โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หนี้ครัวเรือนไทยขึ้นต่อ แม้สัดส่วนต่อจีดีพีชะลอลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 06 ต.ค. 2564 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2564 เวลา 06.04 น.
household-debt

ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 2/64 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.27 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% ต่อจีดีพี ชะลอลงจากระดับ 90.6% ต่อจีดีพีในไตรมาส 1/64 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี  เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงดังกล่าวเติบโตขึ้นในอัตราที่มากกว่าหนี้ครัวเรือน ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่ชะลอลงน่าจะเป็นภาวะชั่วคราว และไม่ได้สะท้อนว่าหนี้สินภาคครัวเรือนมีความน่ากังวลลดลง ทั้งนี้ หนี้สินของครัวเรือนที่ขยับขึ้นประมาณ 1.36 แสนล้านบาทในไตรมาส 2/64  เป็นผลมาจากการเร่งขึ้นของหนี้รายย่อย 2 ส่วน ได้แก่หนี้เพื่อที่อยู่อาศัยและหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันเป็นสำคัญ   สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 64 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยจะกลับมาเร่งสูงขึ้น  โดยอาจขยับขึ้นเข้าใกล้กรอบบนของตัวเลขประมาณการหนี้ครัวเรือน ซึ่งคาดการณ์ไว้ในช่วง 90-92% ต่อจีดีพี เนื่องจากหนี้สินของภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และครัวเรือนบางส่วนอาจก่อหนี้เพิ่มในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/64 ทั้งนี้ การทยอยคลายล็อกมาตรการ ความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนและแนวทางการเปิดประเทศมากขึ้น น่าจะทยอยส่งผลดีต่อภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์รายได้ของภาคครัวเรือนในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับว่าความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้รายย่อยหลายกลุ่ม อาจยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ทันทีในภายปีนี้ 
ทั้งนี้ จากการผลสำรวจภาวะหนี้สินและการออมของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงไตรมาสที่ 2/64 พบว่า ลูกหนี้ส่วนใหญ่ประมาณ 62.8% สนใจสมัครเข้ามาตรการช่วยเหลือของสถาบันการเงิน ขณะที่มาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินที่ตรงใจลูกหนี้มากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นการพักชำระหนี้ (50.4%) รองลงมาได้แก่ การลดยอดผ่อน+ยืดหนี้ให้ยาวขึ้น (20.3%) ลดค่างวด (16.0%) และรวมหนี้กับสินเชื่ออื่นเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (9.8%) ตามลำดับ โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรการกลุ่มหลังๆ นี้ล้วนเป็นมาตรการที่ช่วยปรับภาระหนี้ของลูกหนี้ให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับความสามารถในการหารายได้ในปัจจุบัน 
ดังนั้น ประเด็นสำคัญในช่วงหลังจากนี้ก็คือการเร่งเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงสภาพคล่อง และปรับโครงสร้างหนี้เพื่อประคองไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPLs  โดยขณะนี้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ธปท. ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินอื่นๆ คงอยู่ระหว่างเตรียมประเมินความเหมาะสมของมาตรการ ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ และสถานะของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้สามารถเดินหน้าในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับลูกหนี้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในท้ายที่สุดย่อมเป็นผลดีต่อทั้งตัวลูกหนี้และสถาบันการเงินเจ้าหนี้   

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...