โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กบ ไมโคร” แจ้งความหลังถูกครหาว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง

daradaily

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 07.05 น.

“กบ ไมโคร” แจ้งความหลังถูกครหาว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง

“กบ ไมโคร” เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจหลังเสียหายร่วม 2ล้าน จากธุรกิจดิไอคอน รับตัวเองเป็นแม่ข่าย มีลูกทีม 8คน ไม่ทราบว่าเป็นธุรกิจเครือข่ายถ้ารู้ก็ไม่ทำ

อ่านข่าวต่อ: “บอสพอล” พบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจ

กมล แย้มอุทัย ภาพ

“นายไกรภพ จันทร์ดี”หรือ “กบ ไมโคร” นักร้อง เปิดเผยว่าวันนี้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะมีประเด็นที่เป็นไวรัลอยู่ในกระแสอินเทอร์เน็ต ว่าตนเป็นผู้ร่วมขบวนการ หรือเป็นผู้เสียหายกันแน่ เมื่อถามว่าในวันที่มีการขึ้นเวที นายไกรภพ ระบุว่าคลิปที่หลุดออกมาตอนขึ้นเวทีตนเข้าร่วมประมาณถึง4-5เดือน เป็นการขึ้นไปในหัวข้อ Rising Star วัน

ยืนยันว่าไม่มีสคริปีมีกรอบเชียร์อัพ บอกให้คนอื่นรู้ว่าธุรกิจนี้เปลี่ยนชีวิตอย่างไร

“ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ เพราะว่าเชื่อมั่น ในตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่มียอดขาย 4000กว่าล้านบาท ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี ซึ่งตนมาทำธุรกิจออนไลน์ ยืนยันว่าตอนนั้นที่ขึ้นเวทีไม่ได้รับค่าจ้างโดยในบริษัทเรียกสิ่งนี้ว่า “การแบ่งบัน” ส่วนกรณีที่มีภาพปรากฎว่าตนไปท่องเที่ยวทริปฝรั่งเศส นายไกรภพ ชี้แจงว่าเป็นทริปโปรโมชั่นสำหรับ 10ดิวเลอร์ ซึ่งตนเอง เปิดไว้ 5ดีลเลอร์ ภรรยา 2ดีลเลอร์ และคนในบ้าน 3ดีลเลอร์มูลค่ารวมกว่า 2ล้านบาท”

“เมื่อถามว่าเปิด 10ดิวเลอร์ได้กำไรบ้างหรือไม่นายไกรภพ ระบุว่า ช่วงแรกขายพอได้แต่ช่วงหลังนั้นขายไม่ได้ ขายได้เฉพาะกับคนที่รู้จัก สุดท้ายพอสินค้าใกล้หมดอายุก็เริ่มลดราคา จนถึงขั้นนำไปถวายพระหรือคนรู้จัก”

“โดยยอมรับว่าตนเองเป็นแม่ทีม โดยอยู่ในบริษัทดังกล่าวประมาณหนึ่งปีนิดๆ ซึ่งตอนที่ตนทำธุรกิจไม่มีคำว่าแม่ทีมด้วยซ้ำรู้เพียงแค่ว่าเป็นธุรกิจแบบแฟรนไชส์ หลังมาร่วมธุรกิจนี้ก็ได้มีคนที่รักตนมาร่วมเปิดบิลทั้งหมด 8ดีลเลอร์มีลักษณะการทำงาน “ไม่เถียง ไม่ถาม ทำตามอย่างเดียว” เมื่อมีดีลเลอร์สั่งคำสั่งออกมาเราก็ต้องทำตามที่เขาสั่ง”

ส่วนสาเหตุที่ต้องออกจากธุรกิจนี้เป็น เพราะทั้ง 8คนที่ตามมานั้นไม่สามารถขายของได้ทั้งที่ 8คนพยายามทุกความสามารถ ในทุกช่องทางในการขายสินค้าแต่ก็ไม่สามารถที่จะขายได้จึงตัดสินใจที่จะออกจากธุรกิจนี้ช่วง กรกฎาคม-สิงหาคม 2566และออกมาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้อย่างจริงจัง จึงพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล ย้ำหากรู้ว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือเครือข่ายก็บอกว่าไม่มีใครที่อยากจะทำธุรกิจแบบนี้

พร้อมยอมรับว่าบริษัทดิไอคอนมีปัญหามานานแล้วแต่ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดเนื่องจาก คนที่พูดก็จะถูกฟ้องร้องกลับ เพราะตอนนี้มีคนที่ถูกฟ้องตอนนี้อยู่ในชั้นศาลจะมีความคืบหน้าในวันที่ 28ตุลาคมนี้ คนที่โดนฟ้องมีหลายคนก็รู้จักกันอยู่ และยังอยู่ในห้องผู้เสียหายด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่า เคยเจอบิ๊กบอสในบริษัทดิไอคอนหรือไม่ นายไกรภพ ระบุว่าบิ๊กบอสมีเพียงคนเดียวนั่นก็ คือบอสพอแต่จะมีบอสรองลงมาอีก 10คน และตนเพิ่งรู้ว่าเป็นธุรกิจแบบเครือข่าย เพราะตอนแรกคิดว่าเป็นธุรกิจแบบออนไลน์เท่านั้น

และในวันนี้ลูกทีมของตนจำนวน 8 คนได้มอบอำนาจให้ตนดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดิไอคอนและผู้บริหาร ซึ่งสำหรับผู้เสียหายจำนวนแปดคนก็ยังต้องการเงินคืนแต่ตนยืนยันว่าไม่ได้อยากได้เงินคืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...