โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับตาผลประชุมเฟด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2566 เวลา 11.16 น.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตลาดจับตาผลประชุมเฟด 26-27 ก.ค.นี้ คาดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ปัญหาการโหวตนายกรัฐมนตรีต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตัดสินปมการดำเนินการของรัฐสภาเมื่อ 19 ก.ค. เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/7) ที่ระดับ 34.56/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/7) ที่ระดับ 34.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยภาพรวมเงินบาทวันนี้ยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าในกรอบเดิม แม้จะมีจังหวะย่อแข็งค่าขึ้นระหว่างวันจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นอยู่บ้างก็ตาม ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางการเมืองไทย ภายหลังประธานสภาแจ้งยกเลิกการประชุมสภาในวันที่ 26-27 ก.ค. ทำให้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ถูกเลื่อนออกไปด้วย ส่งผลเชิงลบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ก่อนการประกาศผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.07% อยู่ที่ระดับ 101.42 หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เดือน ก.ค. ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว โดยได้ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6

อย่างไรก็ดี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.0 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 53.2 ในเดือน มิ.ย. โดยดัชนี PMI ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 46. ในเดือน มิ.ย. ในส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 54.4 ในเดือน มิ.ย.

นักลงทุนคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจัดการประชุมในวันที่ 25-26 ก.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 99.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.25-5.50% ในเดือน ก.ค. และให้น้ำหนักเพียง 0.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25%

นอกจากนี้ ตลาดมองว่า เฟดใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีก (Retail Sales) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้เป็นครั้งสุดท้ายในปีนี้ และจะคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

ทั้งนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 39.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค. 2567 โดยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากระดับ 32.9% เมื่อต้นเดือนที่แล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการดำเนินการของรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 ที่มีมติไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้รัฐสภาเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็น “ญัตติ” ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 นั้นเป็นการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้มีคำสั่งชะลอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน

นอกจากนี้ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจไทยนั้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.อยู่ที่ระดับ 94.1 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 92.5 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยทุกองค์ประกอบของค่าดัชนี ปรับเพิ่มขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยว

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.44-34.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.50/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ECB จ่อยุติขึ้นดอกเบี้ยตามเฟด

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/7) ที่ระดับ 1.1070/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/7) ที่ระดับ 1.1080/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซน ร่วงลงสู่ระดับ 48.9 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวัฏจักรปัจจุบันตามเฟด

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปที่มีการเปิดเผยในวันนี้นั้น สถาบัน Ifo ของเยอรมนีเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.ค.ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 87.3 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะลงมาอยู่ที่ 88.0 จาก 88.6 ในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1051-1.1086 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1065/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/7) ที่ระดับ 141.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/7) ที่ระดับ 141.24/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น จากตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์นี้ (25-26 ก.ค.)

แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจจะปรับนโยบายการเงินในการประชุมเดือนนี้ หลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานพุ่งขึ้น 3.3% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าเป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% ติดต่อกัน

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 141.19-141.62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 141.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ และพรุ่งนี้ ได้แก่ ราคาบ้านเดือนพฤษภาคม จากเอสแอนด์พี/เคส-ซิลเลอร์ของสหรัฐ (25/7), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม Conference Board ของสหรัฐ, ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิถุนายนของสหรัฐ (EIA) (26/7) สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (26/7) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (26/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.70/-10.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -12.40/11.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...