ดาราสาว ย้อนเล่าอาการป่วยคุณแม่ หนักถึงขั้นหมอบอกให้ทำใจ
The Bangkok Insight
อัพเดต 01 ก.พ. 2568 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2568 เวลา 02.52 น. • The Bangkok Insightโบว์ เบญจวรรณ ย้อนเล่าอาการป่วยคุณแม่ หนักถึงขั้นหมอบอกให้ทำใจ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow
ออกมาเปิดใจสำหรับสาว “โบว์ เบญจวรรณ” ที่ได้มาย้อนเล่าอาการป่วยของคุณแม่ที่คุณหมอเคยบอกให้ทำใจ แต่ล่าสุดตอนนี้คุณแม่กลับมาแข็งแรง พร้อมอัปเดตสภาพจิตใจที่ตอนนี้มีหนุ่มคนใหม่แล้วหรือยัง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ หนิง ปณิตา รับหน้าที่เป็นพิธีกร
- ภาพเซ็ตนี้ ‘ใหม่ ดาวิกา’ ทำไฟลุกมาก เห็นแล้วต้องรีบกดไลก์เลย!
- เริ่มเลอ! ลีน่า-หมิว แค่ Pilot แรกก็กลายเป็นคู่ขวัญใจชาวแซฟฟิก
- ลูกเกด เมทินี เผยสภาพจิตใจ ซาบีน่า หลังเลิก อนัน อันวา
โบว์ เบญจวรรณ ย้อนเล่าอาการป่วยคุณแม่ หนักถึงขั้นหมอบอกให้ทำใจ
รีวิวชีวิตช่วงนี้ อัปเดตให้ฟังหน่อย?
โบว์ : สั้น ๆ ก็แฮปปี้ (หัวเราะ) โบว์ว่าตอนนี้โบว์อยู่ในจุดที่โบว์แฮปปี้มากๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเอง เรื่องของสุขภาพทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว มันอยู่จุดที่ลงตัวทั้งหมด และดีไปหมดเลย โบว์ว่าก่อนหน้านี้มันจะมีเหตุการณ์ หลายๆ เหตุการณ์ ให้คนใกล้ตัวโบว์ได้รับผลกระทบ เช่นเรื่องของสภาพจิตใจและร่างกาย ก็คือมันกระทบหลายส่วน แต่พอมาถึงวันนี้โบว์รู้สึกว่าทุกคนรอบตัวก็ได้รับพลังงานดีๆไปด้วย
แต่ก่อนหน้ามีปัญหาสุขภาพของคุณแม่ที่ต้องรับมือมันยากลำบากมาก?
โบว์ : ใช่ค่ะ เวลาหลายๆ คนเจอเรื่องในครอบครัวครอบครัวมันจะค่อนข้างกระทบหนักกว่าเรื่องอื่น ซึ่งเรื่องอื่นจะเป็นเรื่องรองในทันที คุณแม่โบว์ทำการผ่าตัดมาเมื่อห้าปีที่แล้ว มาจากอาการคลื่นไส้ พอไปตรวจก็พบว่าเป็นอาการของตับอ่อนอักเสบแล้วคุณแม่ก็แอดมิดที่ไอซียู 12 วัน พอเหมือนมาเจอปุ๊บก็อยู่ในสภาวะวิกฤตเลย ต้องมีการผ่าตัด แต่ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที เนื่องจากคุณหมอใช้คำว่าต้องขุนร่างกายคุณแม่ให้แข็งแรงก่อน ตอนที่เจอคุณแม่อายุ 70 สำหรับถ้าผ่าตัดก็ถือว่าท่านอายุเยอะ
มีสัญญาณไหมคะว่าคุณแม่ป่วย?
โบว์ : ไม่มีค่ะ แต่คุณแม่จะชอบบ่นเรื่องการปวดท้อง เราก็คิดว่ามันมาจากการที่เค้ากินเผ็ด กินอาหารที่ไม่ได้มีประโยชน์มากแกงกะทิของมัน ก็ไปเช็คอัพเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เจอ แต่พอมันมามันก็มาทีเดียวมาหนัก
ในระยะเวลาที่ต้องขนคุณแม่ให้แข็งแรงใช้เวลาเท่าไหร่ ?
โบว์ : 1 เดือน คือนอนอยู่โรงพยาบาลยาว ๆ เราต้องลุ้นอยู่ตลอดคอยเช็คอัพทุกวันกับทางโรงพยาบาล พอวันที่คุณแม่พร้อมแล้วก็ผ่าตัดใหญ่ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ผ่าตัดลำไส้ใหม่เลย คือตอนนี้คุณแม่ตับอ่อนเหลือแค่ครึ่งเดียวเพราะมันไหม้ และไปกระทบอวัยวะส่วนอื่น มันเหมือนน้ำกรดก็เลยมีการผ่าตัดลำไส้ ลำไส้อ่อนก็ถูกตัดทิ้งไป เหลือแต่ลำไส้เล็กคุณแม่ก็ไม่สามารถย่อยอาหารในกระเพราะได้เอง ตอนนี้เลยย่อยอาหารในลำไส้เล็ก ตอนนั้นก็ลุ้น
ช่วงแรก ๆ โบว์จะอยู่กับพี่ชาย ก็จะมีอาจารย์แพทย์เข้าไปหนึ่งท่านเพราะ 3 ชั่วโมงก็จะมีเข้าไปอีกหนึ่งท่านเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายก็โอเค แต่ที่รู้สึกว่าหนักหนักคือแผลไม่สามารถที่จะปิดได้ เผื่อมีการติดเชื้อก็เลยต้องเปิดไว้ แล้วก็ทำแผลทุกวัน โอกาสเสี่ยงติดเชื้อเยอะมาก ตอนนั้นโบว์แทบจะอยู่ที่นั่นตลอดเลย เป็นช่วงโควิดด้วย จะอยู่ 5 วันและสลับกับพี่ชายเสาร์-อาทิตย์ ตอนนั้นที่ใครเข้ามาก็ต้องตรวจก่อน
เห็นว่ามีสถานการณ์ตัวชาเพราะคุณหมอบอกว่าให้ทำใจ ?
โบว์ : คุณหมอบอกให้ทำใจวันเว้นวันเลย ตามสภาพอาการ คือวันไหนที่คุณแม่ไม่มีไข้แสดงว่าไม่มีการอักเสบเกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสที่จะหายไว แต่ถ้าวันไหนมีไข้ ความดันสูง คุณหมอก็จะบอกว่าให้ทำใจเพราะการอักเสบอาจติดเชื้อได้ คุณหมอเรียกคุยเลยตอนนั้นถ้าอยู่ในสภาวะที่ ให้ยาไม่ได้แล้ว จะปั๊มไหม หรือจะให้ค่อย ๆ ชัตดาวน์ไปทีละระบบ ก็เลยให้ไปคุยกับแม่เลยเพราะมันการตัดสินใจของเค้า เราไม่รู้ว่าเค้าทรมานขนาดไหน ถามว่าเราอยากให้เขาอยู่ไหม เราอยากให้เขาอยู่ แต่ไม่อยากให้ดันทุลังเลยให้คุณหมอไปถามคุณแม่เอง
แล้วคุณแม่ตอบคุณหมอหมอว่ายังไง ?
โบว์ : ไม่ต้องปั๊ม ตอนที่ได้ยินเราก็อึ้งเหมือนกัน แต่เราก็ให้เกียรติในการตัดสินใจของแม่เพราะเราเห็นเค้าทรมาน โบว์แค่รู้สึกว่าถ้าปล่อยให้เค้าทรมาน ถึงขั้นเจาะนั่นตัดนี่ น่าจะยิ่งทรมานมากกว่า ก็เลยให้คุณแม่ตัดสินใจ
เห็นว่าหลังจากผ่าตัดใหญ่ครั้งนั้นก็ยังมีผ่าตัดย่อยอยู่อีก ?
โบว์ : ก็นั่นแหละค่ะ 5 เดือนที่โรงพยาบาลนั้น ก็มีต้องเจาะนั่นเจาะนี่ เอาน้ำหนองที่ออก ก็จะมีการผ่าตัดเล็กๆน้อยๆ เบ็ดเสร็จก็จะใช้เวลา 5 เดือน วางยายาสลบคุณแม่ไปหลายรอบมาก ช่วงแรกคุณแม่ทานอาหารไม่ได้ต้องเจาะเส้นเลือดใหญ่เป็นภาพที่เราไม่อยากเห็นเลย เวลาคุณแม่ทานอาหารอะไรทานเสร็จก็จะอาเจียนต้องออกเพราะกระเพาะเค้ามีความผิดปกติมันมีการตัดต่อมันไม่ธรรมชาติกว่าที่ร่างกายจะปรับได้ก็ใช้เวลานาน คุณหมอให้คุณแม่กลับบ้านได้ก็ตอนที่อาเจียน
เอฟเฟคจากยาสลบมีอะไรบ้างถ้าเกิดได้รับบ่อยๆ?
โบว์ : สิ่งที่โบว์ ได้รับจากคุณแม่ก็คือแขนขาชา ลิ้นไม่รับรสกินอะไรก็ไม่อร่อย คุณแม่เป็นคนที่ชอบกินแซ่บและมาอยู่ในจุดที่กินอะไรก็ไม่อร่อย กินอะไรก็ไม่รับรู้รสชาติ หลังจากผ่านมาห้าเดือนคุณแม่เริ่มกลับมาทานได้ กลับมาเป็นปกติ
ในฐานะคุณแม่มีความท้อยังไงบ้างในการเป็นผู้ป่วย ?
โบว์ : เยอะพอตัว โบว์รู้สึกว่าเค้าทรมานที่เขาไม่สามารถขยับตัว ทำอะไรได้เหมือนเมื่อก่อน ไม่สามารถได้อย่างที่ต้องการ ต้องเข้าใจก่อนว่าคุณแม่นอนอยู่ห้าเดือนน้ำหนักหายไป 17 กิโล ขาลีบกว่าจะเดินได้ต้องมีวอล์กเกอร์ไม้เท้า เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งาน จากที่เดินช้อปปิ้งได้เดินสวนได้กลับทำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกถึงความความหงุดหงิดของเค้า มีความสู้แหละ แต่มันก็จะมีความท้อเวลาหงุดหงิดก็จะส่งผลต่อคนรอบตัวเหมือนกัน ซึ่งต้องมีความพยายามทำความเข้าใจเขามาก ๆ
มีคำพูดของคุณแม่คำนึงที่โบว์บอกว่าจุกที่สุด ?
โบว์ : แม่ใช้คำพูดกับโบว์ว่าแบบ ถ้าไม่มีแม่แล้วพวกหนูสบายกว่าไหม แม่เป็นภาระพวกหนูไหม คือเราเห็นในความท้อของเค้าเค้าเหมือนไม่สบายตัวทำอะไรไม่ได้เหมือนแต่ก่อนต้องให้ลูกๆ ดูแลเขา ก็เลยคุยกับพี่ชายว่าหลังจากนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีการคุยกับคุณแม่ ว่าให้เค้ารู้ว่าเราอยากมีเค้า ต่อให้เราทำงานหนักแค่ไหนเราก็อยากกลับมาเห็นคุณแม่ยิ้ม ยังอยากกลับมาเห็นเค้ากินข้าวได้ โบว์ว่ามันเป็นกำลังใจของเรามากๆ
อย่างการเปลี่ยนคำพูดก่อนหน้านี้คือเราคุยกับเค้ายังไง เปลี่ยนยังไง?
โบว์ : คือเราจะสังเกตตัวเองว่าเราหงุดหงิดง่าย โบว์หงุดหงิดกับคำพูดของคุณแม่ แบบแม่ชอบพูดว่าแม่ไม่อยากอยู่แล้ว เราก็จะแบบว่าทำไมแม่คิดอย่างนั้นทำไมแม่ถึงมองว่าหนูไม่เห็นค่าของแม่ หนูก็จะบอกแม่ว่าถึงหนูจะทำงานแค่ไหนหนูก็ยังอยากเห็นแม่ยิ้มอยู่ อยากให้แม่เห็นหนูสำเร็จนะ อันนั้นคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของหนูคือการที่แม่กินได้ เพราะฉะนั้นหนูอยากให้แม่ตั้งใจและเต็มที่ ๆ จะพยายาม ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องไปเจอคุณหมอกี่รอบ
ซึ่งหลังผ่าตัดเราเห็นแล้วล่ะ เราก็รู้ว่าเราต้องใช้ความรักกับเขามากๆ ก็บอกเขาว่าแม่เป็นส่วนเกิน แม่ไม่ใช่ภาระ แม่คือนัมเบอร์วันในชีวิตหนู เพราะฉะนั้นอย่าน้อยใจ ถ้าบางทีเรายุ่งเรื่องงาน ที่หนูยุ่งเรื่องงานก็เพราะว่าทำเพื่อแม่ ก็อธิบายด้วยความรู้สึกของเราจริงๆ บางทีเราก็ไม่ได้พูดตรงกับใจ แต่เราจะมีทิฏฐิอีโก้ ฉันก็ไม่อยากจะพูดหมดอ่ะเดี๋ยวเธอได้ใจ แต่พอมาถึงจุดๆ หนึ่ง พูดเถอะก่อนที่จะมีโอกาสได้พูด ในเมื่อเรารักก็แสดงออก ถ้าอยากให้เขารับรู้เราก็บอก
เค้าดีขึ้นไหม ?
โบว์ : ดีขึ้น เหมือนกับเราคุยกับเขาเรื่อยๆ เค้าบอกว่าเค้าอยากจะตั้งใจอยู่ บอกว่าเค้าแข็งแรงขึ้นแล้ว เขาก็เปิดใจมากขึ้นในการดูแลตัวเอง สุดท้ายก็อยู่ที่โรงพยาบาลไป 5 เดือนแล้วก็กลับมาอยู่บ้าน
หลังจากกลับมาบ้าน คุณแม่ไม่อยากกลับไปโรงพยาบาลอีกเลยเพราะมีอาการแพนิค ?
โบว์ : ใช่ค่ะ คือเค้าจะต้องไปรีเช็คทุกเดือน แต่พอถึงเวลาไปคุณแม่ก็จะคิ้วขมวดละ กลัวคุณหมอจะตรวจพบอะไร แล้วต้องอยู่โรงพยาบาลอีก อีกอันที่โบว์ไม่เข้าใจเลยคือเรามีตัวอย่างแล้วไง ถ้าเราไม่ได้ไปเช็คอัพมันเลยเป็นหนัก ก็เลยคิดว่าถ้าคุณแม่ เป็นอะไรนิดๆหน่อยๆ แม่ต้องบอกนะจะได้ไปตรวจจะได้ไม่ต้องนอน กลายเป็นว่าเค้าเลี่ยงที่จะบอกบอกอีกทีคือตอนหายแล้ว แบบว่าอาทิตย์ที่แล้วแม่เป็นไข้นะ อ้าว.. ตอนไหน แม่ไม่ได้บอกหนูกลัวหนูเป็นห่วง หลังจากนั้นเราก็เริ่มเสิชหา
พาคุณแม่ไปทำโปรแกรมที่ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงมากขึ้น ที่ชวนไปก็ไม่อยากไปสีหน้าไม่ดี แต่พอผ่านไปครั้งแรกก็ถามว่าทำแค่นี้เองหรอ แค่นอน 1 ชั่วโมง รักษา เค้าก็บอกว่าแค่นี้แม่โอเค พอทำไปซักระยะหนึ่งคุณแม่เริ่มกระปรี้กระเปร่าแข็งแรงสดใสมีเลือดฝาดบนหน้า คุณแม่ก็เริ่มอยากจะไปเดินช้อปปิ้งตรงนั้นตรงนี้ไปตลาดอยากไปเที่ยวทะเลเค้าเริ่มมีความต้องการ เริ่มอยากทำกิจกรรม จากที่เมื่อก่อนชวนไปไหนก็จะบอกว่าไม่ไหวพยายามเลี่ยง ๆ ไป
แม่มีเป้าหมายหลักอยากเห็นลูกสาวแต่งงาน?
โบว์: ก็ส่วนนึงค่ะ โบว์ว่าผู้ใหญ่ทุกคนแหละ มันอยู่ในจุดหนึ่งที่อยากเห็นลูกสาวแฮปปี้ เพราะว่าเราพาคุณแม่ไปงานแต่งของเพื่อนๆ เยอะ เค้าก็บอกว่าอยากเห็นหนูใส่ชุดบ้างจัง จะบอกคุณแม่อยู่เสมอว่าแม่ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้ในอนาคตจะมีหรือไม่มีหนูอยู่ได้หนูมีเวย์ของหนู ถ้ามีคู่หนูก็จะมีเวย์นี้ แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นอีเวย์นึง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเครียดและไม่ต้องห่วง ถ้ามีแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน
- เฮลั่น! นักร้องหนุ่มชื่อดัง ประกาศข่าวดี ภรรยาตั้งท้องลูกคนที่ 2
- ปุ้ย L.กฮ. น่ารักมาก เปิดคลิปใช้จักรเย็บกระโปรงให้ ลำไย ไหทองคำ
- แอริน ยุกตะทัต ใจจะขาด! ลูกชายวัย 3 เดือน ต้องเข้าผ่าตัดครั้งแรก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘กรรชัย’ พร้อมสวนตับแตก หากได้รับหมายเรียก หลัง ‘ฟิล์ม’ แจ้งความ
- ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ดีใจร่วมเฟรม จางหลิงเฮ่อ หลังบินไปรับรางวัลที่จีน
- วันจอแตก! แอน สิเรียม-เข็ม ลภัสรดา-แอน วาสนา ขึ้นสังเวียนประชันฝีปาก
ติดตามเราได้ที่