TWPC เปิดแผน "Thai Wah 2030" ลุยพลิกโฉมองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ปักธงขึ้นแท่นผู้นำอาหารเอเชียใน 5 ปี พร้อมรุกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเต็มสูบ
TWPC เปิดแผน "Thai Wah 2030" ลุยพลิกโฉมองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ปักธงขึ้นแท่นผู้นำอาหารเอเชียใน 5 ปี จ่อเปิดตัวเส้นสาหร่ายภายในปีนี้ เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพไม่ต่ำกว่า 15% ภายในปี 2030 แย้มสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หนุนยอดขายวุ้นเส้นโตเด่น
นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลจากการวางแผนธุรกิจเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2567 โดยมียอดขายรวม 2,299 ล้านบาท และมี EBITDA 285 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกำไร 12% ของยอดขาย ส่วนกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 171 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 50% นอกจากนี้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 77% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
โดยผลสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนกำไรสูง การบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยธุรกิจอาหารของไทยวาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ที่ได้รับความนิยมหลังจากเปิดตัว ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอื่นๆ ในไทยและเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังกับ ฟูจิ นิฮอน คอร์ปอเรชัน เสริมความแข็งแกร่งในการขยายไปยังตลาดส่วนผสมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
“สำหรับประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อประเทศไทย เนื่องจากสินค้าที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ และมีความเกี่ยวข้องกับไทยวา คือ วุ้นเส้น โดยสหรัฐฯ มีการนำเข้าวุ้นเส้นจากจีนเยอะที่สุด ดังนั้น เมื่อเกิดประเด็นดังกล่าว สิ่งที่มีผลต่อไทยวา คือทำให้บริษัทฯ สามารถส่งออกวุ้นเส้นไปยังสหรัฐฯ แทนจีนได้มากขึ้น ทำให้มียอดขายกับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567 เนื่องจากลูกค้าเริ่มมีการปรับตัว จนกระทั่งไตรมาส 1 ของปี 2568 มีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวโรดแมป "Thai Wah 2030" ซึ่งเป็นแผนทรานสฟอร์มองค์กรในระยะยาว ที่มีเป้าหมายหลักคือการสร้างการเติบโต พัฒนานวัตกรรม และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ผ่านการสร้างธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง การลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง และดำเนินการตามแนวทางด้านความยั่งยืน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในระดับสากล
โดยนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ธุรกิจอาหาร ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (High-Value Application หรือ HVA) ธุรกิจในประเทศเวียดนาม และผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ของไทยวา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราเลข 2 หลักมาตลอด 5 ปี ในขณะเดียวกัน ไทยวายังคงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความยั่งยืน และการขยายพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ เดินหน้าพลิกโฉมองค์กรครั้งสำคัญ มุ่งสู่เป้าหมายปี 2573 ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. เดินหน้าปรับพอร์ทโฟลิโอ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม ให้เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 โดยจะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำยอดขายได้สูงที่สุด และขยายไปยังตลาดใหม่ ๆ กลยุทธ์นี้ยังรวมถึงการเพิ่มสินค้าให้หลากหลายนอกเหนือจากวุ้นเส้น เช่น แผ่นแป้งข้าวเจ้า เส้นมันเทศ วุ้นเส้นสด วุ้นเส้นแห้ง ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ (Bean sheet) ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานแบบซอง เส้นหมี่สด เส้นหมี่แห้ง เส้นก๋วยเตี๋ยวออร์แกนิก รวมถึงผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงและพร้อมรับประทานต่าง ๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าในการเป็นผู้เล่นในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ Clean-label รวมถึงผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน และปลอด GMO เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ การเดินหน้าปรับพอร์ทโฟลิโอนี้ส่งผลให้ไทยวามี EBITDA และอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้น จากการเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและพรีเมียมมากขึ้น
2. ขยายสู่ตลาดศักยภาพสูง มุ่งขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียแปซิฟิก และจีน โดยตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำตลาด 1 ใน 3 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในตลาดเหล่านี้ให้ได้ภายในปี 2573 โดยจะสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือต่าง ๆ โดยปัจจุบัน ไทยวามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ และขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ โดยมีสำนักงานขายการตลาด การจัดจำหน่าย และซัพพลายเชน รวม 10 แห่ง ใน 7 ประเทศ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
3. เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและสัดส่วนผลกำไร ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังซึ่งเป็นธุรกิจหลักของไทยวา ยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและขั้นตอนการดำเนินงาน โดยได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนกำไร เช่น การปรับปรุงต้นทุนในส่วนซัพพลายเชน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ส่วนโมเดลธุรกิจ HVA ของไทยวา มีการจัดการที่ดีตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ซึ่งเครือข่ายการขายและการจัดจำหน่ายอาหาร B2B ของบริษัทฯ ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียแปซิฟิก โดยมีสำนักงานในอินเดีย อินโดนีเซีย และล่าสุดคือฟิลิปปินส์ โดยธุรกิจ HVA และโซลูชันแป้งมันสำปะหลังและส่วนประกอบอาหารที่ออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า นับเป็นธุรกิจสำคัญที่สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันไทยวามีลูกค้า HVA มากกว่า 100 รายทั่วโลก
ทั้งนี้ ภายในสิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ เส้นสาหร่าย ซึ่งเป็น Zero Cal, Zero Fat, Zero Carb ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เส้นสดชนิดแรกที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพไม่ต่ำกว่า 15% ตามแผนปี 2030 ที่วางไว้
"ไทยวา ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอาหารของเอเชีย ภายในปี 2573 โดยจะพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกด้านอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวน และมีเรื่องภาษีที่ต้องบริหารจัดการ แต่เราต้องเร่งปรับตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และพร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ไทยวาจะเดินหน้าพัฒนาเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารให้กับผู้บริโภคในเอเชีย และสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคนี้ ด้วยความแข็งแกร่งด้านการขาย การตลาด และการจัดจำหน่าย ทั้งในกลุ่มลูกค้า B2B และ B2C ภายใต้เป้าหมายที่เป็นเลิศ คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ได้มากกว่า 10 รายการในทุกปี"
อย่างไรก็ดี แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะยังมีความท้าทาย แต่ไทยวายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะเร่งพัฒนาสินค้าในกลุ่มอาหาร และดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไร โดยตั้งเป้าว่าในปี 2569 จะมี EBITDA อย่างน้อย 1 พันล้านบาทต่อปี และต่อเนื่องในปีต่อๆ ไปจนถึง 2573 นอกจากนี้ ในปี 2567 ไทยวายังได้รับรางวัลหนึ่งในบริษัทที่น่าทำงานที่สุด จาก HR Asia ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งพิสูจน์ถึงความใส่ใจในการดูแลสุขภาวะของพนักงานซึ่งเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของไทยวาตลอดมา