โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จนท.ห้วยขาแข้ง ยังจับนกยูงสีขาวอินเดียไม่ได้ ข่าวร้ายผสมพันธุ์นกยูงไทย จนได้ลูกแล้ว 2 ตัว สุขภาพอ่อนแอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 10.17 น.

จนท.ห้วยขาแข้ง ยังจับนกยูงสีขาวอินเดียไม่ได้ ข่าวร้ายผสมพันธุ์นกยูงไทย จนได้ลูกแล้ว 2 ตัว สุขภาพอ่อนแอ ชี้ปล่อยไว้พันธุ์พื้นเมืองจะเหลือแต่ชื่อ

วันที่ 25 มิถุนายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ถึงความคืบหน้าการจับนกยูงอินเดียสีขาว ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังจับไม่ได้ ยอมรับว่าจับยาก ยากกว่าจับลิงอีก เพราะนกยูงตัวเล็กมีความว่องไว เข้าใกล้นิดเดียวก็บินหนีแล้ว

“เวลานี้เจ้าหน้าที่ใช้กรงดักกระต่ายล่อให้เข้ามาในกรง เข้าใจว่า นกยูงอินเดียตัวนี้ หลุดเข้ามาหากินรวมกับนกยูงพันธุ์ไทยแท้ๆ ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งมาสักพักแล้ว และได้ลูกออกมา 2 ตัว เป็นไฮบริด ตัวหนึ่ง สีขาว อีกตัวสีเหมือนนกยูงไทย ขอทำความเข้าใจที่หลายคนบอกว่าควรปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติ ว่า ถ้าปล่อยไว้เมื่อผสมพันธุ์แล้วได้เป็นไฮบริดออกมาจะกลายเป็นนกยูงที่อ่อนแอ และจะถ่ายทอดความอ่อนแอสู่นกยูงไทย ต่อไปจะมีปัญหาทางสายพันธุ์สำหรับนกยูงในพื้นที่ไปเลย เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะปล่อยไปได้” นายอรรถพลกล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า ในต่างประเทศ หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเขาจะซีเรียสมาก อาจจะต้องกำจัดนกยูงให้ตายไปเลย แต่บ้านเราไม่ยากทำเช่นนั้น เพราะคิดว่า หากจับนกยูงทั้ง 3 ตัวได้แล้ว ยังสามารถเอามาศึกษา เรื่องสายพันธุ์ได้อยู่ ซึ่งตนมั่นใจว่า เร็วๆ นี้น่าจะจับได้

วันเดียวกัน นายเพชร มโนปวิตร กรรมการมูลนิธิสืบนาคเสถียร โพสต์เฟซบุ๊ก ตอนหนึ่งว่า จากรายงานการพบนกยูงลูกผสม หรือ hybrid ระหว่างนกยูงไทย x และนกยูงอินเดีย (Pavo muticus x cristatus) นำไปสู่ความกังวลต่อประชากรของนกยูงไทยที่มีแนวโน้มลดลงและถูกจัดเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งพื้นที่หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการยืนยันว่ามีประชากรที่ได้รับการคุ้มครองอย่างดีและอยู่รอดได้

“ทั้งนี้ ทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ได้ติดต่อไปยัง ดร.พันธภรณ์ สุภัคกาญจน์กุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อสอบถามถึงความกังวลของการปนเปื้อนทางพันธุกรรมในธรรมชาติ อาจารย์ พันธภรณ์ ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่าเนื่องจากพวกมันผสมพันธุ์และวางไข่ตามฤดูกาล มีอัตราการฟักไข่และอัตราการรอดที่ต่ำ ในขณะที่นกยูงอินเดียที่มีแนวโน้มจำนวนประชากรที่คงที่ (stable) และสามารถจับคู่ผสมพันธุ์และออกไข่ทั้งปีใน captive breeding เมื่อนกยูงอินเดียมีประชากรมากขึ้นนอกเขตกระจาย

โดยการนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงาม ที่แพร่หลายอย่างมากในประเทศไทยทั้งตามบ้านเรือน วัด และที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยพฤติกรรมการวางไข่ของมันทำให้ประชากรของนกยูงอินเดียเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการจำกัดการเลี้ยงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากกรงเลี้ยง สู่การปล่อย นำมาซึ่งการปนเปื้อนทางพันธุกรรมในธรรมชาติ (genetic contamination) ผ่านกันผสมข้ามกันสองชนิดในพื้นที่บริสุทธิ์ทางพันธุกรรม ทำให้ความเป็น pure genetic และ genetic diversity หรือความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรของของนกยูงไทยลดลง” นายเพชรกล่าว

และว่า เมื่อมีการผสมในรุ่นถัดไปสัดส่วนของนกยูงที่เป็นชนิดพื้นเมืองจะลดลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่านกยูงทั้งสองชนิดที่ต่างกันผสมกันได้ แต่ทั้งสองคือต่างชนิดกันมีลักษณะต่างๆ ที่แตกต่างกัน นกยูงอินเดียคือชนิดต่างถิ่น การเข้ามาและผสมพันธุ์กับพันธุ์พื้นเมืองนั้นย่อมทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมพื้นเมืองของนกยูงไทย (P.muticus) ลดน้อยลง เมื่อรุ่นถัดไปกลายเป็นลูกผสมและการเข้ามาของชนิดต่างถิ่น การทำลายป่า และการขยายพื้นที่การเกษตรอย่างไม่หยุดยั้ง เราอาจจะสูญเสียความสวยความงามของผืนป่าและเหลือเพียงชื่อในวรรณคดีเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จนท.ห้วยขาแข้ง ยังจับนกยูงสีขาวอินเดียไม่ได้ ข่าวร้ายผสมพันธุ์นกยูงไทย จนได้ลูกแล้ว 2 ตัว สุขภาพอ่อนแอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...