โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นปันผล’ อาวุธการลงทุนสุดแกร่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

"หุ้นปันผล" อาวุธการลงทุนสุดแกร่ง!! ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม แต่อย่าลืมว่าการลงทุนหุ้นปันผลนั้น คือ การลงทุนระยะยาว ดังนั้นการคัดเลือกหุ้นคุณภาพ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

เมื่อพูดถึงการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่และเหมาะสมกับช่วงเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ การลงทุนที่เน้นผลตอบแทนแบบ "หุ้นปันผล" ย่อมเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะความน่าสนใจของหุ้นปันผล คือการสร้างกระแสเงินสดของนักลงทุนจากนโยบายปันผลที่ทางบริษัทได้กำหนดสัดส่วนจากกำไรที่ตั้งไว้รวมถึงตัวนักลงทุนเองก็ยังสามารถทำกำไรจากการขายส่วนต่างของราคาหุ้นด้วยนั่นเอง

หุ้นปันผล

อย่างไรก็ตาม การลงทุนหุ้นปันผลก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องระวังด้วยเหมือนกัน เช่น ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ไม่สามารถสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องจนธุรกิจไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ หรือความเสี่ยงจากการถือหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ ถึงแม้จะให้เงินปันผลต่อเนื่อง แต่ก็ทำให้นักลงทุนหาจังหวะขายออกได้ยาก และอาจส่งผลต่อพอร์ตลงทุนได้หากถือครองในระยะยาว

แต่อย่าลืมว่าการลงทุนหุ้นปันผลนั้น คือ การลงทุนระยะยาว ดังนั้น การคัดเลือกหุ้นปันผลที่มีคุณภาพ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่นักลงทุนต้องใส่ใจ ซึ่งมีด้วยกันอยู่ สามข้อหลัก ได้แก่

สังเกตงบการเงิน

งบการเงินเป็นสิ่งสำคัญของการเลือกหุ้นปันผล เพราะหุ้นปันผลที่มีผลกำไรดี กระแสเงินสดเป็นบวก และมีหนี้สินน้อย นั่นแสดงถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วย

เช็กอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน

อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เป็นตัวบ่งบอกถึงจำนวนเงินปันผลที่เราจะได้รับจากบริษัทที่เราลงทุน ซึ่งถ้ามีอัตราเปอร์เซ็นต์สูง ก็เท่ากับว่าบริษัทมีการจ่ายปันผลสูงด้วย

โดยมีวิธีในการคำนวณคือ การนำจำนวนเงินปันผลต่อหุ้น x 100 และ ÷ ด้วยราคาตลาดของหุ้น เท่านี้ก็จะได้ตัวเลขอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนแล้ว

เลือกบริษัทที่เป็นเทรนด์ขาขึ้น

นอกเหนือจากการมองหาบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในท้องตลาดแล้ว ลักษณะธุรกิจที่มาแรง และมีแนวโน้มการเติบโตสูง ก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะการลงทุนในหุ้นปันผลเป็นการลงทุนระยะยาว ยิ่งบริษัทมีการเติบโตที่ดี ย่อมส่งผลดีต่อหุ้นปันผลที่เราถืออยู่ด้วย

ทั้งหมดนี้คือแนวทางคร่าว ๆ ของการคัดเลือกหุ้นปันผลเท่านั้น แน่นอนว่า สำหรับนักลงทุนที่ยังเป็นมือใหม่ อาจจะยังไม่คล่องในการคัดเลือกหุ้นที่ใช่เท่าไรนัก และเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนกับหุ้นปันผลไทย ทางตลาดหลักทรัพย์ ได้จัดทำรูปแบบการคัดเลือกหุ้นปันผล เพื่อนักลงทุนไทยถึง 2 รูปแบบ 2 สไตล์ด้วยกัน

รูปแบบ 1 Dividend Universe

Dividend Universe คือ การคัดกรองหุ้นปันผลโดยฝ่ายวิจัยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยแบ่งช่วงระยะเวลาเก็บข้อมูลออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ 3 ปี, 5 ปี, 7 ปี และมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอปีละหนึ่งครั้งซึ่งจะเน้นไปที่หุ้นปันผลที่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว จากบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดีและมีบรรษัทภิบาลที่ดีเป็นหลัก

โดย Dividend Universe มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นปันผลทั้งหมด 4 ข้อ ดังนี้

  • ความสามารถในการทำกำไร โดยต้องเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิต่อเนื่อง ตลอดช่วงระยะเวลาที่เก็บข้อมูล
  • ความอยู่รอดของกิจการ มีกระแสเงินสดเป็นบวก ตลอดช่วงระยะเวลาที่เก็บข้อมูล
  • การจ่ายผลตอบแทน มีการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วงระยะเวลาที่เก็บข้อมูล
  • บรรษัทภิบาลของบริษัท โดยต้องได้รับคะแนนบรรษัทภิบาล ที่จัดทำโดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ ในระดับ "ดี" ขึ้นไป หรืออยู่ในเกณฑ์ 3 ดาว จากการประเมินครั้งล่าสุดเท่านั้น

ซึ่งในปี 2567 นี้ มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนในไทย ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก Dividend Universe ทั้งสิ้น 446 บริษัท แบ่งเป็นชุดข้อมูล 3 ปี จำนวน 198 บริษัท ชุดข้อมูล 5 ปี จำนวน 141 บริษัท และชุดข้อมูล 7 ปี จำนวนทั้งสิ้น 107 บริษัท

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และตรวจดูรายชื่อบริษัทที่เข้าเกณฑ์ Dividend Universe สามารถรับชมได้ที่นี่ 👉https://www.set.or.th/th/education-research/research/database/dividend-universe/overview

รูปแบบ 2 SET High Dividend 30 Index (SETHD)

เป็นดัชนีหุ้นที่รวบรวมเฉพาะกลุ่มหุ้นปันผลในตลาดหลักทรัพย์ไทย ที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงสุด 30 อันดับด้วยกัน โดยเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization) มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง และมีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีการพิจารณาปรับหลักทรัพย์ทุก 6 เดือนด้วยกันโดยแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือรอบเดือนมิถุนายน และรอบเดือนธันวาคม

ซึ่ง SETHD Index มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นปันผลทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้

1ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนี SET100 เท่านั้น เนื่องจากบริษัทที่อยู่ในดัชนี SET100 คือบริษัทใหญ่ที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่ามีมูลค่าสูง สภาพคล่องสูง มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือ
2มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง ซึ่งวัดจากการเก็บข้อมูลภายในระยะเวลา 3 ปี
3ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่เหมาะสม โดยต้องมีอัตราส่วนการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend payout ratio) ไม่เกินร้อยละ 100

โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจดูรายชื่อบริษัทที่อยู่ใน SETHD Index และทดลองเข้าใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น Streaming ตามขั้นตอนดังนี้

1. เมื่อกดเข้าหน้าแรก ให้ดูที่เมนูแถบด้านบน และกดคลิกที่ช่อง "Watch"

2. เมื่อกดเข้าไปแล้ว ให้เลือกคลิกต่อที่ช่อง ‘SET’

3. ในช่อง Active List ให้เลื่อนลงมาจนถึงหน้า SET & mai แล้วกดเลือก .SETHD

หุ้นปันผล

4. เพียงเท่านี้เราก็จะพบกับรายชื่อหุ้นปันผลทั้ง 30 อันดับของดัชนี SETHD อย่างที่ต้องการ

หุ้นปันผล

นอกเหนือจากเกณฑ์การเลือกหุ้นปันผลทั้ง 2 รูปแบบแล้ว นักลงทุนยังสามารถหาหุ้นปันผลที่ใช่ ได้แบบประหยัดเวลาและสะดวกกว่าเดิม ที่แอปพลิเคชั่น Streaming บนตัวเลือก Dividend Play ที่คัดรวมหุ้นปันผลที่มีฐานะทางการเงินมั่นคงและจ่ายปันผลต่อเนื่อง

โดยสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอนด้วยกัน

  • เข้าหน้าแอปพลิเคชัน Streaming และกดเลือกที่ช่อง My Menu ที่อยู่ด้านล่างสุด
  • กดเลือกช่อง Stock Screener ที่ขึ้นมาบนหน้าจอ
  • เข้าสู่หน้า Quick Screener และกดเข้าไปในช่อง Dividend Play และเลือกดูหุ้นปันผลที่น่าสนใจได้ทันที

ทั้งหมดนี้ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือและตัวช่วยชั้นดีของนักลงทุนไทย ที่สามารถย่นระยะเวลาในการมองหาหุ้นปันผลคุณภาพดีที่ตรงใจได้ง่ายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการศึกษาและทำความเข้าใจกับหุ้นปันผลก่อนลงทุน ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในโลกของการลงทุน ยิ่งรู้มากก็ยิ่งได้เปรียบมาก

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...