โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กลุ่มคนเลี้ยงนกกรงหัวจุก ขอปลดจากสัตว์ป่าคุ้มครอง ด้าน มูลนิธิสืบ ค้าน หวั่นนำไปสู่ปลดนกนักล่าอื่นๆ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ก.ย 2566 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2566 เวลา 09.08 น.

กลุ่มคนเลี้ยงนกกรงหัวจุก ขอปลดจากสัตว์ป่าคุ้มครอง ด้าน มูลนิธิสืบ ค้าน หวั่น นำไปสู่ปลด นกนักล่าอื่นๆ

วันที่ 30 กันยายนนี้ ที่ศาลาประชาคมอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกรณีการปลดนกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หลังสมาคมผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจังหวัดสงขลาได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.เขต 8 สงขลา

โดยอ้างว่าปัจจุบัน มีผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจำนวนมาก และนกกรงหัวจุกกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ โดยนอกจากจะมีการเพาะเลี้ยง ส่งขายทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีอาชีพที่เสริมสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่นับพันล้านบาทต่อปีอีกด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความพยายามยื่นข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์ ต่างก็ยังคงคัดค้าน การปลดล็อคครั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลต่อระบบนิเวศน์ รวมถึงจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้มีการเรียกร้องให้ปลดล็อคสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆ อีก

โดยวันนี้มีตัวแทนส่วนราชการ มีตัวแทนผู้เลี้ยงนกปรอดหัวโขนและนกกรงหัวจุก ประมาณ 500 คน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งได้สะท้อนในเชิงเศรษฐกิจ รายได้ ที่เกิดจากการเลี้ยงนกกรงหัวจุก รวมถึงความต้องการนกกรงหัวจุกในตลาดที่มีราคาหลักพันถึง ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการเพาะเลี้ยงนกเป็นวงกว้าง ทำให้มีประชากรนกเพิ่มมากขึ้น จึงไม่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาล จึงเกิดเวทีประชุมชี้แจง ข้อดีข้อเสีย หากมีการปลดนกกรงหัวจุกเพราะปัจจุบัน มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกกันอย่างแพร่หลาย โดยมีผู้เลี้ยงในพื้นที่ ในนามสมาคมผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจังหวัดสงขลา ได้ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้ปลดล็อคนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงได้เปิดเวทีในวันนี้ขึ้น โดยพบว่ามีประชาชนต่างเห็นด้วย ทั้งนี้ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ จะได้มีการเปิดเวทีทีลักษณะเดียวกันอีกครั้งในพื้นที่ กทม.เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากหลายกลุ่มเพิ่มขึ้น

“ทั้งนี้ข้อคัดค้านของกลุ่มอนุรักษ์นก ได้อ้างถึงจำนวนนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติลดน้อยลงกว่าร้อยละ 90 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหากปลดล็อคก็จะทำให้มีการล่านกธรรมชาติเพิ่มขึ้น ทั้งยังจะเป็นข้ออ้างให้ปลดล็อคนกชนิดอื่นๆในอนาคต นอกจากนั้นนกปรอดหัวโขน มีความสำคัญในระบบนิเวศเนื่องจากเป็นผู้กระจายเมล็ดพันธุ์พืชป่า สร้างความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ซึ่งนกในกรงเลี้ยงไม่สามารถทำหน้าที่นี้ในระบบนิเวศได้”พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าว

นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แม้ประชาชนสามารถเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์เองได้จำนวนมาก หากรวมทั่วประเทศแล้วมีมากกว่าหลายแสนตัว สร้างรายได้ให้ทั้งคนเลี้ยงและกลุ่มชุมชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับนกปรอดหัวโขน เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ และจำหน่ายได้ตามกฎหมาย ดังนั้นการไม่ถอดออกจากสัตว์ป่า คุ้มครองไม่น่าจะส่งผลกระทบแต่อย่างใด

จากข้อมูลการสำรวจของชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา และนักดูนกจากทั่วประเทศได้ช่วยกันทำการสำรวจประชากรนกปรอดหัวโขนอย่างต่อเนื่องมามากว่า 20 ปี พบว่าประชากรในธรรมชาติของนกชนิดนี้ มีจำนวนลดลงไปถึง 90% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ปัญหาสำคัญของการลดจำนวนลงของนกกรงหัวจุก ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่สามารถยืนยันสถานภาพของประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติได้อย่างแน่ชัด และจากการประเมินด้วยการพบเห็นในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่พบการกระจายในบางพื้นที่แล้ว

โดยมีปัจจัยคุกคามในเรื่องของการล่าเพื่อไว้ดูเล่นและการประกวดแข่งขัน เนื่องจากความนิยมในรูปร่าง สีสัน และเสียงร้อง ของนกปรอดหัวโขน จึงส่งผลให้มีการเสาะหานกปรอดหัวโขนจากธรรมชาติมาครอบครองมากขึ้น โดยเฉพาะนกปรอดหัวโขนที่อาศัยอยู่ทั้งในและนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ นกเหล่านี้จะถูกล่าได้ง่าย โดยการใช้ตาข่าย กรงต่อ หรือการล้วงเอาลูกนกออกจากรัง

“หากปลดล็อกครั้งนี้ได้ จะนำไปสู่ การขอปลดล็อก ชนิดพันธุ์ อื่นๆต่อไป เช่น กลุ่มนกนักล่าอย่างเหยี่ยว นอกจากนี้ เป็นกังวลที่เขาเสนอแผนจะปล่อยนกจากการเพาะขยายพันธุ์ คืนธรรมชาติ ด้วย จะมีปัญหา ด้านพันธุกรรม ผสมในนกธรรมชาติ ตามมาแน่ๆ “นายภานุเดช กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...