โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วงการหนังสือจะกลับมา’ คุยกับเจ้าของ #legend นิตยสารจากฮ่องกงที่พร้อมเป็นตำนาน

The Momentum

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 09.50 น. • THE MOMENTUM

ในปัจจุบันนิตยสารลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนอาจสูญหายไปในอีกไม่นาน ทว่านิตยสารชื่อดังจากฮ่องกงอย่าง #legendพร้อมนำเสนอการปรับเปลี่ยนวงการนิตยสาร เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกโมเดิร์น

#legendเป็นนิตยสารแฟชั่นและลักชัวรี (Luxury) ที่มีทั้งเล่มนิตยสารรายเดือนและเว็บไซต์ที่ลงบทความใหม่ๆ ตลอดทั้งปี ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา #legendมาเปิดสาขาที่ไทย ด้วยเล่ม September Issue ที่มีทั้ง วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ บนปก

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา #legendสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่องในโลกลักชัวรี ตั้งแต่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี รวมถึงอาหาร Fine Dining โดยมีบทสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจมากมายในหลายวงการ นอกจากนี้ยังมี #legend100 การคัดสรรรายชื่อ 100 คนที่ประสบความสำเร็จและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย

The Momentum มีโอกาสพูดคุยกับ บรูซ ร็อคโควิทซ์ (Bruce Rockowitz) และสตีฟ ร็อคโควิทซ์ (Steve Rockowitz) สองเจ้าของ #legendถึงเรื่องธุรกิจการบริหารนิตยสารและวิสัยทัศน์ที่ทั้งคู่มีสำหรับ #legendและวงการสื่อในอนาคต

“เราเห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยคืออนาคต”

หลังจากที่ #legendประสบความสำเร็จมากที่ฮ่องกง บรูซและสตีฟตัดสินใจขยายแบรนด์ไปยังประเทศอื่นในทวีปเอเชีย และจะมีประเทศไหนที่รักความหรูหราและลักชัวรีมากเท่าประเทศไทย?

“ประเทศจีน ฮ่องกง และอื่นๆ เริ่มสนใจแบรนด์ลักชัวรีน้อยลง แต่ในประเทศไทย แบรนด์ลักชัวรียิ่งมีมากขึ้น คนไทยซื้อของแบรนด์เนมมากขึ้น แปลว่า พวกเขาติดตามสื่อมากขึ้นเพื่อรู้ทันเทรนด์ต่างๆ ตลาดสำหรับแฟชั่นและสินค้าลักชัวรีก็จะขยายมากขึ้นอีก” บรูซเล่า

นอกจากนี้สตีฟยังเสริมว่า ไม่เพียงแต่ความนิยมลักชัวรีเท่านั้น ทว่าคนไทยต้องการอ่านนิตยสารแฟชั่นมากขึ้นด้วย

“ทีมของเราค้นพบว่า วงการนิตยสารที่ไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนกับนิตยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ทุกปี ซึ่งต่างจากประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิง” สตีฟระบุ

เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมาเปิด #legendสาขาไทย พร้อมกับสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลและบริหาร โดยบรูซกล่าวว่า “สิ่งแรกที่ทำก็คือค้นหาทีมที่ดีที่สุด ผมเชื่อว่า ทีม #legend in Thailandสุดยอดจริงๆ ความสำเร็จทุกอย่างเริ่มด้วยทีมงาน ทีมที่ดีเป็นพื้นฐานให้บริษัทได้พัฒนาได้อย่างราบรื่น”

นอกจากนี้บรูซและสตีฟทำงานอย่างใกล้ชิดกับออฟฟิศสาขาไทยและมีการสื่อสารกับทีม #legendThailand ตลอด

“มันช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้เร็วมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้นิตยสารของเราสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างง่ายดาย นวัตกรรมมักเกิดขึ้นจากความรวดเร็ว”

ทั้งคู่ย้ำว่า พวกเขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยเป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาโลกแห่งนิตยสารแฟชั่นลักชัวรี

“กรุงเทพฯ ถือว่าเป็น City of the World (เมืองแห่งโลก) จริงๆ เราเห็นได้ชัดว่า กรุงเทพฯ และประเทศไทยคืออนาคต”

“เราต้องการเปลี่ยนแปลงวงการ”

สำหรับบรูซกับสตีฟ #legendไม่ได้เป็นเพียงแค่นิตยสารธรรมดา พวกเขาต้องการให้ #legendเป็นผู้นำในวงการสื่อ โดยการนำเสนอเนื้อหาแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

“เมื่อเราทำผลงานอะไรก็ตาม เราจะเล่นใหญ่เสมอ เราต้องการเปลี่ยนแปลงวงการ” บรูซกล่าวถึงที่มาของเหตุผลที่พวกเขาใช้กลยุทธ์ในการบริหาร #legend ที่แตกต่างจากบริษัทอื่น เช่น เรื่องของการตลาด การใช้โซเชียลมีเดีย และเนื้อหาในนิตยสาร

สตีฟอธิบายว่า “กลยุทธ์ทางการตลาดของเราแข็งแรงมาก ในระยะสั้นเราเน้นลงทุนกับป้ายโฆษณา ถ้าคุณเดินไปบริเวณสุขุมวิทจะเห็นป้ายโฆษณาดิจิทัลที่ฉายวิดีโอพร้อมกับโลโก้ของ #legendบน BTS ก็มีป้าย#legendเช่นกัน”

แต่ในระยะยาว บรูซและสตีฟให้ความสำคัญกับการผลิตเนื้อหาที่น่าสนใจ ทั้งในนิตยสารรายเดือน ในเว็บไซต์ และในโซเชียลมีเดีย

“เราต้องการทำคอนเทนต์ที่ดึงดูดลูกค้าให้มาติดตาม #legendผมคิดว่า เอกลักษณ์ของ #legendอยู่ที่คอนเทนต์ เราพยายามทำคอนเทนต์ที่ลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน เราทำงานร่วมกับดาราดัง อินฟลูเอนเซอร์ และ Key Opinion Leaders (ผู้มีอิทธิพล) เพราะจะสร้างกระแสให้เราได้มากที่สุด” สตีฟเล่า

ส่วนเคล็ดลับการเป็นสื่อทันสมัยของ #legendอยู่ที่การมองสู่อนาคตเสมอ อย่างที่บรูซกล่าวว่า ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวว่าต้องการสิ่งนั้น โดยทั้งคู่บอกว่า การคาดเดาความต้องการของลูกค้ามาจากประสบการณ์

“เราบริหารหลายบริษัท เพราะฉะนั้นเรามีข้อมูลเยอะมาก มันทำให้เรารู้สึกได้ว่า ลูกค้าอยากได้อะไรจากเรา ผมได้เจอกับคนหลายคนมากและผมสังเกตว่า อะไรทำให้พวกเขามีความสุข นักธุรกิจที่ดีจะรู้เองว่า ควรทำอะไรในอนาคต” เขาเล่าต่อ “ผมคิดว่า สิ่งที่คนต้องการในปัจจุบันคือประสบการณ์น่าจดจำ พวกเขาอยากดื่มด่ำในสิ่งแปลกใหม่ อยากเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่กำลังเกิดขึ้น เราก็เลยนำความต้องการนี้มานำเสนอผ่านสื่อของเรา เราต้องทดลองไปเรื่อยๆ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...