โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์ฟังเสียงวาฬสีน้ำเงิน นาน 20 ปี หลังเหลือไม่กี่ร้อยตัว

Environman

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

‘ค้นหาเพื่อความหวัง’ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พยายามฟังเสียงวาฬสีน้ำเงินสายพันธุ์ย่อยแอนตาร์กติกาที่เคยเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวเป็นเวลากว่า 20 ปี รายงานใหม่ระบุว่าสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้อาจค่อย ๆ กำลังฟื้นฟูกลับมาอย่างมั่นคง

เมื่อมนุษย์รู้ว่าไขมันของวาฬสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง พวกเราก็ออกสู่มหาสมุทรและทำการล่ายักษ์ใหญ่เหล่านี้ในระดับอุตสาหกรรม ในเวลาเพียงไม่กี่ปีเราก็ทำให้สายพันธุ์อย่าง ‘วาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกา’ เหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นใมธรรมชาติ

แม้จะมีขนาดใหญ่โตมโหราฬซึ่งยาวได้กว่า 30 เมตร และหนักได้ถึง 200 ตัว ทว่าวาฬสีน้ำเงินก็กลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง การสำรวจโดยใช้ตามองหาจึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก นักวิทยาศาสตร์บางคนอย่าง ดร. Brian Miller จึงหันไปหาทางอื่น นั่นคือการใช้หูเพื่อฟัง

“วาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกานั้นใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และทำให้ยากต่อการพบพวกมันในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้” ดร. Miller กล่าว “แต่พวกมันก็เสียงดังมากและมีความถี่ต่ำ ซึ่งเราสามารถตรวจจับได้จากระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร โดยใช้เทคโนโลยีด้านการฟัง”

ทีมวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล จากหน่วยงานแอนตาร์กติกออสเตรเลีย (Australian Antractic Division, ADD) ได้ทำการฟังเสียงวาฬสีน้ำเงินเหล่านั้นมาเป้นเวลากว่า 20 ปี ทั่วภูมิภาคขั้วโลกใต้ในทุกช่วงเวลา เพื่อตามหายักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล

พวกเขาใช้โซนาร์ทุ่นที่ลอยอย่างอิสระเป็น ‘สถานีรับฟัง’ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ผ่านเข้ามาซึ่งรวมถึงวาฬสีน้ำเงิน ทีมงานใช้เวลาเดินทางในทะเลมากกว่า 8 เดือนในแต่ละครั้ง รวมแล้วเป็นระยะทางกว่า 145,510 กิโลเมตร และเฝ้าติดตามเสียงกว่า 3,900 ชั่วโมง

สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ ทีมวิจัยได้พัฒนาโปรแกรมตรวจจับเสียงวาฬสีน้ำเงินโดยเฉพาะ เมื่อทุ่นโซนาร์แต่ละตัวที่มีไฮโดรโฟนฝังอยู่ (ไมโครโฟนใต้น้ำ) ได้รับเสียงเรียกของวาฬที่ถูกระบุไว้ในโปรแกรม มันจะส่งสัญญาณกลับไปยังเรือแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทีมงานหาทิศทางที่มาของเสียงได้แม่นยำขึ้น

จากนั้นก็วางเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ทีมค้นหายังมีวิธีอื่นในการติดตามด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม วิดีโอ ภาพถ่าย ตัวอย่างดีเอ็นเอ โดรน และอื่น ๆ เพื่อสร้างภาพการกระจายตัว ความเป็นอยู่ และพฤติกรรมของวาฬสีน้ำเงินให้ได้ครอบคลุมที่สุด

“ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราได้ฝึกฝนความสามารถในการค้นหาและค้นพบสัตว์เหล่านี้ด้วยเสียง” ดร. Miller กล่าว “เราสามารถฟังพวกเขาได้อย่างน่าเชื่อถือ ล่องเรือไปหาพวกเขาและมองเห็นพวกเขา จากนั้นก็ถ่ายรูปและติดตามต่อ หรือแม่แต่นำเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ของผิวหนังเพื่อศึกษาต่อไปได้”

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าในตอนนี้อาจมีพวกมันอยู่ราว 2,000 ตัวในธรรมชาติ ทั้งนี้ยังไม่มีความแม่นยำสูงอยู่ ซึ่งต้องการข้อมูลทุก ๆ ด้านของการค้นพบวาฬสีน้ำเงินเข้ามาวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกครั้ง ทีมงานค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเลขค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาอย่างช้า ๆ จากการฟังซ้ำ ๆ หลายชั่วโมงกับเสียงที่มีความยาว 20 วินาที

“เราคิดว่าข้อความคือ ‘ฉันคือวาฬสีน้ำเงิน ฉันอยู่ที่นี่” ดร. Miller บอก “ถ้าคุณนึกถึง (ตอนที่)เราเกือบจะกวาดล้างพวกมันออกไปและทำให้สูญพันธุ์ มันก็ยิ่งจะน่าตกใจที่ได้ยินพวกเขาพูดว่า ‘ฉันคงอยู่ที่นี่ ฉันอยู่นี่’”

และมันเป็นสิ่งวิเศษจริง ๆ ที่มนุษย์ปัจจุบันยังคงได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก “นี่เป็นสัญญาณแรกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับวาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกาในรอบ 20 ปี” ศาสตราจารย์ Robert Harcourt นักนิเวศวิทยาทางทะเล กล่าว “งานก่อนหน้านี้ทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากปี 1950 ซึ่งเป็นตอนที่พวกเรากำลังฆ่าพวกเขา”

วาฬเหล่านี้ดูเหมือนจะใช้เวลาครึ่งปีในน่านน้ำแอนตาร์กติกา จากนั้นก็เป็นนักเดินทางไปทั่วโลก โดยมุ่งหน้าไปสู่ทางเหนือของออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ และแม้กระทั่งข้ามเส้นศูนย์สูตร นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามศึกษาพวกมันให้ได้มากที่สุด

แต่สิ่งที่มั่นใจได้เลยตอนนี้คือวาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกากำลังถูกคุกคามจากปัจจัยรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เนื่องจากพวกมันกินสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ตัวเคย’ ซึ่งปริมาณของพวกมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงของระบบนิเวศ

ทว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเกิดความสั่นคลอน ดังนั้นหากเรายังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป เราอาจจะสูญเสียพวกเขาไปจริง ๆ ซึ่งเกือบจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง

เราคงไม่ต้องการให้เกิดซ้ำ

ที่มา

https://www.frontiersin.org/…/fmars.2024.1324816/full

https://www.abc.net.au/…/australian-antarctic…/103806412

https://phys.org/…/2024-05-giants-elusive-antarctic…

https://www.theguardian.com/…/im-a-blue-whale-im-here…

Photo : Australian Antractic Division

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...