โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัยก่อนทำ ประกันชีวิต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2567 เวลา 02.47 น.

หลากหลายคำถามในใจใครหลายๆ คน เมื่อต้องการจะทำ "ประกันชีวิต" ซักฉบับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ จำเป็นมั้ยที่เราต้องเปิดเผยข้อมูลความจริงให้ครบถ้วน เพราะมีหลายเคสที่ไม่สามารถเคลมได้เพราะปกปิดเรื่องของสุขภาพ

การอยู่ไม่ครบสัญญาจะได้รับเงินคืนมั้ย ซื้อประกันแล้วทำไมต้องขอรับใบเสร็จทุกครั้ง ป่วยเป็นโรคร้าย หรือเป็นผู้พิการ ทำประกันได้มั้ย กรณีเสียชีวิตในช่วงผ่อนผันการชำระเบี้ย จะได้รับเงินผลประโยชน์หรือไม่ คำถามเหล่านี้มีคำตอบ ตามไปค้นหาคำตอบด้วยกันได้เลย

ผู้ที่ต้องการซื้อ ประกันชีวิต จำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพทุกคนหรือไม่

ตอบ : ไม่จำเป็น ในกรณีที่ลูกค้ามีสุขภาพ, อายุ, อาชีพ, และวงเงินประกันในเกณฑ์ปกติ สามารถสมัครผ่านตัวแทนประกันที่มีใบอนุญาตขายประกันแบบไม่ตรวจสุขภาพได้ แต่ลูกกค้าต้องเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ (เช่น โรคประจำตัว) ตามความเป็นจริง มิฉะนั้นสัญญาประกันชีวิตอาจถูกยกเลิกในภายหลังได้

ทำไมต้องตรวจสุขภาพหรือเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ

ตอบ : ปัญหาสุขภาพ และประวัติการเจ็บป่วยมีผลต่ออัตรามรณะที่สูงขึ้นกว่าปกติเมื่อเทียบกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงปกติ การตรวจสุขภาพหรือการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพตามความเป็นจริงจะทำให้บริษัทประเมินความเสี่ยงของข้อมูลสุขภาพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงหรือเป็นคนพิการสามารถทำ ประกันชีวิต ได้หรือไม่

ตอบ : ตามข้อกำหนดของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ได้แก่ ความดันฯ เบาหวาน หัวใจ มะเร็ง และ ภาวะคุ้มกันบกพร่อง โดยทั่วไปจะไม่สามารถทำประกันชีวิตได้ แต่ทั้งนี้บริษัทอาจพิจารณารับประกันหากโรคร้ายแรงนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ลูกค้าสามารถลองสมัครเข้ามา

ส่วนลูกค้าที่มีความพิการ บริษัทสามารถพิจารณารับประกันได้โดยมีเงื่อนไข ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความผิดปกติของความพิการ

ทำไมผู้ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ถึงต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่าคนปกติ

ตอบ : การทำประกันคือการเฉลี่ยความเสี่ยงของลูกค้าทุกคน ลูกค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงจึงต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่าลูกค้าที่มีความเสี่ยงปกติ

ทำไมเมื่อยกเลิกกรมธรรม์แล้วมูลค่าเวนคืนเงินสดจึงน้อยกว่าเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้ว

ตอบ : การที่มูลค่าเวนคืนมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้วนั้น เพราะการซื้อประกันชีวิตเป็นการเฉลี่ยภัยในกลุ่มผู้เอาประกันภัยด้วยกัน หากผู้เอาประกันภัยรายใดเสียชีวิต บริษัทก็จะนำเงินเบี้ยประกันชีวิตของผู้เอาประกันภัยทุกคนไปจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ของผู้เสียชีวิต

ดังนั้น เหตุที่มูลค่าเวนคืนเงินสดมีมูลค่าน้อยกว่า เพราะเบี้ยประกันภัยที่ชำระไปแล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยรายอื่นที่เสียชีวิต

ซื้อ ประกันชีวิต แล้วต้องเรียกรับใบเสร็จทุกครั้ง

ตอบ : สำหรับใบรับเงินค่าเบี้ยประกัน คือหลักฐานที่ใช้อ้างอิงว่าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตแล้ว โดยในการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิต หรือชำระโดยตรงต่อบริษัทประกันชีวิตผู้เอาอประกันภัยควรเรียกรับ “ใบรับเงิน” เพื่อเป็นหลักฐาน เพราะใบรับเงินนี้สามารถใช้ยืนยันการชำระเงินของผู้ทำประกัน หากมีการโต้แย้งหรือมีข้อพิพาท

การชำระเบี้ยตรงเวลาสำคัญอย่างไร

ตอบ : การชำระเบี้ยประกันภัยตรงเวลามีผลให้กรมธรรม์มีผลบังคับอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อการรับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามสัญญาประกันชีวิตการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้ง หากต้องชำระผ่านตัวแทนควรเรียกใบรับเงินชั่วคราวทุกครั้ง หรือชำระผ่านช่องทางอื่นควรเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้งจนกว่าจะได้รับใบรับเงินต้นฉบับจากบริษัท เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง

กรณีมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ก็ต้องแจ้งให้บริษัทราบ เพื่อที่บริษัทจะได้จัดส่งเอกสารหลักฐาน หรือข่าวสารต่างๆ เช่น ใบเตือนแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัยใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือหลักฐานอื่นๆแก่ผู้เอาประกันภัยได้อย่างครบด้วย หรือในกรณีที่มีการจ่ายเงินคืนตามกำหนดเวลาหรือเงินครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินดังกล่าวอย่างครบถ้วนและการแจ้งจะต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยตัวของผู้เอาประกันภัยเองเท่านั้น

นอกจากนี้ ผู้ทำปรกันภัยยังสามารถใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินโดยใช้กรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีผลบังคับอยู่มาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน โดยจำนวนเงินที่กู้ยืมได้จะไม่เกินมูลค่าเงินสด ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งบริษัทจะคิดอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้

กรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยจนกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเกิดขึ้นแล้ว หากไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทจะทำการกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้กรมธรรม์ประกันภัยยังคงมีผลบังคับต่อไป โดยบริษัทจะคิดอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองคตวามต้องการของผู้เอาประกันภัยที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มขึ้น บริษัทประกันชีวิตจึงได้พัฒนารูปแบบความคุ้มครองต่างๆเช่น การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาลและการผ่าตัดในโรงพยาบาลการประกันภัยโรคร้ายแรง และอีกหลากหลายรูปแบบซึ่งการที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมในรูปแบบของสัญญาเพิ่มเติม และสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อนี้จะให้ความคุ้มครองปีต่อปี โดยผู้เอาประกันภัยสามารถต่ออายุหรือยกเลิกได้

กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาผ่อนผัน จะเป็นอย่างไร

ตอบ : สำหรับระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย คือ ระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตยินยอมให้ผู้เอาประกันภัยสามารถชำระเบี้ยประกันภัยล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดได้ โดยทั่วไปบริษัทประกันชีวิตจะกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยได้ 30 วันโดยบริษัทยังคงให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งบริษัทจะหักค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังคงค้างชำระออกจากจำนวนเงินเอาประกันภัยที่จะจ่าย

ตัวอย่างเช่น นาง ก. ทำประกันชีวิตไว้โดยกำหนดการชำระเบี้ยประกันภัยทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี เมื่อถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยปีที่ 6 นาง ก. ลืมชำระเบี้ยประกันภัย และได้เสียชีวิตในวันที่ 20 กรกฎาคม กรณีนี้บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ของนาง ก. โดยหักจำนวนเงินค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระออก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...