โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อินทนิล” ผุดร้านกาแฟคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำสู้ศึกกาแฟปั๊มน้ำมัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ย 2567 เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2567 เวลา 07.29 น.

เปิดแผนรบ “อินทนิล” สู้ศึกกาแฟปั๊มน้ำมัน ไฟเขียวผู้ซื้อแฟรนไชน์ออกแบบร้าน-คัดสินค้าโลวคอลวางขายในสาขาตัวเองได้ พร้อมขยายสถานีชาร์จรับดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเวลาใช้งานในปั๊มนานขึ้น ไม่หวั่นเศรษฐกิจลาว-กัมพูชาดิ่งเตรียมลงทุนเปิดสาขาเพิ่ม

นายยศธร อรัญนารถ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากรีเทล จำกัด เปิดเผยว่า “บางจากรีเทล” มีแผนขยายธุรกิจนอนออยล์ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนราวๆ 10-20% โดยปี 2567 และปีถัดๆไปบริษัทจะดำเนินธุรกิจภายใต้สโลแกน “เพื่อคุณ-เพื่อโลก” โดยเน้นผลิตภัณฑ์และงานบริการที่ดีที่สุด โดยปัจจุบัน “อินทนิล” มีโพรดักซ์ขายดี 3 เมนูคือ “อเมริกาโน่เย็น” ที่ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ต่อมาคือ “โกโก้” ที่เข้มข้นยืนหนึ่งในตำนาน และ “ชาไทย” ที่ใช้เครื่องเอสเพรสโซ่ในการชงและใช้ใบชาแท้สำหรับจับกลุ่มทุกวัยและสามารถดื่มได้ทุกวัน

“ตลาดชาไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ต่างจากกาแฟที่คนส่วนใหญ่จะดื่มเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่าย เพราะฉนั้นเราต้องเพิ่มออฟชั่นเพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาที่สาขาเพิ่มขึ้นในระหว่างวันและใช้เวลานานขึ้นจากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ในเวลาในปั๊มน้ำมันประมาณ 15 นาที ซึ่งในอนาคตอาจจะพัฒนาต่อเป็นไอศกรีมหรือซอฟเสริฟ

และแม้ว่าต้นทุนโกโก้และกาแฟแพงขึ้น แต่เรายังสามารถหาซอร์สซิ่งเมล็ดกาแฟจากที่อื่นได้ ส่วนโกโก้เรายังมีซัพพลายที่มีสัญญาระยะยาวทำให้วัตถุดิบไม่ขาด และยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขึ้นแต่อย่างใด”

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ อินทนิล พยายามให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเป็นผู้นำร่องใช้แก้วบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ 100% ซึ่งในตลาดมีไม่มากและเป็นผู้ใช้เม็ดพลาสติกที่ย่อยสลายได้ 100% อันดับ 1 ของอาเซียนและใช้ในทุกสาขา

นอกจากนี้ อินทนิลยังมี EV Charging ในปั๊มสถานีบริการน้ำมันบางจากค่อนข้างเยอะ นั่นหมายความว่าผู้ใช้รถยนต์ EV จะใช้เวลาในปั๊มมากขึ้น 30-40 นาที ขณะเดียวกันอินทนิลก็ยังมีแผนเปิดโมเดล Green Store ในปีหน้าโดยเลือกโลเคชั่นในชุมชน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับ Start Up เพื่อหาวัสดุบางอย่างที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์กรีนทั้งหมด

วาง 5 กลยุทธ์บูสต์ธุรกิจแฟรนไชน์

นอกจากนี้ อินทนิล ยังให้วางเป้าหมายสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ “แฟรนไชส์” ทั้งในสถานีบริการน้ำมันและนอกสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 1,000 สาขาผ่าน 5 กลยุทธ์คือ

1. การขยายสาขา อินทนิลจะทำงานร่วมกับนักลงทุนหรือผู้ซื้อแฟรนไชน์ตั้งแต่วิเคราะห์ทราฟฟิกในพื้นที่เพื่อคำนวณยอดขายสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรีเทิร์นให้กับผู้ลงทุนได้ ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2567 อินทนิลจะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,060 สาขา และจะขยายในทุกๆปีเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 200 สาขา

“การเติบโตลักษณะนี้เป็นตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับการหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับธุรกิจแฟรนไชส์ ปัจจุบันเรามีสัดส่วนแฟรนไชส์ประมาณ 75% หรือประมาณ 700 กว่าสาขา และร้านที่บริษัทลงทุนเอง 25% สัดส่วนในปั๊ม 60% และนอกปั๊ม 40%”

นอกจากนี้อินทนิลยังมีแผนที่จะเปิดร้านในสถานีบริการน้ำมัน “เอสโซ่” ที่ได้เข้าซื้อกิจการก่อนหน้านี้โดยจะพิจราณาหลังจากร้านกาแฟเดิมสิ้นสุดสัญญา ส่วนการขยายนอกสถานีบริการน้ำมันจะเน้นในโลเคชั่นที่ทราฟฟิกหนาแน่น เช่นโรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัยหรือชุมชนซึ่งตอบโจทย์ผู้ประกอบการแฟรนไชน์ได้ดี

ในส่วนของการขยายตลาดต่างประเทศปัจจุบันมีสาขาในสปป.ลาว 5 สาขาและมีแผนจะเปิดเพิ่ม 1 สาขาในปีนี้ ขณะเดียวกันจะเปิดตลาดใหม่ใน “กัมพูชา” ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยปรับแผนธุรกิจหลังจากเศรษฐกิจกัมพูชาได้รับผลกระทบทางลบ

2. การพัฒนาร้านร่วมกับผู้ประกอบการในรูปแบบใหม่ “Unique Design” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถออกแบบร้านดีไซน์ทั้งภายในภายนอกสาขาของตัวเอง 20% ของพื้นที่บนพื้นฐานความเป็นจริงและความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจเพื่อสร้างความแตกต่าง รวมทั้งสามารถนำสินค้าโลคอลเข้ามาวางจำหน่ายได้ด้วย

“ผู้ประกอบการจะรู้ความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้ดีกว่า แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่อินทนิลสามารถตรวจสอบเพื่อให้สินค้าได้มาตราฐาน นอกจากนี้เรายังมีทีมงานสนับสนุนเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านงานบริการและการบริหารจัดการร้านค้ารวมถึงการเทรนนิ่งบาริสต้าต่างๆ”

3. Service Excellence อินทนิลมีเป้าหมายสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้า โดยเพิ่มทีมงานในส่วนของ “Mobile Training to Store” บาริสต้าทุกคนที่ผู้ประกอบการหามาจะต้องผ่านการเทรนนิ่งก่อนเข้าทำงานในร้านเพื่อใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีการมีการแข่งขันจัดอันดับบาริสต้าซึ่งจะเป็นคอร์หลักที่ทำให้แบรนด์อินทนิลคงอยู่ได้และขยายอย่างต่อเนื่องได้

4. การพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ โดยในส่วนของการพัฒนาตลาดจะเน้นในเรื่องของฐานลูกค้า CRM ผ่านฐานสมาชิก “บางจากกรีนสไมล์” ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกราวๆ 8 ล้านสมาชิก ซึ่งจะได้รับ 'พริวิเลจ'ในการซื้ออาหารและเครื่องดื่มในราคาที่ลดลงและลิงค์ไปกับการซื้อน้ำมันด้วย

“ยอดขายมากกว่า50% มาจาก “กรีนสไมล์” ซึ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆคาดว่าอนาคตจะสามารถเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านกรีนสไมล์ มากกว่า70-80% ปีนี้เราจะเน้นหนักมากขึ้นในกลุ่ม Gen Z โดยสื่อสารโปรโมชั่นและ 'พริวิเลจ' ผ่านช่องทาง IG , X และTikTok มากขึ้น”

ส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อินทนิลจะมี Seasonal Menu ทุก ๆ 2 เดือน เพื่อทำให้เกิด movement และมีทางเลือกสำหรับผู้บริโภคให้เข้ามาที่ร้านอินทนิลได้ทุกวัน รวมทั้งเน้นหนักในเรื่องของ Extra shot หรือ DIY ลูกค้าสามารถสร้างเมนูอินทนิลของตัวเองเช่นชาเขียวเติมโกโก้ช็อต ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจอย่างมาก รวมทั้งเมนูสุขภาพ Plant Base เข้ามารองรับลูกค้าที่ไม่ดื่มนมวัวด้วย

“ราคาของเรามีความใกล้กับผู้เล่นอื่นๆในโพชิชั่นเดียวกัน ค่าใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ราวๆ100บาทไม่รวมนอนดริ้งค์ ช่วงเวลาที่ลูกค้าหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ6-8 โมงเช้าและช่วงบ่ายต้นๆ ตอนนี้สัดส่วนนอนดริ้งค์ของอินทนิลอยู่ที่ประมาน20% เราคาดหวังเพิ่มสัดส่วนเป็น50% โดยเพิ่มโพรดักซ์ใหม่ๆที่พัฒนาร่วมกับ SME เช่นหมูปิ้งซึ่งตอนนี้นำร่อง 6-7 สาขาของแฟรนไชส์”

5. เทคโนโลยี สิ่งที่อินทนิลกำลังทำอยู่คือ “QR Smart Order” ไม่ว่าจะเป็น “สั่งที่รถรับที่ร้าน” “คุณสั่งเราส่ง” “สแกนสั่งเสริฟ” รวมถึงจ่ายเงินและในอนาคตจะนำ AI เข้ามาเสริมบริการในร้าน

“เราเชื่อว่าใน 5 กลยุทธ์นี้จะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของเราเติบโตอย่างยั่งยืน และทำให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมทำแฟรนไชส์กับเราได้รับความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งทำให้ผู้สนใจลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น”

ด้านนางสาวมยุรี ชุมดี หนึ่งในผู้ประกอบการจากร้านอินทนิล สาขาธีระ แกรนด์ เอสเตท โดยการบริหารงานของ บริษัทธีระ แกรนด์ เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่าธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเริ่มเข้าสู่ Sunset Industry อย่างไรก็ตามเชื่อว่า “บางจาก” จะเป็นธุรกิจแบรนด์สุดท้ายที่จะออกจากตลาดนี้ เพราะยังเห็นเส้นทางธุรกิจ เห็นเม็ดเงินการลงทุนสำหรับต่อยอดไปสู่การรองรับรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะเดียวกันหลังจากโควิดคลี่คลายลงผู้บริโภคมีความต้องการบริการแบบ One Stop Service ในสถานที่เดียวในเวลาที่จำกัด ดังนั้นการนำ “อินทนิล” เข้ามาในสถานีบริการน้ำมันจะเป็นการเรียกยอดขายในอีกทางหนึ่ง

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าติดแบรนด์อินทนิลยอดขายน้ำมันก็จะตามมาและลิ้งค์ไปยังสินค้าอื่นๆด้วย”

นอกจากนี้การตลาดของอินทนิลก็มีความเข้มข้นเห็นได้ว่าระยะหลังมีเมนูปั่นและน้ำผลไม้เข้ามา และเปิดโอกาสให้นำสินค้าโลวคอลมาขายในร้านได้เช่น ธีระ แกรนด์ เอสเตท ได้ครีเอทเมนูที่เกี่ยวกะทิ ข้าวต้มมัดและหมูปิ้งซึ่งโดนใจลูกค้าอย่างมาก โดยเฉพาะหมูปิ้งที่ทำกำไรให้สาขาไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นบาทต่อเดือน และภายในปี2568จะเพิ่มเมนูผลไม้สดและผลไม้สดปั่นเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ๆ

ขณะที่ภทิรา กุมุทพงษ์พาณิช และ ภาวัณ จูฑะพุทธิ ผู้ประกอบการจากร้านอินทนิล สาขาเลียบคลองรังสิต (คลอง 2) โดยการบริหารงานของบริษัท บุญเฮงถาวร จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่าภาพของร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันในอดีตส่วนมากเป็นการเข้าเติมน้ำมันและแวะซื้อกาแฟแบบ Take Home ไปดื่มในรถ ที่บ้านหรือที่ทำงาน แต่ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคใช้บริการร้านกาแฟเปลี่ยนไป ใช้เวลาในร้านนานขึ้น

ดังนั้น บุญเฮง จึงดีไชน์ให้ร้านกาแฟอินทนิล สาขาเลียบคลองรังสิต ให้เป็นจุดมีตติ้งพอยซ์ เป็นจุดนัดพบระหว่างเพื่อน เพื่อนร่วมงาน คู่ค้าแวะมาหาบรรยากาศใหม่ๆ

“เราต้องมีฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการลูกค้า เช่นห้องประชุม ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาจองเรื่อยๆหรือแม้แต่กระทั่งการนำอาร์ตทอยซึ่งเป็นเทรนด์ตอนนี้เข้ามาขายที่ร้านเพื่อดึงดูดให้ลูกค้า GEN ใหม่ๆเข้ามาที่ร้าน”

📌อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...