เปิดขุมทรัพย์ ‘กำนันนก’ รวยอู้ฟู่ ธุรกิจ 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้าง รายได้ 6,900 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 00.52 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 00.52 น. • The Bangkok Insightเปิดขุมทรัพย์ "กำนันนก" รวยอู้ฟู่ ธุรกิจ 2 บริษัท รายได้ 6,900 ล้าน "ดีเอสไอ" จ่อเชือด 2 โครงการ อาจเข้าฮั้วประมูล ด้าน "บิ๊กโจ๊ก" ลุยสอบต่อพบข้าราชการ เอี่ยวคดี ฟันไม่เลี้ยง!!
ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 เกิดเหตุคนร้ายลั่นกระสุนสังหาร พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม สถานที่เกิดเหตุคือบริษัทรับเหมาก่อสร้างของกำนันชื่อดัง จังหวัดนครปฐม ต่อมามีการเปิดเผลชื่อคือ คือ นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ "กำนันนก" อายุ 34 ปี ในวันเกิดเหตุมีงานเลี้ยงที่บ้านกำนันนกเชิญตำรวจหลายนาย รวมทั้ง พ.ต.ต.ศิวกร และพ.ต.ท.วศิน มาร่วมงานด้วย ก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว มีรายงานว่ากำนันนกและนายตำรวจทั้งสองมีปากเสียงกัน และเป็นที่น่าตกใจ หลังเกิดเหตุมีการทำลายหลักฐานกล้องวงจรปิดทั้งหมด และตำรวจเป็นคนพา "กำนันนก" หลบหนี
ต่อมาศาลจังหวัดนครปฐมอนุมัติออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายธนัญชัย หมั่นมาก ชื่อ-สกุลจริงของ “หน่อง ท่าผา” อายุ 45 ปี ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน" ส่วนกำนันนก ตกเป็นผู้ต้องหาในการสั่งการให้ “หน่อง ท่าผา” เป็นผู้กระทำความผิด
เช้าตรู่วันที่ 8 กันยายน 2566 "หน่อง ท่าผา" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) วิสามัญ ขณะพยายามต่อสู้ตำรวจเพื่อหลบหนีการจับกุม ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น (ด่วน! วิสามัญ ‘หน่อง ท่าผา’ ผู้ต้องหายิงสารวัตรทางหลวง)
ส่วน "กำนันนก" ถูกหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.469/2566 ลงวันที่ 7 ก.ย.2566 ในความผิดฐาน “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น” เขาเข้ามอบตัวช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น โดยยืนกรานปฏิเสธในข้อกล่าวหา อ้างว่าลูกน้องเป็นผู้ลงมือเอง เขาไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง
ค้นบ้านกำนันนก! พบรถหรูเบนท์ลีย์-มินิคูเปอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจสอบสวนกลาง และชุดหนุมาน นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพักของกำนันนกใน ต.ตากล้อง อ.เมือง จ.นครปฐม เพื่อติดตามตัวและค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ภายในบ้านของกำนันนกมีสระว่ายแบบพูลวิลล่า มีการทำที่จอดรถเป็นห้องกระจก คล้ายโชว์รูมรถ ซึ่งภายในมีรถหรูหลายคันจอดอยู่ ทั้งรถเบนท์ลีย์ รถมินิ รถเบนซ์ นอกจากนี้ ยังมีรถบดถนน
เมื่อ "กำนันนก" ปรากฎเป็นข่าวดัง ลูกน้องคนสนิท ยิง“ตำรวจทางหลวง” เสียชีวิต1 ราย และ ได้รับบาดเจ็บอีก1 คน กลางวงงานเลี้ยงตำรวจร่วมงานคับคั่ง โดยเฉพาะยิ่ง เมื่อมีการตรวจค้นบ้านพัก พบว่าใหญ่โต แถมยังครอบครองรถหรูยี่ห้อเบนท์ลีย์รุ่นเบนเทย์กา ปี2020 ราคาที่ขายในไทยราว26 ล้านบาท จนเกิดคำถามว่า“กำนันนก” ทำอะไร เพราะเพียงแค่“เงินเดือนกำนัน” 12,000 บาท เท่านั้น
2 บริษัท "กำนันนก" ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รายได้กว่า 6,900 ล้าน
เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า “กำนันนก” นอกจากจะรับตำแหน่งกำนันแล้ว ยังมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ถึง 2 บริษัท ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ข้อมูลการถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบ Creden Data พบว่า
- บริษัทแรก คือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด กำนันนก ถือหุ้น 15%
- บริษัทที่สอง คือ บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด กำนันนก ถือหุ้น 90%
นางพิชญา ธารากรสันติ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ "กองคดีฮั้วประมูล" แถลงข่าวการสืบสวนเครือข่ายบริษัทของ "กำนันนก" ที่อาจเข้าข่ายการฮั้วประมูลฯ
เบื้องต้นพบว่า มี 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้างของ "กำนันนก" ที่รับงานจัดซื้อจัดจ้างจากรัฐ ได้แก่ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท ป.รวีกนกก่อสร้าง จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว ได้ประมูลจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานรัฐ 7 หน่วยงาน ห้วงปีงบประมาณ 2554-2566 รวมทั้งสิ้น 1,544 โครงการ รวมมูลค่าตามงบประมาณ 7,500 ล้านกว่าบาท และมูลค่าเงินที่ทำสัญญาจริงกว่า 6,900 ล้าน
นำร่องตรวจสอบ 2 โครงการที่พบพิรุธ
1.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว - บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 ด้วยวิธีการ e-bidding ปีงบประมาณ 2564 งบประมาณ 350 ล้านบาท
2.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม - ต.ลำลูกบัว ด้วยวิธีการ e-bidding ปีงบประมาณ 2560 งบประมาณ 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภายในวันที่ 18-20 กันยายน DSI ได้ ออกหมายเรียก ให้บรรดาบริษัทที่ซื้อซองประมูลทั้ง 2 โครงการ แต่ไม่ได้เข้า e-bidding จำนวน 58 บริษัท และพยาน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน DSI เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งถ้าหากชี้ชัดได้แน่ว่า บริษัท ทั้ง 2 ของกำนันนก มีพฤติการณ์ฮั้วประมูลและข่มขู่จริง ก็เตรียมที่จะบรรจุเป็นคดีพิเศษและดำเนินคดีต่อไป
"บิ๊กโจ๊ก"แถลงกู้เซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 13 ตัว ชี้ชัดทุกคนให้การขัดแย้ง
วานนี้ (14 ก.ย.) เวลา 21.45 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้าคดีที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 7 เมื่อมาถึงได้ขึ้นไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่กู้ได้จากเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นได้ลงมาแถลงข่าวระบุว่า ในบ้านกำนันนก มีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 กล้อง กู้เซิร์ฟเวอร์ได้มา 13 กล้อง สมบูรณ์ 100% เห็นภาพและได้ยินเสียงชัดเจน ว่าใครทำหน้าที่อะไร ก่อนและหลังเกิดเหตุ ใครโกหกว่าช่วยเหลือคนเจ็บ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ช่วย ส่วนกล้องวงจรปิดที่เหลืออีก 2 กล้อง กำลังเร่งดำเนินการ คาดว่าวันนี้ (15 ก.ย.) ช่วงบ่ายจะได้ภาพครบทั้งหมด แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดพฤติการณ์ได้ว่าคนไหนทำอะไรอยู่เพราะเกี่ยวกับเรื่องคดีและเป็นข้อมูลในสำนวนการสอบสวน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากคำให้การทั้งหมด ทุกคนให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง วันนี้จะมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในคเีอาญา รวมถึงการให้การเท็จต่าง ๆ ส่วนใครจะมีความผิดอย่างไร จะประชุมคณะทำงานและค่อย ๆ ไล่เรียงไป ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ต้องมาไล่เรียงอีกครั้ง
“ในวันเกิดเหตุ จากหลักฐานพบว่า ทั้งตำรวจและพลเรือนเกือบทุกคน พกปืนจำนวนมาก จะเห็นว่าต่างคนต่างหนี หลังปืนนัดแรกดังขึ้น เรียกว่าไม่มีการทำหน้าที่ และไม่มีใครจับผู้ก่อเหตุ ไม่มีใครพยายามที่จะระงับเหตุ ซึ่งทุกคนเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล , กลุ่มที่หลบหนีและกลุ่มที่ช่วยควบคุมพื้นที่หลังเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเห็นชัดเจนว่า มีใครทำหน้าที่ส่งโรงพยาบาลกี่คน ใครค่อยช่วยเหลือคุมกันกำนันนก และใครหนีไปเลย” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
ลุยสอบเส้นทางการเงิน ไม่จบแค่ "กำนันนก" แต่จะตรวจถึงเจ้าหน้าที่รัฐ
ตอนนี้เรื่องสำคัญคือการตรวจเรื่องเส้นทางการเงินทั้งหมดว่า เงินที่เข้ามานั้นถูกต้องหรือไม่ การประมูลโครงการทั้งหมด1,500 โครงการ เป็นการประมูลที่ถูกต้องหรือไม่ มีการเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งวันนี้ทุกส่วนตั้งทีมร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันว่าใครทำอะไร ตรวจสอบเรื่องไหน เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่วนนี้ ป.ป.ง.จะเป็นคนดำเนินการ ถ้ามีความผิดก็ต้องนำไปสู่ความผิดฐานฟอกเงินและยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำตามมา และส่วนที่2 ต้องไล่เรื่องส่วยสติกเกอร์ว่ามีการประกอบกิจการน้ำหนักเกินหรือไม่
นอกจากนี้แล้ว จะมีการ ประชุมวันอังคารหน้างาน 10:00 น เพื่อเป็นการ มอบหมายการบ้านชุดใหญ่ จะมีเรื่องของเส้นทางการเงิน เกี่ยวกับการประมูลงานกว่า 1,500 โครงการ ซึ่งมีข้อมูลเจ้าหน้าที่คนใดส่งข้อมูลเพื่อเอื้อช่วยว่าเงินเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และได้มีการหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ ขณะนี้มีข้อมูลเจ้าหน้าที่คนใดส่งข้อมูล e-bidding ซึ่งจะมีการไล่ความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ให้มีการ ยึดทรัพย์ รวมทั้งสวยสติ๊กเกอร์ ว่าประกอบกิจการ บรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ ซึ่งจะมีการได้สืบสวนต่อ ไม่จบแค่กำนันนกแต่จะตรวจถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ในทุกส่วนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการประมูลงานได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม