โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มธ.คิดค้น นวัตกรรม “Breath Trainer” ฝึกกล้ามเนื้อหายใจให้แข็งแรง เตรียมรับรางวัลฯ ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564-2565

สวพ.FM91

อัพเดต 31 ม.ค. 2565 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 07.47 น.

นักวิจัย คณะสหเวชศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจ (Breath Trainer) ในการฝึกควบคุมการหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ (Slow breathing) เพื่อช่วยลดความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. และ สวทช. แนะนำกลุ่มคนทั่วไปสามารถฝึกได้ เพื่อช่วยให้การหายใจเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ในวันที่ 2 ก.พ.2565 นี้ นักวิจัยเตรียมเข้ารับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 - 2565 

รศ.ดร.กรอนงค์ ยืนยงชัยวัฒน์ จากภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงาน “เครื่องฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจ (Breath Trainer) ” กล่าวว่า ได้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์นี้ขึ้น เพื่อฝึกการหายใจลึกและช้า โดยเน้นฝึกที่บริเวณกล้ามเนื้อกระบังลม และชายโครง (costal muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักของการหายใจ และหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจ (accessory muscle) สามารถวัดอัตราการหายใจ โดยมีค่าความถูกต้องเมื่อเทียบกับเครื่องมือวัดสัญญาณชีพอื่น ช่วยเพิ่มปริมาตรปอด โดยเฉพาะส่วนปอดกลีบล่าง (lower lobes) ซึ่งมักพบว่าเป็นบริเวณที่มีปัญหา เช่น ภาวะปอดแฟบ ลักษณะเด่น คือ สามารถปรับระดับแรงดัน/แรงต้าน เซตเป้าหมายการฝึก เพิ่มระดับความยาก-ง่าย และสามารถย้อนดูประวัติการฝึกหายใจได้ ตัวเครื่องสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย และผ่านการทดสอบหัวข้อความปลอดภัยทางไฟฟ้าและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

เครื่องฝึกฯ จะช่วยให้กล้ามเนื้อหายใจเข้ามีความแข็งแรง อันเป็นการเพิ่มสมรรถภาพทางการหายใจและความทนทานของหลอดเลือดระบบหายใจ นำไปสู่การลดความดันโลหิตสูง และอาการเหนื่อยในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาหายใจไม่สะดวก หายใจสั้นตื้น ไม่ทั่วท้อง หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยง่ายเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ในกลุ่มคนทั่วไป และยังเหมาะกับกลุ่มนักกีฬา ที่ต้องการเพิ่มความทนทานของหัวใจและการหายใจ นับเป็นเทคนิคเบื้องต้นอย่างหนึ่งในการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยมีการนำมาใช้รักษาในกลุ่มผู้ป่วยต่าง ๆ เช่น กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง , กลุ่มผู้ป่วยภาวะเหนื่อยหอบ (เพื่อควบคุมการหายใจเข้าออกให้ช้า ๆ) ผู้ป่วยกลุ่มโรค COPD , ผู้ป่วยโรคหัวใจ , ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ 

โดยได้พัฒนาเป็นเครื่องมือต้นแบบ ประกอบด้วย 1. ชุดวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นตัวจับสัญญาณ เพื่อวัดอัตราการหายใจเข้า และออก ส่งสัญญาณป้อนกลับ (feedback) ไปยังผู้ใช้งาน 2. ชุดวัดแรงดันอากาศที่สัมพันธ์กับระดับการหายใจในรูปแบบชุดรัดช่องท้อง พันรอบบริเวณทรวงอกส่วนล่างหรือบริเวณชายโครงของผู้ฝึก ใช้หลักการเดียวกับ arm cuff ที่ใช้พันรอบแขนเพื่อทำการวัดความดัน และมี sensor วัดแรงดันด้านในสำหรับจับสัญญาณการหายใจเข้า-ออกจากการเคลื่อนที่ของทรวงอก 3. ซอฟต์แวร์รับสัญญาณและวิเคราะห์สัญญาณ (Respiratory Training) ที่แสดงและบันทึกผลผ่านหน้าจอ ใน Application บน smartphone ว่านอกจากนี้ยังมีกล่องวัดสัญญาณและชุดปั๊มแรงดัน เพื่อกระชับให้พอดีกับรูปร่างของแต่ละคน 

 ผลงานวิจัย ได้รับทุนสนับสนุนโครงการจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการสร้างเครื่องมือ นวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ลดการนำเข้าเครื่องมือที่ใช้ในการฝึกการหายใจ นอกจากนี้หากสามารถลดต้นทุนในการผลิตและเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ จะทำให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจ สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดภาระการพึ่งพิงผู้อื่นได้ โดยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 นักวิจัยเตรียมเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 ที่จะถึงนี้อีกด้วย

 ขอบคุณ สำนักงานวิจัยแห่งชาติ 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...