นักวิทย์ฟังเสียงวาฬสีน้ำเงิน นาน 20 ปี หลังเหลือไม่กี่ร้อยตัว
‘ค้นหาเพื่อความหวัง’ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พยายามฟังเสียงวาฬสีน้ำเงินสายพันธุ์ย่อยแอนตาร์กติกาที่เคยเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวเป็นเวลากว่า 20 ปี รายงานใหม่ระบุว่าสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้อาจค่อย ๆ กำลังฟื้นฟูกลับมาอย่างมั่นคง
เมื่อมนุษย์รู้ว่าไขมันของวาฬสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง พวกเราก็ออกสู่มหาสมุทรและทำการล่ายักษ์ใหญ่เหล่านี้ในระดับอุตสาหกรรม ในเวลาเพียงไม่กี่ปีเราก็ทำให้สายพันธุ์อย่าง ‘วาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกา’ เหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นใมธรรมชาติ
แม้จะมีขนาดใหญ่โตมโหราฬซึ่งยาวได้กว่า 30 เมตร และหนักได้ถึง 200 ตัว ทว่าวาฬสีน้ำเงินก็กลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง การสำรวจโดยใช้ตามองหาจึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก นักวิทยาศาสตร์บางคนอย่าง ดร. Brian Miller จึงหันไปหาทางอื่น นั่นคือการใช้หูเพื่อฟัง
“วาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกานั้นใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และทำให้ยากต่อการพบพวกมันในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้” ดร. Miller กล่าว “แต่พวกมันก็เสียงดังมากและมีความถี่ต่ำ ซึ่งเราสามารถตรวจจับได้จากระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร โดยใช้เทคโนโลยีด้านการฟัง”
ทีมวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล จากหน่วยงานแอนตาร์กติกออสเตรเลีย (Australian Antractic Division, ADD) ได้ทำการฟังเสียงวาฬสีน้ำเงินเหล่านั้นมาเป้นเวลากว่า 20 ปี ทั่วภูมิภาคขั้วโลกใต้ในทุกช่วงเวลา เพื่อตามหายักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล
พวกเขาใช้โซนาร์ทุ่นที่ลอยอย่างอิสระเป็น ‘สถานีรับฟัง’ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ผ่านเข้ามาซึ่งรวมถึงวาฬสีน้ำเงิน ทีมงานใช้เวลาเดินทางในทะเลมากกว่า 8 เดือนในแต่ละครั้ง รวมแล้วเป็นระยะทางกว่า 145,510 กิโลเมตร และเฝ้าติดตามเสียงกว่า 3,900 ชั่วโมง
สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ ทีมวิจัยได้พัฒนาโปรแกรมตรวจจับเสียงวาฬสีน้ำเงินโดยเฉพาะ เมื่อทุ่นโซนาร์แต่ละตัวที่มีไฮโดรโฟนฝังอยู่ (ไมโครโฟนใต้น้ำ) ได้รับเสียงเรียกของวาฬที่ถูกระบุไว้ในโปรแกรม มันจะส่งสัญญาณกลับไปยังเรือแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทีมงานหาทิศทางที่มาของเสียงได้แม่นยำขึ้น
จากนั้นก็วางเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ทีมค้นหายังมีวิธีอื่นในการติดตามด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม วิดีโอ ภาพถ่าย ตัวอย่างดีเอ็นเอ โดรน และอื่น ๆ เพื่อสร้างภาพการกระจายตัว ความเป็นอยู่ และพฤติกรรมของวาฬสีน้ำเงินให้ได้ครอบคลุมที่สุด
“ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราได้ฝึกฝนความสามารถในการค้นหาและค้นพบสัตว์เหล่านี้ด้วยเสียง” ดร. Miller กล่าว “เราสามารถฟังพวกเขาได้อย่างน่าเชื่อถือ ล่องเรือไปหาพวกเขาและมองเห็นพวกเขา จากนั้นก็ถ่ายรูปและติดตามต่อ หรือแม่แต่นำเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ของผิวหนังเพื่อศึกษาต่อไปได้”
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าในตอนนี้อาจมีพวกมันอยู่ราว 2,000 ตัวในธรรมชาติ ทั้งนี้ยังไม่มีความแม่นยำสูงอยู่ ซึ่งต้องการข้อมูลทุก ๆ ด้านของการค้นพบวาฬสีน้ำเงินเข้ามาวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกครั้ง ทีมงานค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเลขค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาอย่างช้า ๆ จากการฟังซ้ำ ๆ หลายชั่วโมงกับเสียงที่มีความยาว 20 วินาที
“เราคิดว่าข้อความคือ ‘ฉันคือวาฬสีน้ำเงิน ฉันอยู่ที่นี่” ดร. Miller บอก “ถ้าคุณนึกถึง (ตอนที่)เราเกือบจะกวาดล้างพวกมันออกไปและทำให้สูญพันธุ์ มันก็ยิ่งจะน่าตกใจที่ได้ยินพวกเขาพูดว่า ‘ฉันคงอยู่ที่นี่ ฉันอยู่นี่’”
และมันเป็นสิ่งวิเศษจริง ๆ ที่มนุษย์ปัจจุบันยังคงได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก “นี่เป็นสัญญาณแรกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับวาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกาในรอบ 20 ปี” ศาสตราจารย์ Robert Harcourt นักนิเวศวิทยาทางทะเล กล่าว “งานก่อนหน้านี้ทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากปี 1950 ซึ่งเป็นตอนที่พวกเรากำลังฆ่าพวกเขา”
วาฬเหล่านี้ดูเหมือนจะใช้เวลาครึ่งปีในน่านน้ำแอนตาร์กติกา จากนั้นก็เป็นนักเดินทางไปทั่วโลก โดยมุ่งหน้าไปสู่ทางเหนือของออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ และแม้กระทั่งข้ามเส้นศูนย์สูตร นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามศึกษาพวกมันให้ได้มากที่สุด
แต่สิ่งที่มั่นใจได้เลยตอนนี้คือวาฬสีน้ำเงินแอนตาร์กติกากำลังถูกคุกคามจากปัจจัยรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เนื่องจากพวกมันกินสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ตัวเคย’ ซึ่งปริมาณของพวกมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงของระบบนิเวศ
ทว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเกิดความสั่นคลอน ดังนั้นหากเรายังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป เราอาจจะสูญเสียพวกเขาไปจริง ๆ ซึ่งเกือบจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
เราคงไม่ต้องการให้เกิดซ้ำ
ที่มา
https://www.frontiersin.org/…/fmars.2024.1324816/full
https://www.abc.net.au/…/australian-antarctic…/103806412
https://phys.org/…/2024-05-giants-elusive-antarctic…
https://www.theguardian.com/…/im-a-blue-whale-im-here…
Photo : Australian Antractic Division