เงินเฟ้อ ม.ค. 2567 ติดลบ 1.11% ลดลง 4 เดือนติด ต่ำสุดในรอบ 35 เดือน
“สนค.” เผยเงินเฟ้อ มกราคม 2567 ติดลบ 1.11% ลดลงต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน และต่ำสุดในรอบ 35 เดือน ย้ำไม่มีสัญญาณเงินฝืด คาดปี 2567 เงินเฟ้อไทย 0.7%
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (เงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2567 เท่ากับ 106.98 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 1.11 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 35 เดือน
ทั้งนี้ เป็นตามการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน จากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงานให้กับประชาชน ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดยังคงลดลงต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะผักสดและเนื้อสัตว์
ไม่กังวลเงินฝืด
ทั้งนี้ จากปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งฐานราคาเดือนมกราคม 2566 ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อค่อนข้างสูง มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง สำหรับสินค้าและบริการอื่น ๆ ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ อย่างไรก็ดี แม้เงินเฟ้อจะลดลงต่อเนื่อง แต่ไม่น่าเป็นห่วงว่าไทยจะเข้าภาวะเงินฝืด เพราะหากไม่รวมเรื่องของพลังงานสินค้าบางรายการมีการปรับเพิ่มขึ้น
“เรื่องเงินฝืด มีคำถามมา 2-3 เดือนแล้ว ก็อย่างที่บอก มันเป็นตัวชี้วัดหนึ่ง ที่บอกว่าลบติดต่อกัน 3 เดือน เป็นเงินฝืด แต่ก็ต้องไปดูว่าสินค้าส่วนใหญ่ลดลงหรือเปล่า ก็มีสูงขึ้น ลดลง คงที่ และยังต้องไปดูที่เงินเฟ้อ มันเฟ้อโดยตัวของมันเอง หรือมีกลไกแทรกแซง ซึ่งมีการแทรกแซง โดยเฉพาะนโยบายลดค่าครองชีพ ทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้าที่เป็นตัวหลัก สรุป คือ ยังไม่ฝืดหรอกครับ ยังไม่น่าเป็นห่วง” นายพูนพงษ์กล่าว
เงินเฟ้อไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศ
ส่วนอัตราเงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2566 พบว่า อัตราเงินเฟ้อของไทย ลดลง 0.83% ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 3 จาก 139 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และยังคงต่ำที่สุดในอาเซียนจาก 7 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย)
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2566 พบว่า ประเทศไทยสูงขึ้นเพียง 1.23% อยู่ระดับต่ำอันดับที่ 9 จาก 139 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของหลายประเทศที่มีทิศทางชะลอตัวจากปี 2565 ค่อนข้างชัดเจน
รายการสินค้าที่ลดลง
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลง 1.11% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้ หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.13% ตามการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันในกลุ่มดีเซล แก๊สโซฮอล์ 91 E20 E85 และค่ากระแสไฟฟ้า เสื้อผ้าบุรุษและสตรี สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน)
นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าราคายังคงลดลงอย่างต่อเนื่องตามการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย ทั้งเครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องซักผ้า และตู้เย็น รวมถึง สบู่ถูตัว ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว และแชมพูสระผม ราคาปรับลดลงเช่นกัน สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย อาทิ แป้งทาผิวกาย กระดาษชำระ ค่าแต่งผมสตรี เครื่องถวายพระ ค่าทัศนาจรต่างประเทศ บุหรี่ สุรา และไวน์ ราคาเปลี่ยนแปลงตามการจัดโปรโมชั่น
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 1.06% ตามการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ไก่สด ปลาทู กุ้งขาว ปลากะพง) ผักสด (มะเขือ มะนาว แตงกวา) และผลไม้ (ส้มเขียวหวาน ลองกอง มะม่วง) เนื่องจากปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว กะทิสำเร็จรูป น้ำพริกแกง กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ/ชา (ร้อน/เย็น) ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง/ข้าวกล่อง และอาหารกลางวัน (ข้าวราดแกง)
ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคม 2567 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2566 สูงขึ้น 0.02% เมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมาตามการสูงขึ้นของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 0.28 โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับสูงขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ลดลงติดต่อกัน 4 เดือน ซึ่งปรับสูงขึ้นทั้งกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์
นอกจากนี้ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (โฟมล้างหน้า น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว) ราคาปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ เสื้อและกางเกงสตรี อาหารสัตว์เลี้ยง และเครื่องรับโทรศัพท์มือถือ
ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.31% ตามการลดลงของข้าวสารเหนียว ขนมปังปอนด์ ไข่ไก่ นมเปรี้ยว ผักสดและผลไม้ (มะเขือเทศ ผักคะน้า พริกสด ส้มเขียวหวาน มะละกอสุก กล้วยน้ำว้า) สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย อาทิ เนื้อสุกร ไก่สด ปลานิล กะทิสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำหวาน กาแฟ/ชา (ร้อน/เย็น) ข้าวแกง/ข้าวกล่อง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารกลางวัน (ข้าวราดแกง)
แนวโน้มเงินเฟ้อไทย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเดือนมีนาคม 2567 คาดว่าจะลดลงต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงาน ได้แก่ การตรึงราคาค่ากระแสไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งมีประชาชนได้รับประโยชน์ 17.77 ล้านราย และมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 2567
รวมไปถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญลดลง และบางพื้นที่มีอุณหภูมิลดลง ทำให้ปริมาณผักสดเข้าสู่ตลาดมากกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปี 2567 เงินเฟ้อน่าจะติดลบประมาณ 0.7% ส่วนเงินเฟ้อเดือนต่อ ๆ ไป อาจเห็นบวกบ้าง ลบบ้าง ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมหารือ จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยหรือจะมีแนวโน้มการลดดอกเบี้ยหรือไม่นั้น อันนี้ขึ้นอยู่กับ กนง.เป็นผู้พิจารณา ส่วนที่มีผลต่อต้นทุนการทำธุรกิจ ราคาสินค้า อาจจะมีผลบ้าง แต่คงต้องใช้ระยะเวลาคงจะยังไม่เห็นผลเร็วนี้หรือทำให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นในทันที
ทั้งนี้ มีปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ค่าระวางเรือและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญปรับตัวสูงขึ้น เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากความต้องการเพิ่มขึ้น และการปรับราคาเพื่อให้มีความสมดุลและเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว หลังจากภาครัฐมีนโยบายอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาประเทศไทย ของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้อุปสงค์และราคาสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้น
คาดการณ์เงินเฟ้อไทย 2567
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2567 อยู่ระหว่าง ลบ 0.3% ถึงเพิ่ม 1.7% ค่ากลาง 0.7% โดยมีสมมุติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 2.7-3.7% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 34-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง
- เงินบาทพลิกแข็งค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า
- ธปท.แจงปมขึ้นดอกเบี้ยสวนทางเงินเฟ้อติดลบ ยันเดินนโยบายการเงินมาถูกทาง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินเฟ้อ ม.ค. 2567 ติดลบ 1.11% ลดลง 4 เดือนติด ต่ำสุดในรอบ 35 เดือน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net