“City Fresh” ชื่อนี้คือ...ศูนย์รวมของคนรักผลไม้
“City Fresh” ชื่อนี้เป็นที่ยอมรับจากคู่ค้าที่เป็นค้าปลีกรายใหญ่และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำมาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศจากทั่วทุกมุมโลก ที่คร่ำหวอดในวงการมานานและถือเป็น “ท็อปไฟฟ์” ของวงการผลไม้อิมพอร์ต
ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วงศกร ฉัตรอมรวงศ์” กรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิตี้ เฟรช ฟรุ๊ต จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ 1 ใน 3 พี่น้องเจน 2 ที่ได้เข้ามารับช่วงธุรกิจจาก “สิทธิศักดิ์ ฉัตรอมรวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร ผู้เป็นพ่อผู้วางรากฐานธุรกิจ
ผลไม้นำเข้าโตต่อเนื่อง
“วงศกร” เริ่มการสนทนาด้วยการฉายภาพรวมตลาดผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศว่า ที่ผ่านมาตลาดผลไม้นำเข้าเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนในแง่ของมูลค่าอาจจะยังไม่มีใครรวบรวมตัวเลขที่ชัดเจนนักมีมากน้อยเพียงใด
ปัจจุบันคนไทยทานผลไม้ประมาณ 20 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่สหรัฐ หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 40 กิโลกรัม/คน/ปี หรือใกล้บ้านเราหน่อย อย่างสิงคโปร์ ประมาณ 30 กิโลกรัม/คน/ปี
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริโภคผลไม้ของคนไทยยังจะสามารถเติบโตไปได้อีก
ดึงผู้บริโภคใกล้ชิดแบรนด์
พร้อมกันนี้ “วงศกร” ยังอัพเดตการเปิดร้าน City Fresh Fruit Lovers’ Community (ซอยพัฒนเวศม์ สุขุมวิท 71 หรือซอยปรีดีพนมยงค์) ด้วยว่า …อย่างที่รู้กันดีว่า เดิมที ซิตี้ เฟรช เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้จากต่างประเทศ ที่ผ่านมาธุรกิจหลักจะโฟกัสอยู่ที่การส่งผลไม้ให้กับซูเปอร์มาร์เก็ต ค้าปลีกรายใหญ่
การเปิดร้านนี้ขึ้นมาเกิดจากความตั้งใจว่า อยากจะทำให้แบรนด์ซิตี้ เฟรช เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ค่อย ๆ เริ่มมีการทำธุรกิจตรงไปหาผู้บริโภค ด้วยการเริ่มขายผ่านออนไลน์ และค่อย ๆ ต่อยอดไปยังโซเชียลมีเดียอื่น ๆ จนพัฒนาเป็นอีคอมเมิร์ซ
และเมื่อปลายปี 2565 ที่ผ่านมา จึงลงทุนเปิดเป็นแฟลกชิป เพื่อให้ลูกค้าสามารถมาสัมผัสถึงความเป็นตัวตนของซิตี้ เฟรช และมีประสบการณ์กับสินค้าแบรนด์ซิตี้ เฟรช มากยิ่งขึ้น
โดยรูปแบบของร้าน นอกจากผลไม้ต่าง ๆ ที่บริษัทอิมพอร์ตเข้ามาแล้ว ยังมีการนำเอาผลไม้ต่าง ๆ มาทำเป็นโปรดักต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ทั้งสมูทตี้ น้ำผลไม้สกัดเย็น ผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบในการทำขนม ทำอาหาร เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ต่างไปจากผลไม้ปกติที่เคยซื้อไปทานที่บ้าน
ในร้าน (ชั้น 1) หลัก ๆ จะเน้นที่ตัวผลไม้สด เครื่องดื่มที่ทำจากผลไม้ ขนมหรือเบเกอรี่ที่ใช้ผลไม้เป็นวัตถุดิบ หรือเมนูอาหาร เช่น สลัด หรือ Toast ก็จะเน้นการใช้ผลไม้เป็นวัตถุดิบเช่นกัน ชั้น 2 เป็นพื้นที่ที่จะให้ลูกค้าสามารถมานั่งพักผ่อน หรือซื้อผลิตภัณฑ์จากชั้นล่างขึ้นมาทาน และชั้น 3 ตั้งใจไว้ว่าจะทำเป็น Chef’s Table ที่เน้นผลไม้นำเข้าเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำในช่วงไตรมาส 2 นี้
ถึงวันนี้ ในแง่ผลตอบรับถือว่าค่อนข้างดี กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาในร้านหลัก ๆ จะเป็นกลุ่มคนทานผลไม้อยู่แล้ว และเป็นกลุ่มคนที่รักสุขภาพ
กลุ่มลูกค้าที่เข้ามากลุ่มแรก ๆ คือ ลูกค้าที่เคยรู้จัก ซิตี้ เฟรช อยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเคยซื้อผลไม้ของซิตี้ เฟรช ตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ หรือซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อเขารู้ว่าบริษัทได้มีการเปิดร้าน กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ก็ทยอยแวะเข้ามา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในซอยปรีดีพนมยงค์ และละแวกใกล้เคียง
ทุกวันนี้ลูกค้าหลักของเราจะเป็นคนมาซื้อผลไม้ ซื้อไปทานเอง ซื้อไปจัดเซตเพื่อนำไปใช้ในช่วงวาระโอกาสต่าง ๆ เช่น ตรุษจีน ปีใหม่ ขณะที่สินค้าอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ขนม เครื่องดื่ม ก็มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก
ย้ำคุณภาพที่แตกต่าง
เมื่อถามถึงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป ทายาทเจน 2 ของซิตี้ เฟรช ย้ำว่า แนวทางที่วางไว้หลัก ๆ ก็คือ อยากทำให้ร้านเป็น Community ของคนที่รักผลไม้ การทำให้การทานผลไม้มีความสนุก มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้แบรนด์ของซิตี้ เฟรช มีความแตกต่างไปจากอดีต ซึ่งที่ผ่านมาคนที่รู้จักซิตี้ เฟรช ส่วนใหญ่เป็นคนในภาคธุรกิจค้าปลีก ลูกค้าในตลาด ลูกค้าในห้างที่ซื้อผลไม้จากเรา โดยผลไม้ที่จำหน่ายในร้านจะมีป้ายบอกว่า ผลไม้นั้น ๆ เป็นสายพันธุ์อะไร ปลูกจากแหล่งไหน เป็นการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ในเรื่องของผลไม้ในแง่มุมต่าง ๆ
ด้วยประสบการณ์ของซิตี้ เฟรช ที่อยู่ในตลาดมานาน และมีจุดแข็งในเรื่องของคุณภาพและความสดใหม่ แต่คุณภาพและความสดใหม่ของซิตี้ เฟรช จะมีความแตกต่าง เนื่องจากการเป็นผลไม้นำเข้าพรีเมี่ยม ซึ่งพรีเมี่ยมในที่นี้ มีทั้งเรื่องของขนาดหรือไซซ์ที่พิเศษกว่า แหล่งปลูกที่มีความพิเศษ หรือผลไม้นั้น ๆ ที่มีแค่ช่วงเวลาที่จำกัดเพียงช่วงใดหรือช่วงหนึ่งเท่านั้น
เราพยายามจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีความสนุกสนานกับการที่ใช้บริการของผลิตภัณฑ์ หรือแบรนด์ของ City Fresh โดยเครื่องดื่ม หรืออาหารบางเมนูที่จำหน่ายอาจจะมีตลอด เพราะผลไม้บางชนิดมีตลอดทั้งปี เพียงแต่อาจจะมาจากคนละแหล่งกัน หรือสินค้าบางรายการอาจจะมีเฉพาะ Seasonal มีแค่ 1-2 เดือน ร้านก็จะทำเป็นเมนูพิเศษขึ้นมาขายในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นต้น
นอกจากผลไม้สดนานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากผลไม้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำเชอรี่เข้มข้น, ไอศกรีมซอร์เบต์ที่ทำจากผลไม้สด ไม่ว่าจะเป็นกีวีสีทอง สตรอว์เบอรี่ ฯลฯ รวมถึงสมูทตี้ ที่นำผลไม้มาตัดแต่งทำเป็น Portion สำหรับการเสิร์ฟ 1 ครั้ง ไปปั่นเป็นสมูทตี้ได้ด้วยตนเองที่บ้าน
เป็นการเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่อาจจะไม่ได้ทานผลไม้สดเป็นประจำ เป็นการครีเอตตลาดใหม่ ๆ อีกด้านหนึ่งก็เป็นการสร้าง Value สร้างมูลค่า และเปิดโอกาสในแง่ของธุรกิจใหม่
“จริง ๆ แล้วกับร้านในโมเดลนี้เราไม่ได้มีการตั้งเป้าว่าจะต้องมีสาขาที่ 2 สาขาที่ 3 เมื่อไหร่ แต่ถ้าเราเห็นโอกาสเมื่อไหร่ ก็พร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจร้านจากโมเดลนี้ออกไปได้”
- ท็อปส์ ทุ่ม 100 ล้าน ส่งโมเดลใหม่ “ซูเปอร์มาร์เก็ตสแตนด์อโลน”
- รัฐเร่งฟื้นประมงไทยสู่เบอร์ 1 ผ่อนคลายเงื่อนไข-คุมเข้มวัตถุดิบนำเข้า
- ฤดูผลไม้ตะวันออกป่วน เอกชนร้องแก้กฎนำเข้าแรงงานข้ามจังหวัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “City Fresh” ชื่อนี้คือ…ศูนย์รวมของคนรักผลไม้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net