โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ข้าวไทยปี 2568 หืดจับ ชาวนาขอรัฐอุดหนุนไร่ละพัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 00.11 น.

ผู้ส่งออกข้าว ประเมินส่งออกข้าวไทยปี 2568 คาดหวังแตะที่ 7 ล้านตัน จากปีนี้คาดว่าได้ 9.5 ล้านตัน เหตุจากอินเดียกลับมาส่งออกข้าว คาดว่าปีหน้าผลผลิตได้เฉลี่ย 142 ล้านตันข้าวเปลือก สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ตลาดข้าวปีหน้าแข่งขันดุเดือด ราคามีสิทธิร่วง นบข.ประชุมนัดแรก 8 พ.ย.นี้ จับตามาตรการช่วยเหลือชาวนา ด้านชาวนาร้องมาตรการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2567 สมาคมจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามภาวะผลผลิตข้าวนาปี 2567/2568 พร้อมกับประเมินภาวะตลาดการส่งออกข้าวของไทยในปี 2568 ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสีรับรู้ ว่าการส่งออกข้าวไทยปีหน้าจะเหนื่อยมากขึ้น ทั้งเรื่องราคาที่จะแข่งขันสูง และปริมาณข้าวในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น คาดการณ์อยู่ที่ 530 ล้านตัน จากปี 2567 อยู่ที่ 521 ล้านตัน

โดยทำให้คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวปีหน้าได้แค่ 7 ล้านตัน จากปี 2567 อยู่ที่ 9.5 ล้านตัน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากอินเดียมีผลผลิตสูงเป็นประวัติการณ์ คาดว่าอยู่ที่ 142 ล้านตัน ทำให้อินเดียกลับมาส่งออกข้าว หลังแบนไม่ส่งออกข้าวเกือบ 3 ปี รวมไปถึงประเทศผู้ผลิตข้าวอื่น ๆ และไทย ซึ่งคาดว่าปีนี้น่าจะมากกว่า 21 ล้านตัน

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

“จากภาวะตลาดข้าวตอนนี้ ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับลดลง โดยอินเดียราคาข้าวขาวเฉลี่ย 440 เหรียญสหรัฐต่อตัน ไทย 485 เหรียญต่อตัน นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะลดลงและจะทำให้การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าปีหน้าจะนำเข้าข้าวลดลง เช่น มาเลเซีย จากปีนี้นำเข้า 1.8 ล้านตัน แต่ปีหน้าคาดว่าอยู่ที่ 1.5 ล้านตัน อินโดนีเซีย ปีนี้ 4 ล้านตัน ปีหน้า 1.5 ล้านตัน อิรัก ปีนี้ 2.2 ล้านตัน ปีหน้า 1.9 ล้านตัน จะมีแค่พิลิปปินส์ที่คาดว่าจะนำเข้าเพิ่มปีหน้า 4.7 ล้านตัน เพราะในประเทศเจอพายุกระทบต่อผลผลิตจึงต้องนำเข้าเพิ่ม”

รายงานข่าวระบุว่า ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยจะมี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ซึ่งมีวาระการประชุม อาทิ การติดตามสถานการณ์ข้าวโลก ข้าวไทย ความคืบหน้าผลการดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2566/2567

รวมไปถึงการพิจารณาออกมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2567/2568 โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีการผลิต โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก และการขอทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

อย่างไรก็ดี นายวิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุม นบข. กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้เตรียมเสนอมาตรการชะลอผลผลิตที่จะออกกระจุกตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 เพราะขณะนี้เกษตรกรเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกหอมมะลิ กข15 มาจำหน่าย โดยเป็นข้าวเกี่ยวสด ความชื้นประมาณ 25% สหกรณ์รับซื้ออยู่ที่ 12,500 บาท/ตัน คิดเป็นข้าวแห้งประมาณ 14,700 บาท/ตัน ซึ่งถือว่าราคายังอยู่ในเกณฑ์ดี

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า สมาคมจะเสนอให้ที่ประชุม นบข.พิจารณาโครงการเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท ตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องจากเวลานี้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ 7,000-8,000 บาทต่อตันเท่านั้น จากก่อนหน้าที่ขายได้ 10,000-13,000 บาทต่อตัน

ส่วนการพิจารณาโครงการปุ๋ยและชีวภัณฑ์คนละครึ่ง งบฯกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมจะมีการพิจารณาทบทวนโครงการ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่สิ่งที่ชาวนาต้องการมากที่สุด คือ โครงการไร่ละ 1,000 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข้าวไทยปี 2568 หืดจับ ชาวนาขอรัฐอุดหนุนไร่ละพัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...