่อนรับเงินจากมือเยว่ซินแล้วรีบเก็บไว้ในเสื้อทันที เหมือนกลัวว่าเยว่ซินจะเอาคืน
“…….” เยว่ซินกระซิบเสียงเบาที่ข้างหู
“ได้สิ”
เมื่อเยว่ซินเห็นว่าเธอรับปากแล้วหญิงสาวถึงวางใจแล้วรีบเดินต่อ หลังจากเดินมาสักพักก็มาถึงประตูบานหนึ่ง
“เธอรออยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะมีคนมีรับเมื่อถึงคิว ส่วนเรื่องที่เธอให้ฉันทำฉันจะรีบไปแล้วกัน” พูดจบก็วิ่งออกไปทันที
เยว่ซินได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมทำจริงๆ ไม่ใช่เอาเงินแล้วหายไปเลยนะ แต่งานที่เธอให้ทำก็ไม่ใช่งานยากอะไร แค่เอ่ยปากพูดไม่กี่คำเท่านั้น
แกร็ก!
“เยว่ซิน ถึงเวลาของเธอแล้ว ตามมาสิ” ประตูที่เคยปิดสนิทเปิดออกอย่างแรงทำให้เยว่ซินสะดุ้ง เธอพยักหน้ารับแล้วเดินตามไปทันที
เธอเดินเข้าไปตามทางเล็กแคบ เสียงของผู้ชายมากมายโห่ร้องดังขึ้นเรื่อยๆ จนเดินมาหยุดตรงที่หน้าเวทีเล็กๆ ข้างล่างเป็นโต๊ะมีผู้ชายมากมายกำลังนั่งดื่มกินกันอยู่ บางคนมีผู้หญิงกำลังคอยเอาใจ เยว่ซินเห็นภาพแล้วรู้สึกไม่ดีเลย เธอคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมาตลอดจนมาเจอสถานการณ์นี้เข้า ถึงได้รู้ว่าเธอก็แค่ผู้หญิงบอบบางคนหนึ่งเท่านั้น
ถ้าเฟยหลงมาไม่ทัน แล้วถึงมาทันเขาไม่ประมูลเธอล่ะจะทำยังไง เยว่ซินบีบมือตัวเองจนแดงเถือก เธอก้มมองชุดที่ตัวเองใส่เกือบจะร้องไห้ แล้วดูผู้ชายแต่ละคนข้างล่าง คนแก่ไปแล้วเกินครึ่งที่เหลือเป็นชายหนุ่มหน้าตาพอใช้ได้สองสามคนเท่านั้น ฮื้อ! เธออยากวิ่งหนีไปจากตรงนี้ ทำยังไงดีเนี่ย ไม่น่าโงเลย
“เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย ฉันต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าหญิงสาวที่จะขึ้นมาต่อไปนี้ เธอหน้าตาสวยงามรูปร่างชวนหลงใหล รับรองว่าทุกท่านได้เห็นต้องแย่งกันประมูลเธอไปแน่นอนค่ะ สินค้าชิ้นสุดท้ายของค่ำคืนนี้เธอมีชื่อว่าเยว่ซินค่ะ”
พอสิ้นเสียงเธอก็โดนผลักให้ขึ้นไปบนเวที พร้อมกับเสียงซู้ดปากที่น่ารังเกียจของผู้ชายหลายคน สายตาโลมเลียที่มองตรงมาที่เธอ เยว่ซินรู้สึกขนลุก เธอพยายามมองหาเฟยหลงแต่ก็ยังไม่เห็นเขา
“ราคาของเธอในค่ำคืนนี้จะอยู่ที่ 300 หยวน แต่ถ้าอยากจะไถ่ตัวเธอกลับไปจะอยู่ที่ 5,000 หยวนค่ะ”
“ทำไมแพงจังล่ะ”
“ไม่มีเงินก็เงียบไปสิว่ะ”
“เริ่มได้ค่ะ”
เยว่ซินกวาดสายตาไปรอบๆ ร้าน ในระหว่างที่ผู้ชายหลายคนกำลังแข่งกันประมูลแย่งเธอกันอย่างดุเดือด สายตาของเธอไปสะดุดกับคนสองคนที่นั่งอยู่มุมห้อง
เป็นหนิงเซียนกับหลี่จวิ้น เธอสบตากับหนิงเซียนสักพักก่อนจะละสายตามองหาเฟยหลงต่อ เพราะตอนนี้การประมูลใกล้จะจบลงแล้ว คนที่กำลังประมูลเธอเหลืออยู่แค่สองคน แล้วเป็นชายแก่พุงลุ้ยทั้งสองคนเลย ราคาไปแตะเกือบ 600 หยวนแล้ว
ดวงตาสวยเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เมื่อไม่เห็นเฟยหลง
“วู้ว สวยจริงๆ ยิ่งร้องไห้ยิ่งสวย”
“ถ้าเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นร้องอย่างอื่นคงน่าฟังมากแน่ๆ น่าอิจฉาคนที่ได้เธอไปครองคืนนี้จริงๆ”
“ถ้าไม่มีใครให้มากกว่า 800 หยวน ดิฉันจะถือว่าการประมูลสิ้นสุดลงแล้วนะคะ นับสาม…..”
เยว่ซินตัวสั่นเท่าเมื่อเห็นสายตาน่ารังเกียจของชายคนที่กำลังจะชนะการประมูลตัวเธอ
“นับสอง…. นับ……”
“5,000 หยวน ซื้อขาด” เสียงเหี้ยมของเฟยหลงดังขึ้นก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากมุมมืดที่อับสายตา
ทันทีที่เสียงของเขาจบลงก็มีทั้งคนโห่ร้องอิจฉาและคนเสียดาย แต่ไม่มีใครกล้าสู้กับเขาอีก เพราะทุกคนรู้จักเฟยหลงดี ด้วยอำนาจของเขาจึงทำให้ทุกคนกลัว
เยว่ซินร้องไห้เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ตนรอคอย เธอเกือบจะกัดลิ้นตัวเองตายไปแล้วถ้าไม่ติดว่ากลัวเจ็บล่ะนะ กว่าจะเสนอหน้าออกมาได้เธอเกือบโดนขายให้คนอื่นแล้วไหมล่ะ ฮึก!
“เอ่อ งั้นฉันจะถือว่าคุณเฟยหลงชนะไปนะคะ”
เฟยหลงก้าวเดินตรงไปที่หน้าเวที สายตาคมจับจ้องเยว่ซินอยู่ตลอดเวลา เสียงรอบข้างที่เคยดังแสบแก้วหูตอนนี้กลับเงียบสนิท
ตึก! ตึก!
เยว่ซินจ้องตาเขาอย่างสงสัย เธอไม่รู้ว่าเขาเดินมาทำไม
“มาสิ” เฟยหลงยื่นมือออกไป เยว่ซินมองมือแกร่งที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขา ด้วยเวทีไม่ได้สูงมากนักมันสูงเลยเขาของชายหนุ่มมาแค่นิดหน่อยเท่านั้น
มือแกร่งกุมมือบางไว้แน่นก่อนจะกระชากเธอเข้าหาตัวและอุ้มเยว่ซินแนบอก
“ว๊ายย!” เยว่ซินเผลอร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะซบหน้าลงที่ไหล่กว้างเพื่อซ่อนใบหน้าของตนเอง
เสียงของผู้ชายหลายคนกำลังโห่ร้องอย่างอิจฉาดังขึ้นไล่หลัง และสายตาของใครบางคนที่มองตามด้วยความเกลียดชัง
เยว่ซินไม่ยอมมองเลยสักนิดว่าเขากำลังจะพาเธอไปไหน รู้แค่ว่าตอนนี้เขาก็เดินมาสักพักแล้ว เสียงที่เคยดังจอแจวุ่นวายเริ่มเงียบหายไปเรื่อยๆ ความหนาวเย็นปะทะร่างกาย ทำให้ตัวเธอสั่นเบาๆ
ปึก!
เฟยหลงวางเยว่ซินลงที่เบาะรถอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะเอื้อมไปหยิบเสื้อของตัวเองมาคลุมให้กับเธอ
“กลับบ้าน” ชายหนุ่มนั่งลงข้างหญิงสาวก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับคนขับรถของตน
ตอนนี้เยว่ซินรู้แล้วว่าเธอกำลังจะได้ออกไปจากที่นี่ หญิงสาวมองไปรอบๆ อย่างสงสัย ก่อนที่เธอจะมาหยุดสายตาลงที่เฟยหลง เขากำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมาก มันดูเย็นชาและหนาวเหน็บ เยว่ซินเผลอกระชับเสื้อที่คลุมกายอยู่แน่นขึ้น
“เฮอะ” เฟยหลงสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาไม่ชอบเลยที่ผู้ชายคนอื่นมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น แล้วเสื้อผ้าที่เธอใส่อีก มันจะบางและแนบเนื้อไปถึงไหนกัน ถ้าไม่มีคนมาบอกเขาว่าเธอกำลังจะถูกพาขึ้นประมูลจะทำยังไง
ตอนแรกเขาไม่คิดจะไปประมูลด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาบอกเขาว่าเยว่ซินกำลังจะถูกพาขึ้นประมูลเขาคงไม่รู้
“ขอบคุณนะคะ” เยว่ซินเอ่ยขอบคุณเสียงเบาหวิว เธอช้อนตามองเขาด้วยสายตาใสซื่อ
ทำเอาเฟยหลงรู้สึกร้อนรุ่ม เขาหวนนึกถึงความหอมหวานที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“ต่อไปเธอต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างเข้าใจหรือเปล่า เงินห้าพันหยวนที่ฉันซื้อเธอมาในครั้งนี้มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ต่อไปชีวิตเธอเป็นของฉันแล้ว จำเอาไว้ซะ” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ชวนให้เยว่ซินหมั่นไส้
“ค่ะ ต่อไปฉันจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง”
“พี่”
“คะ เอ่อ ค่ะพี่เฟยหลง” เยว่ซินมึนงงอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเข้าใจ ไม่รู้ว่าเขาจะสงวนคำพูดไปทำไม
“อึม” แก้มสากซับสีแดงระเรื่อ เมื่อได้ยินเยว่ซินเรียกตนว่าพี่ ก่อนจะหันหน้าออกนอกตัวรถอย่างทำตัวไม่ถูก
เยว่ซินมองเขาเสียท่าทางแล้วแอบยิ้มขำ เธอรู้จุดอ่อนของเขาแล้ว ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ดูแข็งแกร่งแบบนี้จะชอบผู้หญิงขี้อ้อนนะเนี่ย
ทั้งสองต่างนั่งเงียบไปตลอดทาง เยว่ซินโดนความเย็นของแอร์เล่นงานจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เฟยหลงที่แอบมองเธออยู่ตลอดรู้ว่าหญิงสาวหลับก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่าทางของเธอเวลาที่หลับใหลมันน่ารักจริงๆ เหมือนเด็กน้อยที่ไร้พิษสง
มือหนายกขึ้นเกลี่ยแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจัดเสื้อคลุมตัวเธออย่างใส่ใจ สายตาคมมองจ้องหญิงสาวที่หลับตาพริ้มไม่ยอมละไปไหน
คนขับรถมองเจ้านายของตัวเองผ่านกระจกแล้วแอบยิ้ม ไม่แน่เขาอาจจะได้นายหญิงแล้ว
“มองอะไร ตั้งใจขับรถไปซะ” เฟยหลงหันไปสบตากับลูกน้อง ก่อนจะเอ่ยออกไปเสียงเย็น
“ครับๆ”