โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ข้อดี-ข้อเสีย ของการซื้อกองทุนผสม vs ซื้อแยกรายกองทุน

Checkraka

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2565 เวลา 06.51 น. • เช็คราคา.คอม

โลกการลงทุนในปัจจุบันนี้มีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งหุ้น กองทุนรวม คริปโตฯ และนักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น สามารถเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆ รออนุมัติเพียงไม่กี่วัน แต่ในทางกลับกัน การที่มีตัวเลือกหลากหลาย ก็อาจทำให้หลายๆ คนเกิดความลังเล ว่าควรลงทุนแบบไหนถึงเหมาะกับเรา โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เหมาะกับการจัดพอร์ต และกระจายความเสี่ยงอย่างกองทุนรวมผสม ที่ลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) และตราสารหนี้ในกองทุนรวมเพียงกองเดียว ซึ่งนักลงทุนสามารถแยกการลงทุน โดยลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุน และกองทุนรวมตราสารหนี้ เป็น 2 กองทุนได้ด้วยเช่นกัน บทความนี้จะมาเล่าถึงข้อดี และข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมผสม เมื่อเทียบกับการซื้อแยกรายกองทุนเป็นอย่างไร และนักลงทุนรวมควรเลือกลงทุนแบบไหน ไปอ่านพร้อมๆ กันเลย…
กองทุนรวมผสมคืออะไร ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับกองทุนรวมผสมเพิ่มเติมสักนิด กองทุนรวมผสมเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนทั้งตราสารทุน และตราสารหนี้ ซึ่งมีระดับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุน หากนโยบายของกองทุนรวมลงทุนในตราสารทุน 70% และตราสารหนี้ 30% ก็ย่อมมีความเสี่ยง และมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่มากกว่านโยบายกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน 50% และตราสารหนี้ 50%

ประเภทของกองทุนรวมผสม กองทุนรวมผสม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) : เป็นกองทุนรวมที่ผสมผสานการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ หรือ ตราสารอื่นๆ เข้าด้วยกัน โดยที่มีสัดส่วนของตราสารทุนอยู่ระหว่าง 35-65% ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน

  • กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Fund) : เป็นกองทุนรวมที่ผสมผสานการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ หรือ ตราสารอื่นๆ เช่นเดียวกัน แต่จุดที่แตกต่าง คือ เป็นกองทุนที่ไม่กำหนดสัดส่วนของสินทรัพย์ ว่าต้องมีสัดส่วนของตราสารทุนอยู่เท่าไหร่ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนมากกว่าข้อดี - ข้อเสีย ของกองทุนรวมผสม

ข้อดีของกองทุนรวมผสม

  • สะดวกสบาย ลงทุนเพียง 1 กองทุน แต่ได้ลงทุนมากกว่า 1 สินทรัพย์ สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุน กองทุนรวมผสมเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเลยทีเดียว

  • ใช้เงินลงทุนน้อย ในปัจจุบันการลงทุนในกองทุนรวมของหลายๆ กองทุนใช้เงินเริ่มต้นเพียง 1 บาท แต่ในบางกองทุนก็ยังกำหนดขั้นต่ำในการลงทุนอยู่ เช่น 500 บาท 1,000 บาท 2,000 บาท เป็นต้น ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่มีเงินลงทุนจำกัด การลงทุนในกองทุนรวมผสม ก็เป็นทางเลือกที่ใช้เงินลงทุนน้อย และยังสามารถลงทุนได้หลายสินทรัพย์ในคราวเดียว

  • ติดตามผลการดำเนินการได้ง่าย นักลงทุนควรจะติดตามผลการดำเนินงานทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี การที่ลงทุนในกองทุนผสมเพียงกองเดียว ช่วยให้ติดตามได้ง่าย และสะดวกมากกว่า

  • มีการปรับพอร์ตอยู่เสมอ การที่เลือกลงทุนในกองทุนรวมผสมบางกองทุน อาจมีปรับกลยุทธ์ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งคนที่คอยปรับพอร์ตการลงทุน คือ ผู้จัดการกองทุนนั่นเอง ช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การลงทุนมากนัก
    ต่างจากการซื้อแยกรายกองทุนรวม ที่นักลงทุนต้องคอยศึกษาว่ากองทุนไหนดี กำหนดสัดส่วนในการลงทุนเอง หากอยากลงทุนในสัดส่วน 70:30 (ตราสารทุน:ตราสารหนี้) ต้องคอยปรับพอร์ตให้สมดุลเอง เพื่อให้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเพราะต้องซื้อถึง 2 กองทุนข้อเสียของกองทุนรวมผสม

  • ไม่สามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนเองได้ สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนมาแล้วสักพัก ได้ติดตามข่าวสารการลงทุน และต้องการที่จะกำหนดสัดส่วนการลงทุนเอง อาจจะไม่เหมาะสมกับกองทุนรวมผสมมากนัก เพราะต้องลงทุนตามกลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุน

  • ไม่รู้สัดส่วนการลงทุนที่แน่ชัด นอกจากที่นักลงทุนจะไม่สามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนเองได้ ก็จะไม่รู้สัดส่วนการลงทุนที่แน่ชัดเช่นกัน เนื่องจากผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม โดยนักลงทุนสามารถดูสัดส่วนการลงทุนได้จากหนังสือชี้ชวน ที่จะมีการอัปเดตในทุกๆ 1 เดือน หรือ 3 เดือน ซึ่งไม่ใช่แบบ real-time

  • ขาดอิสระในการเลือกลงทุน ปัจจุบันมีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนหลากหลายพันกองทุน และมีจำนวนบลจ. ผู้ออกกองทุน มากกว่า 20 บลจ. ดังนั้นแต่ละบลจ.อาจจะมีความโดดเด่นในแต่ละสินทรัพย์การลงทุนที่แตกต่างกันไป บางบลจ. เด่นด้านตราสารหนี้ บางบลจ. เด่นด้านตราสารทุน ดังนั้นการลงทุนในกองทุนรวมผสม เราสามารถเลือกลงทุนได้เพียง 1 บลจ. ทำให้ขาดอิสระในการคัดเลือกกองทุนที่โดดเด่นของบลจ. นั้นๆ
    ต่างจากการซื้อแยกรายกองทุนรวม ที่นักลงทุนมีอิสระในการเลือกซื้อกองทุนด้วยเอง โดยสามารถศึกษาหาข้อมูลได้ว่าแต่ละบลจ. มีความโดดเด่นในสินทรัพย์ด้านไหน และเลือกกำหนดสัดส่วนการลงทุนเองได้โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะลงทุนในกองทุนรวมผสม หรือ ซื้อแยกรายกองทุน ก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น เพราะถือว่าเป็นจุดที่ทำให้ได้เริ่มต้นลงทุน แต่กองทุนรวมผสมอาจจะเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข่าวสารการลงทุนมากนัก และมีเงินลงทุนที่จำกัด การเลือกลงทุนในกองทุนผสมจะเหมาะสมมากกว่า ส่วนนักลงทุนที่ได้ลงทุนมาก่อนบ้าง เข้าใจสถานการณ์การลงทุน การซื้อแยกรายกองทุนจะทำให้ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนได้มากกว่านะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...