โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

POLY ผู้นำธุรกิจการขึ้นรูปชิ้นส่วนยาง ซิลิโคน และพลาสติก ขับเคลื่อน-พัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย สู่การสร้าง New S-curve เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

Wealthy Thai

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2567 เวลา 02.29 น.

หากจะกล่าวถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานมากกว่า 20 ปี และยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งกว่านั้นคือการต่อยอดไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่สามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายในการดำเนินธุรกิจจนกลายเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เห็นจะหนีไม่พ้น บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY
โดยการเดินทางด้านธุรกิจของ POLYเริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ ต่อมาได้มีการขยายขอบเขตไปยังอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ล่าสุดได้ขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเน้นไปที่การใช้นวัตกรรมในการผลิตสินค้าที่จะทำให้มีคู่แข่งขันน้อยราย และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง ส่งผลให้บริษัทฯ กลายเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแบบครบวงจร
ทั้งนี้ ปัจจุบัน POLYประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มหลักด้วยกัน ได้แก่

1.อุตสาหกรรมยานยนต์ สามารถแบ่งตามองค์ประกอบชิ้นส่วนได้ 2 ประเภท คือ ชิ้นส่วนภายในและชิ้นส่วนภายนอก อาทิ ไฟหน้า ไฟท้าย กล่องร้อยสายไฟ ตกแต่งภายใน ชิ้นส่วนความปลอดภัย จุกถุงลมนิรภัย ช่องแอร์ ดุมล้อ (เป็น OEM ให้กับโตโยต้า และฟอร์ด)
ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับงานเพิ่มเติมในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนซิลิโคนและชิ้นส่วนพลาสติกให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ด้านธุรกิจชุดสายไฟสำหรับรถยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ ภายในไตรมาส 1-2 ปี 2568
2.สินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนประเภทยาง ซิลิโคน และพลาสติก อาทิ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า จุกยางระบายน้ำหม้อหุงข้าว บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากซิลิโคน ชิ้นส่วนอุปกรณ์กีฬา ชิ้นส่วนกันน้ำในระบบแสงสว่างเอาท์ดอร์ เป็นต้น
โดยโอกาสในธุรกิจกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค คาดว่าจะได้เห็นความร่วมมือระหว่าง POLY และแบรนด์ดังหรือแบรนด์ระดับโลกเพื่อดึงดูดคำสั่งซื้อปริมาณสูงด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น
3.เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนประเภทซิลิโคน และพลาสติก อาทิ อุปกรณ์ให้สารละลายทางเลือด อุปกรณ์ช่วยในการมีบุตร รวมถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับช่วยในการผ่าตัดต่างๆ เป็นต้น
โดยกลุ่มธุรกิจเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ POLYได้เริ่มผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์การเก็บเลือด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนในการผลิตสูง โดยคำสั่งซื้อจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแผนการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้ารายใหม่ๆ ผ่านการออกงาน Exhibition และ Medical Fair ต่างๆ ในฐานะผู้ผลิตที่มีนวัตกรรมและมาตรฐานสูง
นอกจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวแล้ว POLY ยังได้กระจายรายได้ไปยังหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง และสร้าง New S-curve ในอนาคต โดยล่าสุดได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ในกลุ่มไฟฟ้าเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันได้รับ License สำหรับการผลิตสินค้าดังกล่าวแล้วจากบริษัทคู่ค้าในต่างประเทศ ที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่จะช่วยหนุนการเติบโตให้กับบริษัทฯ ต่อไปในอนาคต
ส่วนในแง่ของผลการดำเนินงาน ในไตรมาส 3/67 POLYมีรายได้จากการขายและบริการรวม 253ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและบริการรวม 245ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท เติบโตขึ้น 53.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 37ล้านบาท เป็นผลมาจากกลยุทธ์การสร้าง New S-curve โดยรุกพัฒนานวัตกรรมสินค้าในกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง ส่งผลให้ยังมีการเติบโตของกำไรสุทธิที่ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เติบโตช้า
ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน (มกราคม-กันยายน) ปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 727ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและบริการรวม 720ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 150.4 ล้านบาท เติบโต 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.1 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นสูงถึง 215.8 ล้านบาท เติบโตถึง 31.5% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 30% โดยเป็นผลจากรายได้ของกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรที่ดีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ประกอบกับสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความซับซ้อนในการผลิตสูงและมีคู่แข่งน้อยราย และเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้ใหญ่ที่สุด ก็มีอัตรากำไรที่สูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านต้นทุนจากการดำเนินงานที่ลดลง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน POLY มีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive) 61.9% กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer) 18.6% และกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical) 19.5% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงที่สุดและมีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.7%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...