โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มิติใหม่วงการเงินกู้ สาวเมืองนนท์โอด เจ้าหนี้บังคับจ่ายดอกเบี้ยเป็นหมูกระทะแทน

สวพ.FM91

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 21.52 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 21.52 น.

มิติใหม่วงการเงินกู้ สาวเมืองนนท์โอด เจ้าหนี้บังคับจ่ายดอกเบี้ยเป็นหมูกระทะแทน

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 มี.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือ จาก น.ส. นก (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ทายาทเจ้าของหมูกระทะชื่อดังของจังหวัดนนทบุรี ว่าหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิดมาตนได้ไปกู้เงินนอกระบบมาจำนวน 80,000 บาท คิดดอกเบี้ยลอยตกเป็นเงินวันละ 1,600 บาท ซึ่งตนต้องส่งดอกมานานครึ่งปีกว่ารวมเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 150,000 บาท จนตอนนี้ตนไม่สามารถส่งดอกเบี้ยรายวันได้ไหวอีกต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี คนสั่งน้อยลง และหันไปกินร้านเฟรนไซส์ที่ผุดขึ้นในตอนนี้กันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ธุรกิจหมูกระทะของตนขายไม่ดี จนตนต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาใช้พยุงธุรกิจและค่ากินค่าใช้จ่ายในครอบครัว

น.ส.นก กล่าวว่า หลังธุรกิจเริ่มไม่ดี ตนได้พยายามติดต่อกับทางเจ้าหนี้เพื่อขอหยุดส่งดอกเบี้ยรายวันแต่เจ้าหนี้ไม่ยินยอม เขาบอกว่าจะยอมลดดอกเบี้ยรายวันที่ต้องเก็บวันละ 1,600 บาท เหลือวันละ 1,000 บาทแทน แต่ตนจะต้องส่งชุดหมูกระทะ 1 ชุดใหญ่ทดแทนเงินในส่วนที่ขาดไป ซึ่งราคาชุดหมูกระทะชุดใหญ่ของตนราคาก็อยู่ที่ 520 บาทแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ลูกน้องเจ้าหนี้ก็ขี่รถ จยย.มารับชุดหมูกระทะถึงที่หน้าบ้านตน ตามที่เขาบอกไว้จริง ๆ ตนจึงอยากขอความวิงวอนให้หน่วยงานรัฐช่วยมาเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ให้กับตนที เพราะตนเองจนปัญญาที่จะหาทางออกแล้ว อยากให้ทางเจ้าหนี้ลดเงินต้นให้กับตนบ้าง หลังจากส่งแต่ดอกเบี้ยไป 150,000 บาทแล้ว

น.ส.นก เปิดเผยว่า สำหรับหนี้ก้อนนี้ตนเริ่มกู้มาตั้งแต่เดือน พ.ค.66 เริ่มจากกู้ทีละ 10,000 บาท ปิดยอดพร้อมดอกเบี้ย แล้วก็กู้ใหม่ จนมาถึงเดือน พ.ย.66 ตนกู้มา 62,000 บาท โดยทำสัญญาเป็นการซื้อทองคำแทน พอขายของไม่ได้ก็กู้เพิ่มจนเป็นยอด 80,000 บาท คิดดอกร้อยละ 2 ต่อวัน เท่ากับร้อยละ 60 ต่อเดือน ทุกวันนี้ต้องส่งดอกเบี้ยวันละ 1,600 บาท ถ้ากรณีที่ตนไม่มีเงินส่งดอกทางเจ้าหนี้จะเข้ามายึดของในบ้าน ซึ่งเจ้าหนี้ได้หาทางออกให้ลดดอกเบี้ยให้เหลือวันละ 1,000 บาทพร้อมหมูกระทะ 1 ชุด ตนพยายามต่อรองแล้วเจ้าหนี้ไม่ยอม ให้ตนหยุดส่ง 3 วัน และให้เริ่มส่งใหม่ เป็นวันละ 1,000 บาทกับชุดหมูกระทะจนกว่าจะมีเงินต้นไปปิด ซึ่งเจ้าหนี้ได้ให้คนวิ่งมาเอาหมูกระทะชุด 520 บาท กรณีที่ตนไม่จ่ายดอกเบี้ยก็ไม่ได้ข่มขูเพียงแต่พูดว่าจะได้เห็นอีกบทบาทหนึ่งของเขาเท่านั้น ให้ไปแจ้งความก็ได้เขาไม่กลัว

น.ส.นก กล่าวต่อว่า เงินที่กู้มาส่วนใหญ่เอาไปใช้หมุนเวียนในการทำหมูกระทะและใช้จ่ายในบ้าน เพราะเนื่องจากตอนนี้หมูกระทะค่อนข้างซบเซา มีการแข่งขันในการค้าลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นมาจำนวนมาก ตอนนี้ตนก็กลัวถ้าไม่มีส่ง กลัวว่าจะเกิดการฆ่ากัน ส่วนเรื่องที่เขาเอาหมูกระทะไปแทนดอกเบี้ยที่ขาด ตนว่าสำหรับคนที่ไม่มีมันก็โหดร้ายเหมือนกัน ตนอยากขอประนอมหนี้และอยากส่งคืนเจ้าหนี้ แต่ตนไม่มีเงินก้อนไปคืน แต่ถ้านับดอกเบี่ยอย่างเดียวถึงวันนี้ตนส่งไปประมาณ 150,000 บาทได้

น.ส.นก กล่าวอีกว่า ตอนที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนในโครงการตลาดนัดแก้หนี้ ในช่วงนั้นตนมีปัญหารุมเร้าเยอะ คิดอะไรไม่ออกว่าจะไปทางไหน ตนจึงพยายามจะหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาเอง จนไม่ได้สนใจข่าวและไม่ได้เข้าร่วมในโครงการหนี้ จนกระทั่งตนได้พยายามพูดคุยเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรงเพื้อขอความเห็นใจผลัดผ่อนเรื่องการจ่ายค่าดอกเบี้ยรายวันแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมยังคงเก็บดอกเบี้ยวันละ 1,000 บาท พร้อมกับหมูกระทะชุดใหญ่ ชดเชยกับเงินในส่วนที่ขาด เรื่องนี้ตนยอมรับว่ามีส่วนผิดที่ไปกู้เงินเขามาด้วย แต่ตนในฐานะลูกหนี้ก็พยายามส่งดอกเบี้ยมาตลอดไม่เคยขาด แต่ตอนนี้มันหาจ่ายไปต่อไม่ได้จริงๆ แต่ทางเจ้าหนี้ก็ไม่ได้เห็นใจ เก็บดอกเบี้ยเป็นหมูกระทะก็เอา เหมือนไม่ได้ลดหนี้ให้ตนเลย ทำให้ตนก็เครียดเหมือนกัน ตนอยากหาเงินตนมาปิดแต่ไม่รู้จะหาจากทางไหน เจ้าหนี้ต้องการให้ตนหาเงินต้นมาปิดอย่างเดียวไม่งั้นก็ไม่ยอมลดดอกเบี้ยให้ ตนก็อยากขอความเห็นใจ เพราะตอนนี้ค้าขายก็ไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อน เศรษฐกิจก็ไม่ดีคนไม่มีเงินมาใช้จ่ายมากเหมือนเมื่อก่อน

ทั้งนี้ที่บ้านของ น.ส.นก ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเช่า เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น อาศัยกันอยู่ 4 คน คือตนเอง สามี น้องชายทำงานเป็นไรเดอร์ และพ่อขับรถแท็กซี่ โดยเช่าเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งบ้านหลังนี้ใช้เป็นที่จัดทำหมูกระทะแบบชุดเดลิเวอร์รี่ส่งขาย โดยชุดเล็กราคา 250 บาท ชุดกลางราคา 350 บาท และชุดใหญ่ราคา 520 บาท โดยครอบครัวนี้ทำธุรกิจหมูกระทะมาตั้งแต่ปี 2549 และถือเป็นเจ้าแรกในยุคบุกเบิกที่หมูกระทะกำลังเฟื่องฟูของจังหวัดนนทบุรี จนกระทั่งปี 2563 ประสบปัญหาสถานการณ์โควิดทำให้ยอดขายลดลง และยังเจอคู่แข่งขันรายใหม่จากธุรกิจสุกี้ ชาบูแบบเฟรนไชน์อีก จึงทำให้ยอดขายหมูกระทะตกลง จนในที่สุดต้องหันไปกู้เงินยืมเงินนอกระบบมาเป็นทุนหมุนเวียน

ในเบื้องต้นทางผู้สื่อข่าวได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ยหนี้ตามโครงการของรัฐบาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...