5 หุ้นเด่นธีม Domestic Play เกาะติดการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ครึ่งปีหลัง 67
จากมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำหลายแห่ง ต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic Play จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึง GDP ไตรมาส 2/67 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
อีกทั้งการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่คาดว่าจะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นโยบายเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ความคืบหน้าของนโยบาย Digital Wallet ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำ 5 หุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่น่าสนใจ ได้แก่ CPALL, CPN, KBANK, AOT และ HMPRO
วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจบทวิเคราะห์ของกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
เริ่มจาก AOT บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วงปี 2567 บริษัทคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคน และปรับเป้าเพิ่มเป็น 140 ล้านคน โดยได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารและการขยายตัวของตลาด Duty Free ที่ทำให้รายได้รวมเติบโต ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 64 บาท เนื่องจากคาดว่าจะมีการปรับมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่เช่าในสนามบิน ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะอยู่ที่ 22,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเปิดสนามบินใหม่และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้โดยสาร
ถัดมา CPALL บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า คาดครึ่งหลังปี 2567 CPALL จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งอาจเพิ่มกำไรได้มากขึ้น แนะนำ "OUTPERFORM" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 77 บาทต่อหุ้น
ส่วน KBANK บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่ากำไรจะทรงตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล แต่ความเสี่ยงจากลูกหนี้ในกลุ่มพลังงานทดแทนยังคงจำกัด ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายต่ำ และมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานที่ 162 บาท พร้อม Div. Yield ที่ 5.4% จึงยังคงแนะนำ "ซื้อ"
ขณะที่ CPN บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ครึ่งหลังปี 2567 คาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 6 โครงการ และคาดว่าจะรับรู้รายได้จากงานค้างส่งมอบมูลค่า 5.3 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท แนะนำ "ซื้อ" CPN ด้วยราคาเป้าหมายที่ 83 บาทต่อหุ้น
สุดท้าย HMPRO บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทกำลังวางแผนฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเน้นกลยุทธ์หลักที่จะช่วยดันการเติบโตในอนาคต ได้แก่ การพัฒนาแบรนด์สินค้า เพื่อลดแรงกดดันต่อกำไรขั้นต้น, ขยายสาขา Mega Home เพิ่มขึ้นเป็น 28 สาขาในปี 2567 จาก 24 สาขาในปีที่ผ่านมา, มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุม และเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลขายสูงสุดในไตรมาส 4/67 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของยอดขาย
แม้ว่าจะมีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2567 ลง 7% จากเดิม แต่ด้วยกลยุทธ์ฟื้นตัวที่ชัดเจนและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ยังคงคำแนะนำ "Outperform" โดยมี Upside จากราคาเป้าหมาย 10.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาวของ HMPRO