โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Lilo & Stitch’ กู้หน้า Disney! สร้างประวัติศาสตร์ ดันรายได้หนัง-ยอดขายสินค้าพุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 18.55 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.26 น.

ผ่านมา 23 ปีแล้ว ที่โลกได้รู้จักกับ “สติทช์” (Stitch) เอเลี่ยนตัวสีฟ้า จากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง “Lilo & Stitch” ของ “Disney” ทำรายได้เกือบ 275 ล้านดอลลาร์ จากนั้นมีภาคต่อเป็นหนังและซีรีส์ที่หลายเรื่อง และกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่คนทั้งโลกรู้จักอย่างดี จนกระทั่งได้กลับมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันในปี 2025 ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของปีเป็นอันดับ 2 และทำกำไรได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบหลายปี

ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันรีเมคเรื่อง “Lilo & Stitch” ของ Disney สร้างด้วยงบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ และวางแผนไว้ในตอนแรกว่าจะฉายทางสตรีมมิ่ง “Disney+” แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจนำมาฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 618 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิ.ย. 2568) หลังจากฉายในโรงภาพยนตร์เพียง 2 สัปดาห์

นักวิเคราะห์บ็อกซ์ออฟฟิศกล่าว น่าจะขายตั๋วได้ราว 950 ล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นสุดการฉาย แต่อาจจะทำรายได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ได้ หากกระแสตอบรับในญี่ปุ่นดี ซึ่งจะเข้าฉายในวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย. 2025 นั่นหมายความว่าหลังแบ่งรายได้จากการขายตั๋วกับโรงภาพยนตร์แล้ว Disney จะมีกำไร 300 ล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้นจากรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศเพียงอย่างเดียว

รายได้ภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่านโยบายการลดจำนวนออริจินัลคอนเทนต์ใน Disney+ และกลับมาให้ความสำคัญกับการฉายในโรงภาพยนตร์มากขึ้น ซึ่งเกิดหลังจากที่โรเบิร์ต เอ. ไอเกอร์ กลับมารับตำแหน่งซีอีโออีกครั้ง

“การฉายในโรงภาพยนตร์และขยายฐานผู้ชมทั่วโลกนั้นช่วยยกระดับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสตรีมมิ่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และสวนสนุก แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยากกว่าเมื่อเริ่มจากบริการสตรีมมิ่ง” อลัน เบิร์กแมน ประธานร่วมของ Disney Entertainment กล่าว

Disney ตัดสินใจนำ “Moana 2” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อเดือนพ.ย. 2024 แทนที่จะฉายในสตรีมมิงเพียงอย่างเดียว ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งสามารถทำรายได้ถึง 1,100 ล้านดอลลาร์จากการฉายโรง ทำให้ Disney ตัดสินใจนำ “Lilo & Stitch” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน

Lilo & Stitch เข้าฉายในสหรัฐชนกับของแข็งอย่าง “Mission: Impossible - The Final Reckoning” ของทอม ครูซ ซึ่งในตอนแรกแทบไม่มีใครคิดว่า Lilo & Stitch จะทำรายได้มากกว่า MI8 และเปิดตัวอันดับหนึ่งบนบ็อกซ์ออฟฟิศ 183 ล้านดอลลาร์ในช่วงหยุดยาววันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ

ยอดขายตั๋วของ Lilo & Stitch แซงหน้าภาพยนตร์เรื่อง “Top Gun: Maverick” ของปี 2022 กลายเป็นภาพยนตร์เปิดตัวในช่วงสุดสัปดาห์วันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ (Memorial Day) ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

“Disney ทำทุกอย่างถูกต้องในเรื่องนี้ พวกเขาสร้างภาพยนตร์ที่ผู้คนชื่นชอบ ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม พวกเขาเลือกวันที่ออกฉายได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ และแคมเปญทางโซเชียลได้ดี” เควิน โกเอตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทวิจัยภาพยนตร์ Screen Engine/ASI กล่าว

Lilo & Stitch” ประสบความสำเร็จอย่างมาก และพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวคิดของเท็ด ซารานดอส ผู้บริหารของ Netflix ที่กล่าวว่าภาพยนตร์ที่ฉายในโรงภาพยนตร์เป็นแนวคิดที่ “ล้าสมัย” โดยซารานดอสชี้ไปที่บ็อกซ์ออฟฟิศกำลังประสบปัญหาในขณะนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ “Snow White” เข้าฉายแต่ล้มเหลวทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ ซารานดอสกล่าวว่า “นั่นหมายถึงอะไร ผู้บริโภคกำลังพยายามบอกอะไรกับเรา พวกเขาต้องการชมภาพยนตร์ที่บ้าน”

ตามข้อมูลของ IMDBpro ฐานข้อมูลอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชั่นเพียง 3 เรื่องที่ใช้งบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์หรือต่ำกว่า (ไม่รวมการตลาด) ที่สามารถทำรายได้จากการขายตั๋วได้ถึง 950 ล้านดอลลาร์ คือ “Oppenheimer” (Universal Pictures), “Joker” (Warner Bros.) และ “Jumanji: Welcome to the Jungle” (Sony Pictures Entertainment)

แต่กำไรของภาพยนตร์เหล่านี้ไม่ได้เข้าสตูดิโอผู้สร้างทั้งหมด ตัวอย่างเช่น คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้เขียน กำกับ และอำนวยการสร้าง “Oppenheimer” ได้รับส่วนแบ่งจากการขายตั๋ว ส่วน Village Roadshow ได้รับส่วนแบ่งจากรายได้จาก “Joker” หลังจากเป็นพันธมิตรด้านการเงินของ Warner Bros.

ต่างจาก “Lilo & Stitch” ที่ Disney ไม่จำเป็นต้องจ่ายรายได้ให้กับผู้สร้างภาพยนตร์หรือดารา และก็ไม่มีพันธมิตรทางการเงินที่จะต้องจ่ายด้วย

นอกเหนือจากการขายตั๋วแล้ว นักวิเคราะห์คาดว่า “Lilo & Stitch” จะทำกำไรได้หลายสิบล้านดอลลาร์จากการเช่าและขายแบบดิจิทัล (ที่เรียกว่าพรีเมียมวิดีโอออนดีมานด์) แม้ว่าจะวัดผลได้ยาก แต่ “Lilo & Stitch” จะสร้างมูลค่าให้กับ Disney+ โดยช่วยในเรื่องการสมัครใช้และการขายโฆษณา ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่ายอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มกำไรได้ถึง 400 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ด้วยรายได้ที่ดีขนาดนี้ แน่นอนว่าหนังภาคต่อคงจะตามมาในอีกไม่นานเกินรอ จักรวาลของ Lilo & Stitch ยังมีเรื่องให้เล่าได้อีกมากมาย แต่ต่อให้ไม่มีคอนเทนต์ Lilo & Stitch ออกมาใหม่ ยอดขายสินค้าของสติทช์ก็ทำรายได้ในปี 2024 ได้มากถึง 2,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2019 ที่ทำรายได้ไปเพียง 200 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าผู้คนรักสติทช์มากแค่ไหน แม้ว่าเด็กหลาย ๆ คนจะเกิดไม่ทันช่วงที่สติทช์เข้าฉายเมื่อ 23 ปีที่แล้วก็ตาม

รายงานทางการเงินประจำปีของ Disney สำหรับปี 2023 และ 2024 ได้รวม Lilo & Stitch ไว้ในรายชื่อของตัวอย่างทรัพย์สินที่มีลิขสิทธิ์หลัก จำนวน 9 รายการ ร่วมกับการ์ตูนในตำนานไม่ว่าจะเป็น Winnie the Pooh, Mickey and Friends, Star Wars และแก๊งเจ้าหญิงดิสนีย์

ริชาร์ด นอร์ธ ประธานบริษัทผลิตของเล่น WOW! Stuff กล่าวว่า “สติทช์ มีดีไซน์และคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น ทำให้เขาดึงดูดเด็ก ๆ และวัยรุ่นทุกช่วงวัยได้ และปัจจุบันเราก็เห็นการกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างมาก”

สติทช์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภคจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสติทช์เป็นเอเลี่ยน ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนชาติใดชนชาติหนึ่ง ไม่ได้มีช่วงอายุ เห็นได้จากยอดขายของ Stitch Puppetronic หุ่นอิเล็กทรอนิกส์ขนาด 18 นิ้วจาก Wow! Stuff ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นของเล่นแห่งปี 2025 ที่ลูกค้ากว่า 40% จากทั้งหมดมาจาก ผู้บริโภคที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบ Gen Z และนักสะสมวัยกลางคน

Stitch Puppetronic ของเล่นขายดี จาก Wow! Stuff

นอร์ธกล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่อายุต่ำกว่า 13 ปีจะมีทั้งชายและหญิงเท่า ๆ กัน แต่ถ้าหากเป็นกลุ่มแฟน ๆ ที่มีอายุมากกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง พร้อมระบุว่ากลุ่มลูกค้าของสติทช์มีขนาดใหญ่มากที่สุด กว้างขวางที่สุด และครอบคลุมทุกด้านเท่าที่มีมา

“เขาเป็นหนึ่งในตัวละครพิเศษที่สามารถสร้างชีวิตชีวาให้กับตัวเองผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้” ทาเซีย ฟิลิปปาโตส ประธานบริษัท Disney Consumer Products กล่าว อีกทั้งยังระบุด้วยว่าบุคลิกที่ “ขี้เล่น” และ “ซุกซน” ของสติทช์สามารถถ่ายทอดไปยังผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย

สติทช์จึงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่จดจำได้ทันที เหมือนกับมิกกี้เมาส์ แต่สติทช์ต่างจากมิกกี้ ตรงที่สติทช์ดูไม่เข้าพวกและเป็นภัยคุกคาม

“หากตัวละครดิสนีย์ เช่น มิกกี้ โดนัลด์ และกูฟฟี่ จัดงานปาร์ตี้คริสต์มาส พวกเขาจะไม่เชิญสติทช์ แต่ถ้าตัวร้ายหลายตัวจัดงานปาร์ตี้ พวกเขาจะไม่เชิญสติทช์เช่นกัน ตอนที่ผมนึกถึงเรื่องนั้น ผมก็รู้ว่าสติทช์มีตัวตนอยู่ในเขตระหว่างความดีและความชั่ว เขาอยู่ในโลกเดียวกับเรา” คริส แซนเดอร์ส ผู้ให้กำเนิด ผู้เขียนบทและผู้กำกับ Lilo & Stitch กล่าว

ด้วยสถานะพิเศษดังกล่าว สติทช์จึงสามารถประพฤติตัวไม่เหมาะสม ในลักษณะที่ตัวละคร Disney ตัวอื่น ๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ แต่ยังคงเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนสติทช์ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวละครที่ผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึง Disney

ที่มา: Good to Know, The New York Times, The New York Times 1, Variety

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...