โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย เดือนพ.ย. ติดลบ 2.6% ดิวิเดนท์ยีลด์ 3.34 % สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเอเชีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ธ.ค. 2567 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2567 เวลา 09.48 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยดัชนี หุ้นไทย เดือน พ.ย. ติดลบ 2.6% ทิศทางเดียวกับภูมิภาค ดิวิเดนท์ยีลด์ 3.34% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งอยู่ที่ 3.10%

วันที่ 12 ธ.ค. 2567 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ได้สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ Bitcoin ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นนักวิเคราะแสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายด้านการค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้น หากทรัมป์ดำเนินนโยบายกำแพงภาษีกับจีนรุนแรงตามที่หาเสียงอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้เงินลงทุนบางส่วนย้ายไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย

ซึ่งหากการกีดกันการค้าทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลงช้ากว่าคาด มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะต้องเลื่อนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสูงไปอีกสักระยะ ซึ่งนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากกว่าที่คาดการณ์อาจส่งผลกระทบต่อความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า หากพิจารณาช่วงทรัมป์ 1.0 ในปี 2560 เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งกว่าปัจจุบัน สังเกตจากการเติบโตของ GDP และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/67 ขยายตัว 3.0% ทำให้ GDP โดยรวม 9 เดือนแรกปี 2567 ขยายตัว 2.3% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อีกทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ปรับเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2467 ไปอยู่ที่ 2.6% จากการเพิ่มขึ้นของการส่งออก ท่องที่ยว และการลงทุนภาครัฐ

ขณะที่บริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2567 มีรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวจากปีก่อน แต่ราคาน้ำมันและส่วนต่างค่าการกลั่นปรับลดลงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและปิโตรเคมีกำไรสุทธิลดลง

สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือน พ.ย.67

ณ สิ้นเดือน พ.ย.67 SET Index ปิดที่ 1,427.54 จุด ลดลง 2.6% จากสิ้นเดือน ต.ค.2567 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน พ.ย.67 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 0.8%

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 มีเพียงกลุ่มเดียว ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 44,256 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากเดือน พ.ย.2566 ขณะที่ใน 11 เดือนแรกของปีนี้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 47,045 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“อย่างไรก็ตาม เห็นสัญญาณเกี่ยวกับมูลค่าการซื้อขายผู้ลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 10% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมดสองเดือนติดต่อกัน”

ในเดือนพ.ย.มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET จำนวน 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ (SNPS) และใน mai 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ (MPJ) บมจ. อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง (IROYAL)

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือน พ.ย.2567 อยู่ที่ระดับ 16.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.6 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 19.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทน(Divided Yield)ณ สิ้นเดือน พ.ย.2567 อยู่ที่ระดับ 3.34% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.10%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือน พ.ย.67 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 487,638 สัญญา ลดลง 4.2% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และในช่วง 11 เดือนแรกของปี 67 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 479,145 สัญญา ลดลง 10.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...