“ธีรรัตน์” ยันมีเตือนภัยน้ำท่วมใน จ.พะเยา ผ่านเสียงตามสาย ชี้ อพยพช้า เพราะน้ำมาเร็ว
“ธีรรัตน์” ยันมีเตือนภัยน้ำท่วมใน จ.พะเยา ผ่านเสียงตามสาย - แจง ม.พะเยา ไม่ได้รับแจ้งเตือนเหตุเป็นที่เอกชน - ชี้ อพยพช้า เพราะน้ำมาเร็ว ปชช.ไม่ได้เตรียมพร้อม บ้างเฝ้าดูสถานการณ์น้ำ
เวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงระบบเตือนภัยพิบัติในพื้นที่ จ.พะเยา ว่า ในพื้นที่มีการแจ้งเตือนแบบลายลักษณ์อักษร ที่ส่งเตือนการคาดการ ประเมินสถานการณ์ในเรื่องของฝน มรสุมที่กำลังจะมา จากการตรวจสอบและเช็คข้อมูลที่ส่งเข้ามาพบว่ามีการแจ้งเตือนจริง แต่จะเป็นรูปแบบที่เจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเสียงตามสาย ผ่านรถกระจายเสียง และประชาสัมพันธ์ให้ทราบผ่านคลื่นวิทยุ แต่ในพื้นที่ ม.พะเยา ที่เกิดเหตุน้ำท่วมนั้นเป็นพื้นที่ของเอกชน อาจจะไม่เข้าถึงการแจ้งเตือนในรูปแบบที่ทางราชการได้ลงพื้นที่ และมองว่าในอนาคตจะมีการแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการสัญญาณมือถือแล้ว ก็จะทำให้สามารถเตือนภัยผ่านมือถือได้ ขนาดนี้อยู่ในช่วงของการทำให้ระบบมีความพร้อม โดยสามารถทำได้เลยเพราะมีการเตรียมการตั้งแต่ที่ DE เป็นเจ้าภาพวางระบบเรื่องนี้ การทดลองแต่ละพื้นที่ แต่ต้องยอมรับว่าในวันดังกล่าวฝนถล่มในพื้นที่จังหวัดพะเยา ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนพักผ่อน ทำให้ประชาชนตกใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีน้ำจำนวนมาก ดังนั้นย้ำอีกครั้งว่ามีการแจ้งเตือน โดยระบบพร้อมอยู่แล้ว
สำหรับกรณีที่มีการอพยพช้านั้น นางสาวธีรรัตน์ ระบุว่า จะคล้านกับทุกพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนไปแล้ว แต่ประชาชนยังรอติดตามสถานการณ์ในเรื่องของฝน ปริมาณน้ำสะสมที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ประชาชนรอดูสถานการณ์หน้างานขณะนั้น และน้ำมาในช่วงพักผ่อน จึงทำให้ไม่ได้เตรียมความพร้อม
ในส่วนของการแบ่งงานจาก รมว.มหาดไทย ในสัดส่วนของตนนั้น มองว่าเหมาะสมหรือไม่ หลังมี สส.จากพรรคฝ่ายค้าน ออกมาวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม นางสาวธีรรัตน์ เผยว่า เรืาองการแบ่งงานเอาไว้ก่อน แต่วันนี้ตนได้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องน้ำท่วม ไม่ว่าจะอยู่ในการกำกับของใครืุกคนก็เข้ามาช่วยเหลือกันได้ ส่วนตัวก็จะทำหน้าที่ที่มีอยู่แล้วให้ดีที่สุด สำหรับการเยียวยานั้นจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ขณะนี้ ปภ.รับหน้าที่สำรวจความเสียหาย และจ่ายค่าชดเชย เยียวยาให้ประชาชน รวมถึงเข้าไปในพื้นที่ซึ่งขณะนี้บุคคลากรไม่เพียงพอ ภาคประชาชนสามารถที่จะเข้ามาช่วยเหลือกันได้บ้าง