โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ระยอง-เสม็ด" วิกฤตซ้ำ ท่องเที่ยวระทม...น้ำมันรั่วกระทบ 10 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. 2565 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 07.05 น.

เรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างต่อเนื่องสำหรับจังหวัดระยอง-เกาะเสม็ด นอกจากเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ยังมีเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) รั่วลงสู่ทะเลและชายฝั่ง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 แม้การขจัดคราบน้ำมันบนชายหาดแม่รำพึงได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนผลกระทบใต้ท้องทะเลยังต้องใช้ระยะอีกยาวนานหลายปีกว่าจะฟื้นตัว ทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวล้มเป็นหน้ากระดาน ผู้คนไม่มีความเชื่อมั่นต่อข้อมูลที่ออกมา และแนวทางการบริหารจัดการน้ำมันในท้องทะเล

ล่าสุดทีมข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ลงสำรวจพื้นที่ชายทะเลหาดแม่รำพึง และเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง พบบรรยากาศการท่องเที่ยวทั้งท่าเรือ ริมหาด ร้านค้าหายไป นักท่องเที่ยวบางตาแทบจะนับคนได้ แตกต่างจากภาพในอดีตที่มีความครึกครื้นอย่างสิ้นเชิง

ผู้ประกอบการธุรกิจเดินเรือจากท่าเรือบ้านเพ-เกาะเสม็ดเล่าให้ฟังว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด การท่องเที่ยวของจังหวัดระยองถือว่าเฟื่องฟูมาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเวียนมาเที่ยวไม่ขาดสายโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เงินไหลเข้ากระเป๋าจนแทบไม่มีที่เก็บ มีเงินหมุนเวียนจ่ายลูกจ้างตลอดทั้งปี พอมาเจอกับโรคระบาดนักท่องเที่ยวหายไป ทุกอย่างชะงักหมด กระทั่งสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ผู้คนปรับตัวได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มทยอยเดินทางเข้ามา แต่มาเจอกับเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วอีก มาตรการเยียวยาหรือเงินรายได้ชดเชยไม่ชัดเจน เหมือนถูกทุบซ้ำจนไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไป

“ตอนปี 2556 ปริมาณน้ำมันรั่วน้อยกว่าปี 2565 มีการเยียวยาผู้ประกอบการรายละกว่าแสนบาท แต่ใช้ระยะเวลาในการทำความสะอาดนาน แต่ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าจะได้รับการเยียวยาอย่างไร ผู้ประกอบการบนฝั่งได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ผู้ประกอบการที่เกาะเสม็ดเดือดร้อนกันมาก เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ที่มีข่าวว่ามีผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนไว้ 500 กว่าราย ในความเป็นจริงมากกว่านั้น เราอยู่กับทะเล หากินกับทะเล ถ้านักท่องเที่ยวไม่มาก็คือจบ”

“พิศณุ เขมะพรรค์” ที่ปรึกษานายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด และตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีน้ำมันดิบรั่วส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ดเป็นอย่างมาก ลูกค้ายกเลิกการจองห้องพัก 100% ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้สต๊อกสินค้าไว้เกิดความเสียหาย ตอนนี้ถือว่าประสบปัญหา 3 เด้ง คือ 1.โรคระบาดโควิด-19 2.น้ำมันดิบรั่วไหลลงในทะเล 3.อนาคตการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด ขณะนี้กำลังรวบรวมเอกสารจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อยื่นเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง

“ช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.ถือเป็นไฮซีซั่นของเกาะเสม็ด โครงการเราเที่ยวด้วยกันกำลังจะกลับมา พอเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่ว ในอนาคตไม่รู้นักท่องเที่ยวจะกลับมาเมื่อไหร่ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาตามนโยบายของรัฐก็ไม่มีการจองเข้ามา ตอนนี้รายได้ของทุกคนจึงเป็นศูนย์ ผลกระทบระยะยาวด้านสิ่งแวดล้อมน่าจะนานถึง 10 ปี ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการเยียวยาผู้ประกอบการในแต่ละอาชีพ”

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ปกติช่วงไฮซีซั่นบนเกาะเสม็ด มีรายได้สะพัดประมาณ 1 ล้านบาท/วัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินความเสียหายได้เลย เพราะมูลค่ามากกว่านั้น อยากให้ทางบริษัท SPRC มีการเยียวยาให้เร็วที่สุด อยากฝากให้ทางภาครัฐตั้งหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลว่า บริษัท SPRC มีการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนจริงจังหรือไม่ เพราะไม่มีใครให้คำตอบได้ว่านักท่องเที่ยวจะเชื่อมั่นว่าปลอดภัยและกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม

ด้าน“สริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์” นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า บนเกาะเสม็ดมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่พักทั้งหมด 150 กว่าราย ห้องพักเกือบ 4,000 ห้อง ราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวแต่ละคนเฉลี่ยประมาณ 5,000 บาท/คน/วัน ในสถานการณ์ปกติที่ไม่มีการระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวข้ามมาเกาะเสม็ดนับหมื่นคนต่อวัน พอเกิดโควิด-19 นักท่องเที่ยวเดินทางมาเกาะเสม็ดประมาณ 500-600 คน/วัน และกำลังเริ่มเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันคนต่อวัน

ผู้ประกอบการกำลังพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมการสนับสนุนของหน่วยงานในท้องถิ่น กระทั่งเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วและมีข่าวออกไป ช่วงที่คาบเกี่ยวกับเหตุการณ์ นักท่องเที่ยวลดเหลือ 400-500 คน และเริ่มน้อยลงจนเหลือเพียงพนักงาน ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่นซึ่งมักจะมีนักท่องเที่ยว 2-3 พันคน/วัน

“จนถึงวันนี้ปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วลงสู่ทะเลบอกตัวเลขออกมาแต่ละวันมันคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันเลย เราในฐานะคนในพื้นที่อยากรู้ความชัดเจนอยากให้บริษัท SPRC แสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากต้องประเมินความเสียหายหลายอย่าง เพราะเมื่อปี 2556 น้ำมันดิบรั่วเพียงแค่ 5 หมื่นลิตร ก็สร้างความเสียหายเยอะมาก และปีนี้ไม่ว่าน้ำมันจะมากจะน้อยจะเข้าเกาะเสม็ดหรือไม่เข้า ทุกคนได้รับผลกระทบหมดตั้งแต่หาดแม่รำพึงเป็นต้นมา ชาวประมงพื้นบ้านก็ออกไปหาปลามาค้าขายไม่ได้ ความเชื่อมั่นได้หายไปหมดแล้ว”

“สริญทิพญ” บอกว่า นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสารเคมี dispersant ที่ใช้สลายคราบน้ำมัน ซึ่งอันตรายมาก ไม่รู้ว่าสารดังกล่าวกระจายไปอยู่ตรงไหนบ้าง จะอยู่นานแค่ไหน เพราะเมื่อปี 2556 หลังจากเกิดเหตุการณ์ คนในพื้นที่ยังต้องไปตรวจหาสารก่อมะเร็งทุกปี แล้วในปีนี้จะเป็นอย่างไร

แม้เหตุผลทางวิชาการมีข้อมูลความปลอดภัยมาหักล้างความกลัว แต่การปฏิบัติจริง ๆ นักท่องเที่ยวก็ไม่กล้ากินอาหารทะเลในพื้นที่ ทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ เพราะไม่รู้ว่าการฟื้นฟูจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ฉะนั้น คำถามที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรเพื่อดึงความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...