เจ้าของบ้านงง เด็กแถวบ้านมาปีนกำแพงเล่น อิฐบล็อกหล่นทับขาหัก แม่เด็กเรียก 1 แสน
เจ้าของบ้านงง เด็กแถวบ้านมาปีนกำแพงเล่น สุดท้ายอิฐบล็อกหล่นทับขาหัก แม่เด็กเรียก 1 แสนบาท
จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่’ โพสต์เหตุการณ์เรื่องหนึ่ง โดยมีเนื้อหาว่า
“เจ้าของบ้านสุดช้ำ เด็กแถวบ้านมาปีนกำแพงรั้วเล่น กำแพงล้มทับขาหัก ผู้ปกครองเด็กเรียกเงินแสนเยียวยา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2567 ได้มีเด็กอายุ 7 ขวบ เข้ามาวิ่งเล่นแถวบ้าน แล้วด้วยความซุกซนจึงโหนกำแพงรั้วบ้านเล่น ทำให้กำแพงพังลงมาทับเด็กจนขาซ้ายหัก
จากนั้นผู้ปกครองเด็กเข้าแจ้งความว่าเจ้าของบ้านประมาท ทำให้เด็กบาดเจ็บสาหัส ที่ผ่านมามีการพูดคุยไกล่เกลี่ย ฝ่ายคู่กรณีเรียก 1 แสนบาท เป็นค่าเยียวยาเด็ก ตนเองไม่มีจึงถูกดำเนินคดี ตอนนี้ขั้นตอนถึงชั้นอัยการ รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงขอเสนอเรื่องราวผ่านสื่อ”
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กำแพงเพชร ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ พร้อมด้วยสิบเอกประจักรกฤษ สายทิพย์ แอดมินเพจกำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่ ได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.13 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โดยพบกับ น.ส.ศิริพร (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน
น.ส.ศิริพรได้พาเดินดูบริเวณรั้วปูนอิฐบล็อกฝั่งขวาของบ้าน ซึ่งพบว่ามีอิฐบล็อกชั้นบนจำนวน 2 ชั้น ได้พังร่วงลงไปอีกฝั่ง ที่ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ซึ่งก็ได้ไปทับเด็ก 7 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บขาหัก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น.
น.ส.ศิริพรกล่าวว่า วันเกิดเหตุเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่บ้าน ตนออกไปขายของ โดยมีชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ได้มาเล่าให้ตนฟังว่ามีเด็ก 4 คน มาเล่นกันข้างกำแพงรั้วและโหนกำแพงจนกำแพงพังร่วงลงมา ผู้เห็นเหตุการณ์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจึงเข้าไปดูพบว่ากำแพงได้พังลงมาทับเข้าที่ขาของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โดยแม่ของเด็กได้เข้ามาช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งตนก็ได้ทราบภายหลังว่ามีการผ่าตัดเนื่องจากเด็กขาหัก
น.ส.ศิริพรกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันแม่เด็กได้โพสลงโซเชียลว่าเจ้าของบ้านไม่มาเยี่ยมไม่ถามไถ่ดูแล ตนจึงได้สอบถามว่าตนผิดอะไร “กำแพงตนอยู่เฉย ๆ “ ซึ่งแม่เด็กก็ตอบตนมาว่า “กำแพงมันซ่อมได้” ด้วยความโมโหตนจึงตอบไปว่า “พี่ก็รักษาอยู่ ก็ซ่อมได้เหมือนกัน” ตนเข้าใจว่ากำแพงของตนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ผิดอะไร แต่เด็กมาโหนเองทำให้พังจนได้รับบาดเจ็บ คิดว่าแม่เด็กคงโกรธเลยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตน ซึ่งตำรวจก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาตน ว่า “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส”
น.ส.ศิริพรกล่าวต่อไปว่า ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ต้องมาเสียเงิน 1 แสนบาท เพื่อเยียวยาเด็กที่มาโหนกำแพงตนมันไม่ยุติธรรม จึงได้นำเรื่องดังกล่าวร้องไปยังเพจฯ และสื่อมวลชน เพราะหลายคนมีรั้วกำแพงบ้านไม่รู้กฎหมายก็อาจจะไม่รู้ว่าจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่หากเจอแบบตน อยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง จากนี้ตนก็จะขอสู้ในกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุดเพราะเชื่อว่าตนไม่ผิด ซึ่งจะให้ตนไปออกรายการไหนก็จะไปเพื่อร้องขอความเป็นธรรม
ขณะที่ชาวบ้านได้มารวมตัวและแสดงความคิดเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเจ้าของบ้านไม่ได้ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ รั้วอยู่เฉย ๆ จะต้องมาเสียเงินอีก ซึ่งผลของคดีสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร หากผิดก็คงต้องทุบรั้วทิ้ง แต่ถ้าไม่ผิดช่วยกันเยียวยาก็ว่าไปอีกอย่าง แต่แม่ของเด็กก็มีส่วนผิดด้วย ซึ่งมองว่าจะเรียกเงินเยียวยา 100,000 บาทมันมากเกินไปเกินกว่าเหตุ โดยวันนี้ก็มาให้กำลังใจเจ้าของบ้านให้สู้คดีให้ถึงที่สุด
น.ส.วิศุรีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นพอดี แต่ไม่เห็นตอนกำแพงล้มทับ ซึ่งเด็กที่เล่นอยู่บริเวณดังกล่าวมีทั้งหมด 4 คน ตนได้ยินเสียงเด็กผู้ชายวิ่งออกมาร้องเรียกแม่ว่าอิฐบล็อกทับเด็กผู้หญิง เนื่องจากโหนเล่นจนพังลงมา ตนจึงได้ถามเด็ก ๆ ก็ได้ข้อมูลว่าเด็กผู้หญิง 7 ขวบ ได้โหนกำแพงจนพังลงมาจริงจนล้มทับขาหัก ไป ๆ มา ๆ แม่เด็กก็มาแจ้งความเรียกร้องค่าเสียหายทั้งที่เจ้าของบ้านไม่รู้เห็นอะไรเลยต้องมาเสียเงิน 1 แสนมันเกินไป รั้วมันอยู่ดึ ๆ ตนตัดสินใจเป็นพยานในคดีให้ ซึ่งในใบแจ้งความมีเด็ก 2 คน แต่วันที่เกิดเหตุมีเด็ก 4 คนเล่นรวมกัน
ด้าน ด.ญ.เอ (สงวนนามสกุล) อายุ 7 ปี ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่รั้วกำแพงล้มทับตนเองจนขาหัก และชี้รอยแผลผ่าตัดที่ขาซ้ายให้ดู พร้อมเล่าว่า วันที่เกิดเหตุ ตนเล่นกับน้องอยู่และรู้สึกเหนื่อยจึงไปพิงที่กำแพงรั้วจนรู้สึกว่ารั้วมันโยกๆ จึงผลักน้องออกและวิ่งออกมา แต่สะดุดหินล้ม หนีไม่ทันจนกำแพงล้มทับขาตนจนเจ็บ
“หนูยืนยันว่าไม่ได้โหนกำแพง หนูแค่พิงอย่างเดียวจนแม่มาช่วยเหลือ ซึ่งตอนผ่าตัดไม่รู้สึกเจ็บอะไรโดยตอนนี้หายแล้ว” ด.ญ.เอกล่าว
น.ส.เจนจิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี แม่ของด.ญ.เอ ได้นำเอกสารผลชันสูตรของแพทย์หลังจากผ่าตัดให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ พร้อมเล่าในมุมของตนหลังจากอีกฝ่ายไปร้องเรียนเพจดังกล่าว จนทัวร์ลงครอบครัวตน ว่า บางคนไม่รู้ก็ด่าลูกของตนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ยอมรับว่าทั้งครอบครัวรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งคนที่แชร์ส่วนใหญ่ในด้านลบก็จะเป็นฝั่งของคู่กรณีทั้งนั้น และคู่กรณีได้นำโพสต์ของน้องสาวตนไปให้ตำรวจดูเพื่อจะดำเนินคดีกับฝั่งตน ซึ่งตำรวจก็บอกว่าเอาผิดไม่ได้เพราะน้องสาวไม่ได้ด่า ครอบครัวตนต้องการให้มาคุยกันเท่านั้น แต่คู่กรณีก็โจมตีครอบครัวตนทุกเพจที่ลงเรื่องนี้
น.ส.เจนจิรา กล่าวต่อว่า ซึ่งวันนั้นลูกสาวตนได้ขอออกมาเล่นนอกบ้านกับน้องอายุ 9 เดือน และบอกว่าเหนื่อยจึงยืนพิงกำแพง ซึ่งลูกก็บอกอีกว่ากำแพงมันโยกจนล้มทับ ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และเห็นตอนกำแพงพังลงมา ซึ่งยังโชคดีที่ได้ผลักเด็ก 9 เดือนออกมาก่อนไม่งั้นต้องมีสูญเสียมากกว่านี้ ลูกสาวตนต้องผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาด้านซ้าย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนก็ได้คุยกับฝั่งคู่กรณี “ว่าตนไม่ได้ตั้งใจทำให้กำแพงพัง” ทางนั้นจะว่ายังไงบ้าง ตนเลยบอกว่าไม่มีน้ำใจที่จะถามไถ่ลูกของตนเลยหรือว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ตั้งใจที่จะพูดดีด้วย แต่ก็ถูกสวนกลับมาว่า “กำแพงพังก็ซ่อมได้ ขาลูกพี่หักก็ซ่อมได้” ทำให้ตนโมโหและเป็นชนวนเหตุทำให้ต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
น.ส.เจนจิรา กล่าวต่อว่า ตำรวจเจ้าของคดีก็บอกว่าอีกฝั่งก็มาปรึกษา แล้วจะเอาเรื่องตนที่ทำกำแพงพังและคดีหมิ่นประมาท ซึ่งตำรวจก็ได้เข้าไปปลุกลูกสาวตนในรถและให้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ตำรวจบอกว่าคดีพลิกแล้ว จึงรับแจ้งความตนทันที ส่วนเงินที่ตั้งไว้ 1 แสน ตนก็ปรึกษากับหลาย ๆ คนว่าจำนวนเงินนี้เหมาะสมแล้ว เพราะลูกตนต้องเจ็บถึง 2 ครั้ง ปีหน้าก็ต้องผ่าเอาเหล็กออกอีก ซึ่งคู่กรณีไม่มีเยียวยาใด ๆ เลยมีแค่นมมา 5 แพ็คเท่านั้น คำพูดดี ๆ ยังไม่มี แล้วยังมาร้องผิดให้ทัวร์ลงตนอีกทั้งที่ศาลยังไม่ตัดสินยังไม่รู้ใครผิดใครถูก “หนูไปไหนลูกหนูต้องร้องไห้ตลอด” ตนจึงต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกของตน จริง ๆ มันคุยกันได้ คือถ้าออกมาขอโทษหรือซื้อกระเช้ามาซักอันพูดดี ๆ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด แต่ตอนนี้เรื่องมันบานปลายไปแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าของบ้านงง เด็กแถวบ้านมาปีนกำแพงเล่น อิฐบล็อกหล่นทับขาหัก แม่เด็กเรียก 1 แสน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th